Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Mr.เอเวอร์ดีน
•
ติดตาม
22 เม.ย. 2022 เวลา 17:13 • กีฬา
แดงเดือดของเรา “ห่างชั้น” กัน
(REDWAR INFAMOUS)
ช่วงเช้าที่ผ่านมา คงจะเป็นวันที่สาวก เดอะค็อป หลายๆคนนั้น ได้อกผาย ไหล่พึ่ง แถมเชิดหน้า ชูตา มาทำงานได้อย่าง “กระดี๊ กระด๊า” เป็นพิเศษ ต่างจากเหล่าสาวก ปีศาจแดง ที่ต่อให้ถูกหวยเลขท้าย 2 ตัว ก็ยังไม่สามารถที่จะมีความรู้สึก “มีชีวิตชีวา” ขึ้นได้ เหตุก็เป็นเพราะว่า เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ได้เกิด “โศกฆนาฏกรรมลูกหนัง” ที่แอนฟิลด์ ที่ได้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาตร์ความทรงจำของแฟนผีหลายๆคนไว้แล้วว่า ฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลที่มีเกมส์แดงเดือดทั้ง 2 นัดที่ บัดซบ!! ที่สุดตั้งแต่ได้ขายวิญญาณให้ปีศาจแดงมา
0-5 ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และ 4-0 ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นที่แอนฟิลด์ แต่มันคือ “ความห่างชั้น” ที่ขนาดของความห่างชั้นนั้น มีขนาดเป็นเวลา ที่มีระยะเวลาถึง 6 ปี ที่แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง ”ชั้นเชิงบอล” ของลิเวอร์พูลอยู่ ตามที่ ราล์ฟ รังนิค กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ให้สัมภาษณ์หลังเกม ซึ่งตอนนี้คงจะได้ชื่อใหม่เป็น “ลาบ รังสิต” สำหรับแฟนผี และแฟนทีมอื่นๆทั่วประเทศไทยไปแล้ว
สิ่งที่ทำให้เกิด ความห่างชั้น ตามที่ได้ว่ามานั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของระบบการเล่น ,ผู้จัดการทีม ,ทักษะของนักเตะ หรือความเข้าใจเกมส์ของนักเตะ แต่เหตุผลหลักๆที่ทำให้เกิดสิ่งนี้อย่างเห็นได้ชัดเลยคือ “จิตใจของนักเตะ” ซึ่งถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้านเรียกว่า “เล่นไม่เอาส้นตีนอะไรกันเลย” ทั้งๆที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในเกมส์พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส และ อาเซน่อล ทีมคู่แข่งลุ้น TOP4 ได้พลาดสะดุดแพ้ และได้มอบความหวังและโอกาสให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กลับมาลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร พลพรรคปีศาจแดง กลับทิ้งขว้างโอกาสที่ อาเซน่อล และ สเปอร์ส ถวายพานมาให้ ซะอย่างนั้น
สถานการณ์ก่อนเกมส์ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ลุ้นแชมป์ ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในสถานการณ์ลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ดังนั้น เกมส์นี้ จึงมีความสำคัญกับทั้ง 2 ทีมอยู่ไม่ใช่น้อย จริงอยู่ ที่ลิเวอร์พูลชุดนี้ต้องเน้นกับเกมส์นัดนี้เป็นพิเศษ เพื่อที่จะทำแต้มขึ้นไปเหนือและกดดัน แมนฯ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์ ซึ่งน่าจะต้องเน้นมากกว่าการลุ้น TOP 4 ของแมนฯยูไนเต็ด อยู่แล้ว
จริงอยู่ ที่ลิเวอร์พูลชุดนี้เป็นทีมที่แพ้ยากมาก แม้แต่การเสียประตูให้กับคู่แข่งก็ยังดูยากเลย
จริงอยู่ ที่ลิเวอร์พูลชุดนี้มี นักเตะอย่าง ซาลาห์ มาเน่ และอีกหลายคนที่อยู่ในผลงานที่ระดับ “ขั้นเทพ” จนทีมอื่นหวาดกลัว
แต่นั่น ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่สู้ ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปล่อยให้ทีมคู่อริตลอดกาล ได้เปิดฉากไล่ต้อนได้แบบ “ทบต้นทบดอก” โดยมีผลสกอร์รวมกันทั้ง 2 นัดรวม 9-0 ได้อย่างสบายเท้า และปล่อยให้ลิเวอร์พูล ได้ฉกฉวยความมั่นใจจากเกมส์นี้ ไปเป็นพลังใจในการแย่งแชมป์กับ แมนฯ ซิตี้ ในการแข่งขัน 6 นัดที่เหลือหลังจากนี้
อย่างที่ได้กล่าว สิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ทีมนี้ต่างชั้นกัน ไม่ใช่เพราะว่าลิเวอร์พูล เป็นทีมที่แพ้ยาก หรือมีนักเตะฟอร์มดี แต่สิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ทีมนี้ต่างชั้นกันขนาดนี้คือเรื่องของ “จิตใจของนักเตะ” แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไร้แพสชั่น ไร้อารมณ์ ไร้เป้าหมาย ไร้ความหวัง ทั้งๆที่ยังมีเป้าหมายอย่าง TOP 4 ที่ยังหวังได้อยู่ ซึ่งต่อให้เป็น “เด็กอนุบาล” ถ้าได้มาดูการแข่งขันเมื่อคืน ก็คงจะดูออก ว่านักเตะเหล่านี้ ไม่ได้มีจิตใจที่จะสู้ ที่จะหวังถึงเป้าหมายจริงๆ แต่คงจะเป็นการ เตรียมคิดถึงอนาคตของตนเองหลังจบฤดูกาลนี้ ซะมากกว่า
ในเมื่อจิตใจของนักเตะของเรา “ไม่หวัง” แฟนบอลอย่างเราก็คงจะต้องหวังแทน หวังว่านักเตะของเรา จะมีสักเสี้ยววินาทีในสมองบ้าง ที่รับไม่ได้กับผลการแข่งขัน รับไม่ได้กับฟอร์มการเล่นของทีม รับไม่ได้กับความห่างชั้น ที่นับวันจะเริ่มห่างขึ้นไปเรื่อยๆ และถ้ายังไม่รีบตบหน้าตัวเอง ดึงสติ ยอมรับความจริง และรีบปรับปรุงแก้ไขให้ทันการ สักวันแมนฯ ยูไนเต็ด ก็คงจะเป็นทีมที่เป็น “ขนมกรุบ” ให้กับลิเวอร์พูลเคี้ยวได้อย่าง “ไม่ระคายเคืองหัวแม่เท้า” ในทุกฤดูกาล ไม่ต่างอะไรจากทีมเล็กๆ และผลร้าย ก็จะตกอยู่ที่ “แฟนบอลยูไนเต็ด” เองนี่แหละ ที่จะต้องทนดูทีมรักของตัวเอง จมอยู่กับ “ความห่างชั้น” นี้ไปอีกนาน
เรียบเรียง : Mr.เอเวอร์ดีน
#LIVMUN #MANUTD
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
แดงเดือด
ลิเวอร์พูล
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย