1 พ.ค. 2022 เวลา 09:51 • ท่องเที่ยว
พาชมและสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดมิ่งเมือง เมืองเชียงราย วัดคู่บ้านคู่เมือง อายุประมาณ 800 ปี ศิลปะล้านนาผสมผสานศิลปะพม่า
เมื่อผู้เขียนมาถีงเชียงรายแล้ว หนึ่งในวัดเก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองที่สำคัญซึ่งต้องมาสักการะ คือ วัดมิ่งเมือง ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย วัดนี้พบหลักฐานว่ามีอายุประมาณ 800 ปีซึ่งยาวนานเท่ากับการสร้างเมืองเชียงราย
และมี “พระธาตุมิ่งเมือง” เป็นปูชนียสถานสำคัญ ผู้เขียนจึงขอพาชมและสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดมิ่งเมืองนี้ โดยขอกล่าวถึง ประวัติของวัดมิ่งเมืองก่อนนะคะ
เครดิตภาพ: Dr. TC
ประวัติ วัดมิ่งเมือง เมืองเชียงราย
วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ถนนไตรรัตน์ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2513 เดิมเป็นวัดไทใหญ่ สร้างสมัยใดไม่ทราบ ได้ร้างไปในยุคพม่าครองเมือง ในช่วงเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมืองได้มีการกวาดต้อนผู้คนมาฟื้นฟูเมืองเชียงราย
ได้มีการขุดดินเพื่อนำไปเผาอิฐสร้างกำแพงเมืองในสมัยพระยารัตนอาณาเขต (เจ้าอุ่นเรือน) ขุดลงไปจนมีน้ำชั้นผิวดินออกมาเป็นบริเวณกว้าง มีการนำช้างชักลากของและพักเล่นน้ำ ชาวบ้านเรียกว่า หนองช้างมูบ
ราว ๆ ปี พ.ศ. 2420 ได้มีการสร้างวัดขึ้น โดยคณะศรัทธาชาวเงี้ยว (ไทใหญ่) ที่อยู่ภายใต้อาณัติของอังกฤษมาค้าขาย และตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณจำปาสี่ต้น (ปัจจุบันคือบริเวณโรงแรมแสนโฮเทล) ได้สร้างวัดขึ้นบนพื้นที่วัดร้างเดิม ซึ่งมีบริเวณกว้างขวางมากหน้าหนองช้างมูบ จึงเรียกชื่อวัดว่า วัดช้างมูบ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดมิ่งเมือง
แม้ประวัติของทางวัดจะอ้างว่าวัดนี้สร้างโดยตะละแม่ศรี หรือนางอุษาปายโค พระมเหสีของพญามังราย ตามข้อความที่จารึกแผ่นทองอักษรพม่าระบุไว้ ซึ่งจารึกนี้ทางวัดอ้างว่าได้นำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์แล้ว
อย่างไรก็ตาม อภิชิต ศิริชัย นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ออกมาโต้แย้งว่า ไม่ปรากฎหลักฐานว่าพญามังรายได้ให้นางอุษาพายโค (ปายโค) หรือนางเทพคำขร่ายมาสร้างวัดมิ่งเมืองที่เชียงราย
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุเพียงว่าพญามังรายให้นางพายโคกับครัวมอญประมาณ 500 ครัว ที่ติดตามมาจากเมืองหงสาวดีอยู่ที่เวียงกุมกามเท่านั้น ไม่มีเอกสารหลักฐานชั้นต้นใดที่กล่าวว่าพระนางได้มาประทับอยู่เชียงราย
ส่วนจารึกถ้ามีจริงก็ควรจะเป็นอักษรมอญมากกว่าพม่า อีกทั้งตะละแม่ศรีก็ไม่ใช่คนเดียวกันกับนางพายโค เนื่องจากตะละแม่ศรีประสูติประมาณปี พ.ศ. 1893 หลังจากพญามังรายสวรรคตไปแล้ว 39 ปี หลักฐานประวัติที่เก่าที่สุดของวัดมิ่งเมืองมีปรากฏเพียงแค่ช่วงยุคฟื้นฟูเมืองเชียงรายเท่านั้น
ภาพเขียนในวัดแสดง พระนางเทพคำข่าย พระมารดาของพระยามังรายซึ่งภาพเขียนในวัดระบุว่าเป็นผู้สร้างวัด     เครดิตภาพ: อ้างอิง 2
โบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญในวัดมิ่งเมือง
องค์พระประธาน
เป็นพระพุทธรูปปั้น ลงรักปิดทองทั้งองค์ เป็นศิลปะเชียงแสนสิงห์ 1 ซึ่งได้ทำการซ่อมแซมมาถึง 4 ครั้งมีอายุถึง 400 กว่าปี ซึ่งครั้งหลังสุดช่างที่ก่อสร้างได้เพิ่มขนาดขององค์พระให้ใหญ่ขึ้น โดยมีหน้าตักกว้างขนาด 80 นิ้ว มีนามว่า “หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง” ที่มีพุทธลักษณะที่งดงามตามพุทธศิลป์แบบเชียงแสนสิงห์ 1 ยุคต้นโดยเฉพาะที่ยอดพระเกตุโมฬีเป็น รูปดอกบัวตูมแกะสลักจากหินแก้วจุยเจียหรือแก้วโป่งข่าม ซึ่งเป็นหินที่เกิดขึ้นในดินแดนล้านนาเท่านั้น
หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง   เครดิตภาพ: Dr. TC
เจดีย์
 
เป็นปูชนียสถานเก่าแก่ ที่มีคู่มากับวัด เป็นศิลปะแบบล้านนา เดิมก่อนการบูรณะเป็นรูปทรงพม่าทั้งหมด แต่ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ โดยสร้างเจดีย์บริวารตั้งไว้สี่มุม ประดับด้วยฉัตรศิลปะแบบพม่า ชาวบ้านเรียกเจดีย์นี้ว่า “พระธาตุมิ่งเมือง” นอกจากนี้เจดีย์นี้มีความสำคัญ คือ เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติของวัดไว้
เจดีย์   เครดิตภาพ: อ้างอิง 2
วิหาร
เป็นวิหารไทใหญ่ประยุกต์ผสมผสานกับรูปแบบของวิหารล้านนา ภายในตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักลงรักปิดทอง ประกอบกับการกรุฝ้าเพดานแบบไตรภูมิและบราลีเป็นรูปหงส์จำนวน 34 ตัว
ด้านหน้าวิหาร  เครดิตภาพ: Dr. TC
ด้านข้างวิหาร  เครดิตภาพ: Dr. TC
บ่อน้ำ
ชาวบ้านทั่วไป เรียกบ่อน้ำนี้ว่า “น้ำบ่อช้างมูบ” เพราะรูปแบบการก่อสร้างมีหลังคาเป็นรูปซุ้มโขง ประดับด้วยรูปปั้นของช้างทรงเครื่อง ซึ่งหมอบอยู่ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ในสมัยโบราณ
บ่อนี้ได้ให้ประโยชน์แก่ชุมชนชาวตลาดเชียงรายเป็นอย่างมากเพราะเป็นบ่อน้ำแห่งเดียวที่อยู่ในบริเวณนี้ ทั้งใช้ตักดื่ม และตักไปขาย และเป็นสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างในเมืองและนอกเมือง
เมื่อชาวบ้านเดินทางไกลมาจะเข้าเมือง จะแวะพักดื่มน้ำที่บ่อนี้ก่อน และไปธุระ พอเสร็จธุระและจะออกจากตัวเมืองก็จะแวะพักเหนื่อย และดื่มน้ำที่บ่อช้างมูบก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อไป
บ่อน้ำ  เครดิตภาพ: อ้างอิง 2
จะเห็นได้ว่า วัดมิ่งเมืองนี้ เป็นวัดที่เก่าแก่ สวยงาม น่าศึกษาทั้งด้านโบราณคดีศิลปะล้านนา ผสมผสานศิลปะพม่า และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ให้มาศึกษาหลายอย่าง ทำให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปแวะเวียนมาเที่ยวชมสักการะเป็นประจำ ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านเมื่อมาเที่ยวเชียงราย ควรที่จะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ
โฆษณา