Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สยามเทศะ โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
•
ติดตาม
24 พ.ค. 2022 เวลา 00:00 • ประวัติศาสตร์
สำรวจคาบสมุทรแห่งสยามประเทศ
ลูกปัดสุริยะเทพ คลองท่อม จังหวัดกระบี่
ภาพลูกปัดสุริยะเทพ คลองท่อม เกี่ยวพันกับบทความ ‘เส้นทางข้ามคาบสมุทรไทยจากลูกปัดโดยอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม (๑) ตามรอยเส้นทางลูกปัด’ ซึ่งได้กล่าวถึงความสำคัญของ ‘โบราณคดีกู้ภัย’ (Salvage Archaeology) ภายใต้การทำงานค้นคว้าและสะสมลูกปัดเชิงโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ไว้อย่างชัดเจนในบทความอย่างน่าพินิจพิจารณาว่า
1
‘หลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวกับเส้นทางข้ามคาบสมุทรสมัยสุวรรณภูมิ จากเมืองท่าที่เขาขะเมายี้บนเกาะสองในเขตประเทศพม่า ฝั่งเหนือของแม่น้ำกระบุรีในเขตจังหวัดระนอง ข้ามเขาตะนาวศรีจากฝั่งทะเลอันดามันมายังอำเภอท่าแซะทางฝั่งอ่าวไทยในเขตจังหวัดชุมพร ที่ใช้ลำน้ำท่าตะเภามายังเขาสามแก้ว จัดเป็นเมืองท่าทางฝั่งทะเลจีนในเขตอำเภอเมืองชุมพร
การค้นคว้าเส้นทางข้ามคาบสมุทรนี้สำเร็จได้ เพราะทำการศึกษาร่วมกันกับนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ผู้เชี่ยวชาญเรื่องลูกปัดของประเทศไทย เพราะหลักฐานจากลูกปัดที่พบตามแหล่งโบราณคดีซึ่งนายแพทย์บัญชาได้ศึกษาอย่างเป็นระบบ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เข้าถึงพัฒนาการของบ้านเมืองในสมัยสุวรรณภูมิได้ดีกว่าหลักฐานด้านอื่นๆ ที่นักโบราณคดีไทยและเทศส่วนมากศึกษากัน
หลังจากการศึกษาเส้นทางข้ามคาบสมุทรเขาขะเมายี้-เขาสามแก้ว ข้าพเจ้าและนายแพทย์บัญชายังคงทำการศึกษาค้นคว้าต่อ โดยอาศัยตำแหน่งลูกปัดที่พบและรวบรวมโดยนายแพทย์บัญชาเป็นหลักฐานของบ้านเมือง ตามเส้นทางข้ามคาบสมุทรเส้นทางอื่นๆ อีก
บรรดาลูกปัดที่นายแพทย์บัญชารวบรวมไว้อย่างเป็นระบบนั้น สามารถวิเคราะห์ขนาดและรูปแบบออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นลูกปัดที่พบทั่วไปตามผิวดินและแหล่งขุดค้นตั้งแต่สมัยทวารวดีและลพบุรีลงไป เช่น เมืองอู่ทอง นครปฐม ลพบุรี ศรีมโหสถ เป็นต้น เป็นลูกปัดที่มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ปะปนกัน มีทั้งทำด้วยดินเผา หินสี เช่น อะเกต คาร์เนเลียน แก้วหลากหลายสีและชนิด รวมทั้งที่มีลายสลับสีต่างๆ ซึ่งหลายคนเชื่อว่ามาจากต่างประเทศ
ในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีหรือลพบุรีก็ดี ที่เกิดขึ้นตามแหล่งชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ มักมีลูกปัดดินเผา เปลือกหอย หิน และกระดูกในชั้นดินที่ต่ำจากยุคประวัติศาสตร์ลงไป ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นลูกปัดที่มีขนาดต่างๆ เช่นเดียวกันกับกลุ่มแรก แต่จะมีสิ่งใหม่ๆ มากกว่า โดยเฉพาะลูกปัดขนาดเล็ก ขนาดจิ๋ว รวมอยู่ด้วยมากมาย มีลูกปัดหินสีที่มีลวดลายสัญลักษณ์ทางศาสนาที่ใช้วัสดุคุณภาพดี ส่วนใหญ่เป็นของที่มาจากภายนอก หลายชนิดมีขนาดใหญ่กว่าบรรดาลูกปัดกลุ่มแรกที่กล่าวมา ลูกปัดเหล่านี้มักพบในระยะหลังจากการขุดปรับที่ดินเพื่อทำเกษตรกรรมของชาวบ้าน อยู่ตามหลุมฝังศพตั้งแต่สมัยยุคเหล็กลงมาจนถึงสมัยทวารวดี เช่นที่เมืองอู่ทอง เป็นต้น
สมัยแรกๆ ที่ข้าพเจ้าและอาจารย์มานิต วัลลิโภดม ศึกษาเรื่องเมืองอู่ทองร่วมกับพลอากาศโทมนตรี หาญวิชัย ผู้ศึกษารวบรวมลูกปัดอู่ทอง พบแต่ลูกปัดสมัยทวารวดี หรืออย่างดีก็สมัยฟูนันลงมา เพราะลูกปัดแบบนี้เหมือนกันกับที่พบในแหล่งโบราณคดีเมืองออกแอว ประเทศเวียดนาม
แต่เมื่อศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี ขุดค้นแหล่งโบราณคดีอันเป็นแหล่งฝังศพที่บ้านดอนตาเพชร จึงได้พบลูกปัดทั้งขนาดใหญ่และเล็กตามแบบกลุ่มที่ ๒ ขึ้น ทำให้การหาลูกปัดตามแหล่งฝังศพก่อนประวัติศาสตร์ระบาดไปทั่วตามเนินดินต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งการขุดทำลายแหล่งเมืองท่าและแหล่งอุตสาหกรรมในภาคใต้ที่ใกล้ทะเล เช่น คลองท่อม จังหวัดกระบี่ และเกาะคอเขา จังหวัดพังงา
ความต่างกันของลูกปัดกลุ่มแรกกับกลุ่มที่ ๒ ก็คือ กลุ่มที่ ๒ มีราคาค่างวด ทั้งอายุ สมัยเวลา และชนิดของวัสดุที่สวยงาม มีฝีมือและสัญลักษณ์ในทางศาสนาและความเชื่อ การขุดลูกปัดนี้ขยายตัวไปทั่วประเทศและยังระบาดไปยังประเทศใกล้เคียงด้วย
ไม่มีนักประวัติศาสตร์โบราณคดีทั้งในหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย สนใจทำการศึกษาและรวบรวมมาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เพราะเหตุว่าการได้มาของลูกปัดเหล่านั้น ไม่ได้มาจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดี ซึ่งนานๆ ทีจึงจะมีการขุดค้นกัน เป็นเรื่องตามไม่ทันกับการสูญเสียหลักฐานทางโบราณคดีที่ถูกทำลายโดยนักล่าของเก่า
นายแพทย์บัญชา คือบุคคลเดียวที่รวบรวมลูกปัดเพื่อศึกษาแบบเดียวกับพลอากาศโทมนตรีที่ล่วงลับไปแล้ว
การรวบรวมโดยการซื้อหามาด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวจำนวนมากของนายแพทย์บัญชา เพื่อการศึกษาหาคุณค่าและความหมายทางวัฒนธรรมนั้น คือสิ่งที่ข้าพเจ้าอนุโมทนาและเห็นชอบ เพราะไม่ได้รวบรวมเพื่อกำไรทางการค้าและแลกเปลี่ยนอย่างนักเล่นแร่แปรธาตุ หากได้ศึกษาแหล่งที่พบบรรดาลูกปัดที่ซื้อมาอย่างเป็นระบบ โดยเดินทางไปตามแหล่งที่พบเพื่อบันทึกถึงแหล่งที่มา
การให้ความสำคัญกับแหล่งที่พบของบรรดาลูกปัดเหล่านั้น ย่อมมีคุณค่าทางโบราณคดีโดยตรง แม้ว่าจะไม่มีการขุดค้นชั้นดินตามแบบอุดมคติของบรรดานักโบราณคดีไทยก็ตาม สำหรับข้าพเจ้า การบันทึกแหล่งที่มาของลูกปัดมีคุณค่ายิ่งต่อการศึกษาภูมิวัฒนธรรมของถิ่นฐานบ้านเมืองโบราณ ตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ถึงทวารวดี ขึ้นไปถึงฟูนัน สุวรรณภูมิ และยุคก่อนประวัติศาสตร์ในยุคหินขัด
นี่คือศักยภาพในทางโบราณคดีปัจจุบันและที่แล้วมาเกือบทั่วโลก เพราะการขุดค้นทางโบราณคดีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาในอุดมคตินั้น เป็นสิ่งที่ไม่ทันการณ์และไม่อาจจะทำได้ในทุกแห่ง หากจะรอคงต้องชาติหน้าเวลาบ่ายๆ เพราะฉะนั้นในความเห็นของข้าพเจ้า
การค้นคว้าหาลูกปัดและแหล่งโบราณคดีอันเป็นที่มาของลูกปัดของนายแพทย์บัญชา ก็คือการทำงานที่เรียกว่าโบราณคดีกู้ภัย (Salvage Archaeology) นั่นเอง
#สยามเทศะโดยมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์
ติดตามบทความ วิดีโอ และรายการต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/สยามเทศะ-โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ-วิริยะพันธุ์-323215901674254
https://www.youtube.com/user/lekprapai/featured
https://siamdesa.org
https://www.instagram.com/siamdesa_lekprapai/?hl=th
https://lek-prapai.org/home
https://www.blockdit.com/pages/60934dc31b39400c4b221773
3 บันทึก
4
3
3
4
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย