Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BETTERCM
•
ติดตาม
1 พ.ค. 2022 เวลา 04:05 • สุขภาพ
World Asthma Day 2022
เนื่องใน “วันโรคหืดโลก World Asthma Day 2022” ซึ่งองค์การอนามัยโลก(WHO) และองค์การหืดโลก (GINA) กำหนดขึ้นให้เป็นวันอังคารแรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 และจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Closing the gaps in asthma care” ถึงแม้ว่าโรคหืดไม่สามารถหายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมอาการของโรคเพื่อไม่ให้อาการกำเริบได้
เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต มาร่วมสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคหืดและการดูแลตัวเองไปด้วยกัน
โรคหืดเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตของผู้ป่วยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แม้ว่าโรคหืดจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมไม่ให้อาการของโรคกำเริบได้ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ
เนื่องในวันโรคหืดโลก แอสตร้าเซนเนก้ายังคงมุ่งสร้างการตระหนักรู้และสนับสนุนการเข้าถึงการวินิฉัยโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ รวมถึงโรคหอบหืด ภายใต้โครงการ Healthy Lung Thailand ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรจากภาครัฐ เอกชน และการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาพปอดที่แข็งแรง
https://www.facebook.com/117543997172158/posts/309233411336548/
ยาหลักที่ใช้ในโรคทางเดินหายใจ COPD และ Asthma ส่วนใหญ่อยู่ในรูป ยาพ่นสูด ซึ่งมีหลายรูปแบบ และมีตัวยาสำคัญแตกต่างกัน จำเป็นต้องพิจารณาในการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
https://www.facebook.com/1512057005766039/posts/2833251050313288/
🔰ยาสูดกำหนดขนาด Metered dose inhaler (MDI)🔰
เป็นเครื่องพ่นยาที่ใช้มานาน กะทัดรัด ราคาถูก เหมาะอย่างยิ่งในภาวะฉุกเฉิน เช่น มีอาการหอบเหนื่อยกำเริบ เพราะไม่ต้องใช้แรงสูดลมหายใจมาก แต่จะอาศัยเทคนิคพ่นยาให้สัมพันธ์กับการหายใจเข้า (hand-breath coordination)
ภายใน MDI จะมีตัวยาสำคัญอยู่ในรูปสารละลายหรือสารแขวนลอย และสารขับดันที่มีสัดส่วนมากถึง 80% การกด MDI แต่ละครั้งจะพ่นตัวยาสำคัญออกมาด้วยแรงดันก๊าซของสารขับดัน โดยเมื่อผ่านวาล์ว (metering valve) ที่บริเวณปากพ่นจะทำให้ได้ละอองฝอยของยาที่ขนาดตัวยาสำคัญใกล้เคียงกันในทุกการกด
⭕ขั้นตอนสำคัญที่มักผิดพลาดในสูดพ่นยาแบบ MDI
1. เขย่าหลอดยาในแนวตั้ง 3-4 ครั้ง
ในกรณีที่เปิดใช้ครั้งแรกจากกล่อง ให้กดยาทิ้งไปในอากาศ2ครั้งก่อนเสมอ
(🔸ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ผิดพลาดมากที่สุด🔸)
เนื่องจากตัวยาสำคัญที่อยู่ใน MDI เป็นรูปแบบสารแขวนลอยที่อาจตกตะกอนเมื่อตั้งทิ้งไว้ ดังนั้นก่อนใช้จึงควรเขย่าหลอดยาให้ตัวยาสำคัญกระจายตัวเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อให้ได้รับขนาดยาที่ครบถ้วนและสม่ำเสมอ
นอกจากนี้การถือเครื่อง MDI ในแนวตั้งโดยให้ด้านกดยาอยู่ข้างบนและด้านปากหลอดพ่นยาอยู่ด้านล่างยังมีความสำคัญ เพราะหากถือในทิศทางกลับหัวหรือทิศแนวนอนจะส่งผลให้พ่นตัวยาสำคัญออกมาได้ไม่ดี
2. หายใจเข้าช้า ๆ และลึก ๆ ทางปากพร้อมกับกดที่พ่นยา 1 ครั้ง
ในการกด MDI 1 ครั้ง สารขับดันภายในเครื่องจะพ่นตัวยาสำคัญออกมาด้วยความเร็ว ทำให้ตกค้างบริเวณช่องปากและลำคอได้มาก ดังนั้นการหายใจเข้าช้า ๆ และลึก ๆ พร้อมกับกดที่พ่นยาจะช่วยลดการตกค้าง และนำส่งยาไปยังบริเวณหลอดลมและปอดได้ดีขึ้น หากต้องการพ่นยาซ้ำให้ทำขั้นตอนทั้งหมดจนครบถ้วนก่อนแล้วจึงพ่นใหม่ เพราะการกดพ่นยาหลายครั้งต่อการหายใจเข้า 1 รอบ จะทำให้ยาตกค้างบริเวณช่องปากมากกว่าเดิม
3. กลั้นหายใจประมาณ 10 วินาที หรือให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจึงผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ
การกลั้นหายใจเป็นการเพิ่มเวลาให้ตัวยาสำคัญถูกนำส่งไปถึงหลอดลมและปอด มีระยะเวลาอยู่ที่บริเวณออกฤทธิ์นานขึ้น หากหายใจเร็วจะทำให้ตัวยาบางส่วนถูกขับออกมาพร้อมลมหายใจ
4. ทำความสะอาดปากหลอดพ่นด้วยน้ำสะอาด เช็ดด้วยกระดาษซับให้แห้ง ปิดฝาครอบให้เรียบร้อยหลังใช้เสร็จ
เนื่องจากตัวยาสำคัญบรรจุในภาชนะบรรจุยา ดังนั้นจึงสามารถใช้น้ำทำความสะอาดบริเวณปากหลอดพ่นยาได้ หลังจากนั้นปิดฝาครอบปากหลอดพ่นยาเพื่อลดการสะสมของฝุ่นผงและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่อาจเข้าสู่ทางเดินหายใจขณะสูดพ่นในครั้งถัดไปได้
.
.
💢
CLIP
ขั้นตอนการใช้ยาสูดพ่นชนิด Metered Dose Inhaler (MDI)
ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช
https://youtu.be/nyJNrfPw6ok
.
🔰ยาสูดชนิดผงแป้ง Dry powder inhaler (DPI)🔰
เป็นเครื่องสูดพ่นยาที่พกพาสะดวก มีรูปแบบให้เลือกหลายชนิด เหมาะกับผู้ที่มีแรงสูดลมหายใจเข้าที่มากพอ เนื่องจากในเครื่อง DPI จะไม่มีสารขับดันจึงต้องบริหารยาด้วยแรงสูดของตนเองเท่านั้น ไม่ต้องใช้เทคนิคพ่นยาให้สัมพันธ์กับการหายใจเข้า
ภายใน DPI จะบรรจุตัวยาสำคัญในรูปผงแห้ง ที่เกาะอยู่กับสารเพิ่มปริมาณยา เพื่อให้ตัวยากระจายได้ดีไม่เกาะกลุ่มกันขณะเก็บรักษา
การสูด DPI แต่ละครั้งจะต้องใช้แรงสูดลมหายใจเข้าที่มากเพื่อให้ตัวยาสำคัญหลุดออกจากสารเพิ่มปริมาณกลายเป็นละอองยาและมีเพียงตัวยาสำคัญที่ไปสู่ตำแหน่งออกฤทธิ์
⭕ขั้นตอนสำคัญที่มักผิดพลาดในสูดพ่นยาแบบ DPI
