29 เม.ย. 2022 เวลา 02:00 • กีฬา
" เสียงปรบมือแห่งเบร์นาเบว "
แฟนบอลเรอัล มาดริด ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มแฟนบอลที่ Demanding หรือเรียกร้องจากนักเตะของตัวเองมากที่สุด
พวกเขาอาจจะโห่ใส่ผู้เล่นของตัวเองได้ถ้ายังคงทำผลงานได้ย่ำแย่ แม้ว่าจะเคยรักมาก่อนก็ตาม แต่ในแง่ของการให้เกียรติ เหล่ามาดริดิสต้า ก็พร้อมยอมรับนับถือนักเตะที่เก่งอยู่เสมอ
ถ้าเก่งจริง ก็เอาไป พูดง่ายๆ แบบนี้
มีนักเตะทีมคู่แข่งหลายคนที่เคยได้รับการ แสตนดิ้ง โอเวชั่น หรือลุกขึ้นปรบมือจากแฟนมาดริดเกือบทั้งสนาม เบร์นาเบว
ดีเอโก้ มาราโดน่า สมัยเล่นให้บาร์เซโลน่าในปี 1983 หรือรุ่นน้องอย่าง โรนัลดินโญ่ ที่มาโชว์สเต็ปเทพในฐานะแข้งบาร์ซ่า เช่นกันในปี 2005
หากแต่หนึ่งในครั้งที่ประทับใจที่สุด เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2008 ระหว่างเกมรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เจ้าถิ่น เรอัล มาดริด เปิด ซานติอาโก้ เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ ยูเวนตุส
หลังจากที่โดนลงโทษจากคดีกัลโชโปลี ยูเวนตุส ก็โดนปรับตกชั้นไปเล่นใน เซเรีย บี ในฤดูกาล 2006/07
นักเตะดังหลายคนย้ายออกไม่ว่าจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ปาทริค วิเอร่า, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, เอเมอร์สัน, ลิลิย็อง ตูราม, จานลูก้า ซามบร็อตต้า, อาเดรียน มูตู
ยังเหลือพวกที่พูดคุยกันแล้วว่าจะร่วมหัวจมท้ายด้วยกันต่อไป นำโดยตัวเก๋าอย่าง จานลุยจิ บุฟฟ่อน, พาเวล เนดเวด, ดาวิด เทรเซเก้ต์ และ "เอล กาปิตาโน่" อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่
แน่นอนว่าแม้ตัวจะหายไปเยอะ แต่ขุมกำลังหลักที่เหลือบวกกับพวกนักเตะหนุ่มๆ อีกหลายราย ก็ทำให้ ยูเวนตุส ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเย่ร์ เดช็องส์ ที่กลับมาช่วยคุมอดีตต้นสังกัด สามารถเลื่อนชั้นกลับสู่ เซเรีย อา ได้ภายในปีเดียวแบบสบายๆ
ทว่าก่อนฤดูกาลจบลง หลังการันตีเลื่อนชั้นได้แล้ว "เดเด้" ก็ประกาศอำลาตำแหน่ง นั่นหมายความว่า ยูเวนตุส ต้องหากุนซือคนใหม่เพื่อสู้ศึก เซเรีย อา อีกครั้งในปี 2007/08
1
ตอนนั้นชื่อของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้าสู่ขาลง เพราะเมื่อออกจากเชลซี ไปคุมบาเลนเซีย ก็ไม่ค่อยเวิร์ค เว้นว่างงานไปถึง 2 ปี จึงมาคุมปาร์ม่า แต่ไม่กี่เดือนก็แยกทางกัน
ทำให้ ยูเวนตุส ตกลงที่จะแต่งตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้ามาคุมทีม
ยูเว่ ที่เพิ่งกลับมาจากเซเรีย บี นักเตะดังๆ ยังไม่มีเข้ามาใหม่ อาศัยดาวเตะหน้าเดิมๆ กับการที่ต้องพยายามสะสมความน่าเชื่อถือ และน่าเกรงขาม เพื่อกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง งานตอนนั้นมันไม่ง่ายเลย
ปีแรก 2007/08 รานิเอรี่ พาทีมจบอันดับ 3 ซึ่งถือว่าน่าพอใจมากแล้ว เพราะอย่างน้อย ทีมก็ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในทันที
ฤดูกาล 2008/09 เริ่มต้นขึ้น ยูเวนตุส เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ความน่าชื่อถือเริ่มกลับมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นงานยากที่จะคว้าแชมป์ได้ในทันที เพราะตอนนั้นมันเป็นยุคยิ่งใหญ่ของ อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่
ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาอยู่กลุ่ม H ร่วมกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, บาเต้ บอริซอฟ และ เรอัล มาดริด
การันตีว่าในกลุ่มนี้มีสุดยอดบิ๊กแม็ทช์ให้ได้ดูแน่นอน คือ มาดริด กับ ยูเว่
มาดริด อยู่ภายใต้การคุมทีมของ แบร์นด์ ชูสเตอร์ พวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์ ลา ลีกา มาครองได้ในปีก่อน พวกเขาคือแชมป์สเปน
แต่เป็น ยูเวนตุส ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ เปิดมาพวกเขาเอาชนะ เซนิต 1-0, มาสะดุดด้วยการเสมอ บาเต้ 2-2 แล้วก็มาเปิดรังเฉือนชนะ เรอัล มาดริด 2-1
เดล ปิเอโร่ กับ อเมารี หัวหอกตัวใหม่จากปาแลร์โม่ ทำคนละลูก ส่วน มาดริด ได้จาก รุด ฟาน นิสเตลรอย
มาถึงเกมที่ 4 ของรอบแบ่งกลุ่ม ยูเว่ ต้องออกไปเยือน เรอัล มาดริด บ้าง และเจ้าถิ่นตั้งเป้าถึงการล้างแค้น และเพื่อจะเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้ในตอนท้าย
เกมเตะกันวันที่ 5 พฤศจิกายน 2008 ก่อนวันเกิดครบรอบ 34 ปีของ เดล ปิเอโร่ เพียงแค่ 4 วัน
ผู้เล่น 11 ตัวจริงของ ยูเว่ ไม่น่าเทียบมาดริด ได้ถ้าดูที่ตัวต่อตัว
อเล็กซ์ มันนิงเกอร์, โอลอฟ เมลล์เบิร์ก, นิโกล่า เลกร็อตตาเย่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, คริสเตีย โมลินาโร่, มาร์โก มาร์คิออนนี่, โมโม่ ซิสโซโก้, ติอาโก้ เมนเดส, พาเวล เนดเวด, อเล็กซ์ เดล ปิเอโร่ และ อเมารี
ขณะที่ เรอัล มาดริด อาจไม่ได้มีทีมที่ดีที่สุดในตอนนั้น แต่โดยรวมพวกเขาก็ยังดูดีกว่าทีมเยือน
อีเกร์ กาซียาส, เซร์คิโอ รามอส, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, กาเบรียล ไฮน์เซ่, มาร์เซโล่, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, มาอามาดู ดิยาร์ร่า, กูตี, ราอูล, ฟาน นิสเตลรอย, รอยสตัน เดรนเธ่
ข้างสนามพวกเขายังมีทั้ง ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า, กอนซาโล่ อิกวาอิน, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ที่สามารถเปลี่ยนเกมได้
มันน่าจะเป็นเกมที่ มาดริด แก้แค้นได้ แต่กลับเป็นตรงกันข้าม แม้จะบุกเยอะกว่า มีโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่า สุดท้าย พวกเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับความยอดเยี่ยมชายที่ชื่อ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่
ในวันที่ เดล ปิเอโร่ รู้สึกว่าไม่มีใครเอาชนะเขาได้ เขาคือหนึ่งในนักเตะที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกลูกหนัง และในเกมนี้ก็เป็นแบบนั้น
นาทีที่ 17 เดล ลากบอลมายิงด้วยซ้ายดื้อๆ จากระยะ 22 หลา บอลพุ่งเสียบโคนเสาอย่างเฉียบขาด
การเล่นของ "เอล กาปิตาโน่" เล่นงานแนวรับ มาดริด ได้ทั้งเกม เมื่อเขาได้บอล แทบไม่มีใครเข้าใกล้ตัวเขาได้ มันเป็นเกมที่ เดล ปิเอโร่ เล่นด้วยความมั่นใจสุดขีด และเต็มไปด้วยจินตนาการ
1
นาทีที่ 67 ยูเว่ มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เยื้องทางซ้ายเล็กน้อย มันคือมุมโปรดของเท้าขวาของ เดล ปิเอโร่ เขาปั่นโค้งเบียดเสาแรกเข้าไปทำให้ทั้งกำแพงและ กาซียาส หลงทางไปหมด
จังหวะต่อมา เขาได้หลุดเข้าไปพักบอลหนีตัวประกบในเขตโทษแล้วตวัดยิงด้วยซ้าย ผ่านโคนเสาไปแค่คืบเดียวเท่านั้น เกือบทำแฮททริกได้สำเร็จ
นาทีสุดท้ายของเกม รานิเอรี่ เปลี่ยนตัว เปาโล เด ชีเญ่ ลงมาแทน และถอด เดล ปิเอโร่ ออกมาพัก
ตอนที่เขาวิ่งออกจากสนาม แฟนบอลทั้งเบร์นาเบว ปรบมือให้เขา สำหรับฟอร์มอันยอดเยี่ยมในวันนี้ และหนึ่งในกลุ่มแฟนบอลที่เข้ามาชมอยู่ด้วยวันนั้นก็คือ ดีเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งมานั่งชมเกมใหญ่นี้อยู่ด้วย
จบเกม ยูเวนตุส ชนะ 2-0 จากการทำคนเดียวของ เดล ปิเอโร่ พร้อมกับของขวัญวันเกิด 34 ปีล่วงหน้า ด้วยเสียงปรบมือจากแฟนบอลมาดริด
"นี่เป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์มากในเกมฟุตบอล ทำได้ 2 ประตูและชนะเกมใหญ่ แล้วยังได้รับการปรบมือจากแฟนบอลคู่แข่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดหมายอย่างยิ่ง มหัศจรรย์จริงๆ"
"คุณต้องมีชีวิตเพื่อค่ำคืนแบบนี้แหละ มันมีความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ในนั้น ผมมีความสุขที่ได้เห็นทั้งสนามยืนปรบมือให้ผม ตอนที่ผมเปลี่ยนตัวออก"
1
"มาราโดน่า อยู่บนอัฒจันทร์ด้วยเหรอ? ผมแฮปปี้ที่ยิงประตูได้ต่อหน้าเขา ผมหวังว่าเขาจะมาดูเราเตะบ่อยขึ้นนะ"
1
ขณะที่โค้ชทั้งสองทีมก็เอ่ยถึงภาพประทับใจนี้เช่นกัน
รานิเอรี่ บอกว่า "เดล ปิเอโร่ อีกครั้งที่เขาทำสิ่งน่าเหลือเชื่อ แต่ทั้งทีมเล่นได้ดีมากๆ แสดงความประทับใจต่อแฟนมาดริดด้วยที่ปรบมือให้ เดล ปิเอโร่ มันเกิดขึ้นได้และมันเป็นการกระทำที่น่ารักมาก"
1
ส่วน แบร์นด์ ชูสเตอร์ เทรนเนอร์มาดริด บอกว่า "ผมเพลินไปกับการยืนปรบมือให้กับ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ เพราะเขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ เขาได้แสดงให้เห็นถึงคลาสของเขา และเบร์นาเบว ก็รับรู้ถึงความจริงในข้อนั้นเป็นอย่างดี"
ยูเวนตุส จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม พวกเขาไม่แพ้ใครเลยในรอบแบ่งกลุ่ม
1
น่าเสียดายที่ในรอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาแพ้ให้กับ เชลซี ด้วยสกอร์รวม 2-3 โดยในเกมเลกสองที่เสมอกัน 2-2 นั้น คิเอลลินี่ โดนไล่ออกด้วย
เคลาดิโอ รานิเอรี่ โดนปลดออกจากตำแหน่งก่อนจบฤดูกาลไม่กี่นัด หลังจากอินเตอร์ คว้าแชมป์มาครองได้ เพราะทีมตั้งเป้าไว้ที่การเป็นแชมป์! ยูเว่ จบอันดับ 2
ไม่มี รานิเอรี่ ทีมกลับแย่ไปกว่าเดิมเพราะพวกเขาจบอันดับ 7 ติดต่อกันถึง 2 ปี หลังจากนั้น กระทั่งการเข้ามาของ อันโตนิโอ คอนเต้ ในปี 2011/12 ที่ทำให้ ยูเวนตุส กลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้สำเร็จ
และนั่นเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ในฐานะนักเตะยูเวนตุสด้วย เขาทิ้งทวนด้วยการร่วมคว้าแชมป์กับทีมได้สำเร็จก่อนอำลาไปด้วยวัย 37 ปี
1
เติมเต็มความสนุกด้วยคลิปเพิ่มความมันได้ที่ :: http://ow.ly/9GrT30sieCb
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
1
โฆษณา