1. เตรียมเครื่องก่อนสูด
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ DPI มีหลายรูปแบบ ทำให้มีความหลากหลายในขั้นตอนการเตรียมยาให้พร้อมใช้ที่เฉพาะกับตัวเครื่องจนอาจเกิดความสับสนได้ โดยประเด็นสำคัญมีดังนี้
↗️Easyhaler แม้ว่า easyhaler จะต้องเขย่าหลอดยาในแนวตั้งและมีลักษณะภายนอกคล้าย MDI แต่หลังจากเขย่าแล้วจะต้องใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้กดหลอดยาสูดและฐานเข้าหากันจนได้ยินเสียง “คลิก” แสดงว่า ยาบรรจุในตำแหน่งที่พร้อมสำหรับสูด กรณียาหมด สังเกตได้จากช่องบอกจำนวนยาด้านข้าง จะปรากฎเลข 0
↗️Accuhaler ถือตัวเครื่องในแนวราบ การเปิดเครื่องจะไม่มีฝาครอบตรงบริเวณที่สูดแต่จะใช้การเลื่อนแกนเปิดออกจากตัวจนสุด ให้ได้ยินเสียง “คลิก” แสดงว่า ยาบรรจุในตำแหน่งที่พร้อมสำหรับสูด กรณียาหมด สังเกตได้จากช่องบอกจำนวนยาด้านข้าง จะปรากฎเลข 0
↗️Turbuhaler ถือตัวเครื่องในแนวตั้งตรง (แตกต่างจากขั้นตอนขณะสูดที่ถือในแนวนอน) ให้ปลายสำหรับสูดอยู่ด้านบน โดยเมื่อเปิดฝาครอบออกจะต้องทำการบิดฐานไปทางขวาและซ้ายจนได้ยินเสียง “คลิก” แสดงว่า ยาบรรจุในตำแหน่งที่พร้อมสำหรับสูด กรณียาหมด สังเกตได้จากช่องบอกจำนวนยาด้านข้าง จะปรากฎเลข 0
↗️Breezhaler และ handihaler เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องบรรจุเม็ดยาจากแผงยาเข้าไปในตัวเครื่องก่อนการสูดทุกครั้ง หลังใส่เม็ดยาลงในช่องแล้วปิดปากกระบอกจนได้ยินเสียง “คลิก” จะมีอีกขั้นตอนสำคัญ คือ ต้องกดปุ่มปล่อยเข็มเข้าไปเจาะเม็ดยาก่อน ยาถึงจะถูกบรรจุสำหรับพร้อมสูด ให้แกะยาออกจากแผงเมื่อต้องการใช้เท่านั้น และเมื่อสูดตามขั้นตอนทั้งหมดจนครบถ้วนต้องทิ้งเปลือกแคปซูลทุกครั้ง
2. ระวังอย่าพ่นลมหายใจเข้าไปในเครื่อง
ในขั้นตอนหายใจออกจากปากก่อนสูดพ่นยา จะต้องระวังไม่ให้ลมหายใจเข้าไปในเครื่อง เพราะอาจมีความชื้นปนเปื้อนเข้าไปข้างในตัวเครื่อง.ส่งผลให้ตัวยาสำคัญในรูปผงแห้งที่เกาะอยู่กับสารเพิ่มปริมาณหลอมรวมกัน ตัวยาสำคัญจะหลุดออกเป็นละอองยายากและเสี่ยงต่อการอุดตันภายในตัวเครื่อง
3. สูดลมหายใจเข้าทางปากโดยผ่านเครื่องมือให้เร็ว แรง และลึก แล้วเอาเครื่องออกจากปาก
เนื่องจากในเครื่อง DPI จะไม่มีสารขับดันในการช่วยส่งยาเข้าสู่บริเวณออกฤทธิ์ จึงต้องใช้แรงสูดลมหายใจเข้าที่มากพอ เร็วและลึกในการทำให้ตัวยาสำคัญหลุดออกจากสารเพิ่มปริมาณ จนเกิดละอองยาเข้าไปถึงบริเวณหลอดลมและปอดได้
4. ทำความสะอาดโดยผ้าหรือกระดาษทิชชูให้สะอาด ห้ามใช้น้ำล้าง แล้วทำการปิดฝาให้สนิท
เพราะอาจมีความชื้นปนเปื้อนเข้าไปข้างในตัวเครื่อง.ส่งผลให้ตัวยาสำคัญในรูปผงแห้งที่เกาะอยู่กับสารเพิ่มปริมาณหลอมรวมกัน ตัวยาสำคัญจะหลุดออกเป็นละอองยายากและเสี่ยงต่อการอุดตันภายในตัวเครื่อง
.
🔸ขั้นตอนที่ผิดพลาดมากที่สุด🔸
อุปกรณ์ Accuhaler Handihaler และ Breezhaler คือ การกลั้นลมหายใจอย่างน้อย10วินาที หลังสูดยาเสร็จ จากนั้นจึงหายใจออกตามปกติ
อุปกรณ์ Turbuhaler ขั้นตอนที่ผิดพลาดมากที่สุด คือ การเปิดกล่องยาครั้งแรก ต้องหมุนฐานด้านล่างก่อนสูดยาให้ได้ยินเสียงคลิก3ครั้ง
อุปกรณ์ pressurised metered-dose inhaler (pMDI) ขั้นตอนที่ผิดพลาดมากที่สุด คือ ในกรณีที่เปิดใช้ครั้งแรกจากกล่อง หลังจากเขย่าอุปกรณ์ในแนวขึ้นลง5-10ครั้ง ให้กดยาทิ้งไปในอากาศ2ครั้งก่อนเสมอ
.
.
💢
CLIP
ยาสูดพ่น ถุงลมโป่งพอง หืดหอบ
กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลแพร่
https://youtu.be/cL2x3HF8ZT4
ตัวอย่างและขั้นตอนการใช้ยาเทคนิคพิเศษ Accuhaler
https://youtu.be/L2QbtXzHlfk
.
.
ภาพและเนื้อหาจาก
ข้อควรรู้ในการใช้ยาสูดพ่นสำหรับโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=54
.
ผลลัพธ์ของการบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล
ยารักษาโรคหืดมีทั้งชนิดพ่นสูด และยารับประทาน ซึ่งยาพ่นสูดได้รับความนิยมมากกว่าเพราะออกฤทธิ์เร็ว เข้าสู่หลอดลมโดยตรง ประเสิทธิภาพสูง ผลข้างเคียงต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม ยาชนิดรับประทานก็ยังบทบาทในการรักษาโรคหืดอยู่โดยยาที่มีการใช้ในปัจจุบันได้แก่💊💊💊💊
📌Oral steroids เช่น prednisolone, dexamethasone ใช้ใน 2 กรณีคือ
-acute asthmatic attack มีผลลดการอักเสบและขยายหลอดลม ทำให้ลดความรุนแรงของหืดกำเริบ ลดการนอนรพ. และลดการ relapsed ภายใน 7 วันหลังจากหอบกำเริบ โดยการให้ชนิดรับประทานหรือฉีดได้ผลไม่ต่างกัน
-long term treatment โดยให้เป็นยาควบคุมอาการ กรณีที่เป็น severe uncontrolled asthma (ซึ่งเจอน้อยมาก ควรประเมินโรคพบร่วมและวิธีใช้ยาก่อนปรับเพิ่มยา) ซึ่งไม่สามารถควบคุมอาการด้วยยา medium to high dose ICS ร่วมกับยา add-on medications ตัวอื่น แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากยาตัวนี้มีผลข้างเคียงมากหากใช้เวลานาน ดังนั้นหากเป็นกลุ่ม Th2 high asthma อาจพิจารณาใช้ยากลุ่ม biological medications ส่วน Th2 low asthma ยาที่อาจใช้เพิ่มเติมคือ LAMA หรือ low dose macrolides
📌Antileukotrienes เช่น montelukast
ใช้เป็นยาควบคุมอาการเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นยาขยายหลอดลมฉุกเฉินเวลามีอาการได้ ยานี้มีความปลอดภัยสูงมาก สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน ดังนั้นในแนวทางการรักษาโรคหืดในเด็กจึงแนะนำให้ใช้เป็น ยารักษาทางเลือก (alternative option)
กรณีที่ไม่สามารถใช้ ICS ได้ใน step 2 เพื่อทดแทนยา low dose ICS กรณีที่มีอาการไม่มากหรือไม่อยากใช้ ICS แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากประสิทธิภาพสู้ ICS ไม่ได้ จึงแนะนำให้ใช้เป็นยา add-on therapy นอกจากนี้ยากลุ่มนี้อาจช่วยลดอาการโรคหืดที่มีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วยเช่น allergic rhinitis, exercise induced asthma, aspirin hypersensitivity ยากลุ่มนี้มี 3 ขนาดคือ 4 mg สำหรับอายุ 6 เดือน-5 ปี ขนาด 5 mg เป็นเม็ดเคี้ยวสำหรับอายุ 6-14 ปี และ 10 mg สำหรับอายุ 15 ปีขึ้นไป
📌 Oral bronchodilator เช่น salbutamol, terbutaline, procaterol ยังมีการใช้อยู่บ้างสำหรับหืดกำเริบ แต่เนื่องจากยา oral bronchodilator ออกฤทธิ์ช้าเป็น 2-3 ชม. เมื่อเทียบกับยาพ่นซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดลมได้ภายในเวลา 15-20 นาที นอกจากนี้ยากินต้องใช้ขนาดยาสูงกว่าพ่นถึง 10 เท่า จึงทำให้มีผลข้างเคียงเยอะกว่า เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ
ยกเว้นยา procaterol ที่ออกฤทธิ์จับกับ beta2-receptor ได้แรงและจำเพาะกว่า จึงทำให้ออกฤทธิ์เร็วและนานกว่าจึงให้เป็นเช้า เย็นได้ และผลข้างเคียงน้อยกว่า อย่างไรก็ตามยากลุ่มนี้หากรับประทานไปต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้มีการดื้อยาได้ (tolerance or desensitization) จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นยาควบคุมอาการโรคหืด (controller)
📌Oral Xanthines เช่น theophylline, doxofylline, roflumilast ออกฤทธิ์ขยายหลอดลมโดยเป็น Phosphodiesteres (PDE) inhibitors และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย แต่เนื่องจากออกฤทธิ์ขยายหลอดลมได้ช้าและมีผลข้างเคียงสูง จึงไม่แนะนำให้เป็นยารักษาอาการหืดกำเริบเฉียบพลัน แต่อาจใช้ low dose oral xanthines เป็นยาควบคุมอาการได้ โดยแนะนำให้เป็น add—on medications ในอายุ 6 ปีขึ้นไป
หลังจากที่ให้ยา medium dose ICS or ICS+LABA และยังควบคุมอาการไม่ได้ เนื่องจากประสิทธิภาพสู้ inhaled corticosteroids ไม่ได้ แต่อาจเสริมฤทธิ์กันในกรณีที่ผู้ป่วยมี steroid resistance หรือ nutrophilic inflammation ซึ่งมักไม่ค่อยตอบสนองต่อสเตียรอยด์ ยากลุ่มนี้รุ่นใหม่ๆ เช่น doxofylline หรือ roflumilast จะออกฤทธิ์กับตัวรับได้จำเพาะกว่า จึงทำให้ผลข้างเคียงน้อยกว่า มักใช้ในการรักษา COPD
กล่าวโดยสรุปคือ หากใช้ยาขยายหลอดลมชนิดกินกรณีหืดกำเริบ นอกจากจะออกฤทธิ์ช้าแล้วยังมีผลข้างเคียงได้ ส่วนยาทานควบคุมอาการรักษาโรคหืดสามารถใช้เป็นยาเสริม (add-on therapy)
#asthmatreatment
#asthmatalkbydrann
https://www.facebook.com/100057635433300/posts/pfbid0YyrWhHvrXXjHWmTnTyURn8F4mUUHAwCxMTAgMtLvifFoQNqy7SW4XMSgHFAjnrcMl/
บทความอื่นๆ
บทความอื่น
ASTHMA COPD
https://www.blockdit.com/posts/6374d6b7bbabaf8d3273b480
การกำเริบของโรคถุงลมโป่งพอง
https://www.blockdit.com/articles/5ee3cc8a19063b173aa53bcf
budesonide-formoterol
https://www.blockdit.com/posts/6304fe3e819e7fbbb1398b73
POSTED 2022.05.01
UPDATED 2022.10.12
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย