3 พ.ค. 2022 เวลา 06:57 • ท่องเที่ยว
'หมู่บ้านมะหินกอง' #TM103 #เล่าเรื่องเมืองเรา #การท่องเที่ยวทางเลือก
รูปแบบการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงชุมชน/วิถีชีวิต
หมู่บ้านมะหินกอง ตั้งอยู่ที่ ตำบล แม่สลองใน อำเภอ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย
สภาพโดยทั่วไปของตำบลแม่สลองในเป็นภูเขาโดยมีแหล่งชุมชนตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำสำคัญต่างๆ อากาศในช่วงฤดูร้อนนั้น เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 34 องศา ฤดูฝนหนักช่วงสิงหา และจะหนาวเย็นปลายเดือนธันวาถึงมกราคม
ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่นี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ทำสวน ค้าขาย หัตถกรรมในครัวเรือนและอุตสาหกรรมในครัวเรือน และรับจ้างทั่วไป
พูดถึงประวัติของแม่สลองเป็นเรื่องราวของอดีตที่ผู้อพยพจากกองพล 93 จากสหภาพพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 เพื่อใช้เป็นกันชนกับชนกลุ่มน้อย ทำให้ดอยแม่สลองในยุคแรกเป็นดินแดนลี้ลับต้องห้าม มีปัญหายาเสพติดและกองกำลังติดอาวุธมาตลอด ทางการไทยได้พยายามแก้ปัญหา โอนกองกำลังเหล่านี้มาอยู่ในความดูแลของกองบัญชาการทหารสูงสุด กระทั่งปี พ.ศ. 2515 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทหารจีนคณะชาติให้อาศัยในแผ่นดินไทยอย่างเป็นทางการ ยุติการค้าฝิ่น ปลดอาวุธ และหันมาทำอาชีพเกษตรกรรม โดยได้ริเริ่มโครงการปลูกชา และปลูกสนสามใบเพื่อทดแทนป่า
เส้นทางการท่องเที่ยว
4วัน 3 คืน ณ หมู่บ้านมะหินกอง
วันที่ 1
เดินทางจากกรุงเทพ - เชียงราย และมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน
กิจกรรมหลักของวันนี้ ไม่มีอะไรมากค่ะ รับประทานอาหารค่ำที่หมู่บ้านเป็นอาหารท้องถิ่นและรับชมการแสดงการต้อนรับจากชาวบ้าน ทั้งฟังดนตรีที่ทำจากวัสดุทางธรรมชาติ
วันที่่2
กิจกรรมไฮไลต์เต็มๆตลอดทั้งวันค่ะ
เริ่มโดยการตื่นเช้าไปดูทะเลหมอก ที่ต้องตื่นแต่เช้ามืด
กิจจกรมไปเก็บยอดชา เก็บผักจากป่ารอบๆสวนของชาวบ้าน และกิจกรรมตกปลา เพื่อนำมาเป็นอาหารมื้อกลางวันบนสวนชาที่ใหญ่สุดของหมู่บ้าน หลังจากนั้นไปโรงงานชาเพื่อดูการแปรรูปจากชาสดมาปั่นเป็นชาแห้ง จากเครื่องคั่วแบบสมัยโบราณ ตอนเย็นหลังรับประทานอาหารเสร็จ
วันที่3
ตื่นเช้าอีกเช่นเคยค่ะ แต่วันนี้ไม่ได้พาไปดูทะเลหมอก แต่จะพาไปเดินตลาดเช้าของคนที่นี้ ซึ่งจะได้สัมผัสกับชาวบ้านที่แท้จริง ชาวบ้านที่นี้นำผักที่เก็บจากสวนหรือป่านำมาขายปูพื้นค่ะ สดและปลอดสารพิษแน่นอน กิจกรรมเช้าของวันนี้จะเป็นการเรียนการปักลายบนเสื้อ กระเป๋า ต่างๆ ที่ปักโดยมือ เส้นต่อเส้น (ยากมาก) แต่ถือว่าเป็นงานอดิเรกของคนที่อยู่อาศัยตรงนี้ สำหรับบางคนเป็นอาชีพหลักเลยค่ะ มีราคาสูงเนื่องจากเป็นการปักมือทุกชิ้น หลังจากนั้นเป็นกิจกรรมที่ต้องเดินไกลนิดหน่อย เข้าป่าไปหาแม่น้ำเพื่อหาปลามาทำเป็นมื้อเที่ยง ชาวบ้านที่นี้ชอบทานปลาตัวเล็กๆจากแม่น้ำ และการประกอบอาหารของคนที่นี้เวลาเข้าป่าคือการนำไม้ไผ่กับใบตองมาเป็นวัสดุในการทำอาหารนั้นเอง ขอบอกว่ามันอร่อยและคุ้มกับการเดินทางไกลและเสียเวลาไปมาก
วันที่4
ตื่นเช้ารับวันใหม่ วันสุดท้าของการเข้าพักหมู่บ้านชาวเขา วันนี้ไปเรียนรู้การปลูกข้าวบนดอยกัน ที่นี้เป็นการปลูกข้าวบนภูเขา ซึ่งต่างออกไปจากการปลูกข้าวในเมือง
แนบรูปในการทำกิจกรรมมาฝากนะคะ พร้อมรายละเอียดใต้รูปเลยค่ะ หวังว่าจะชอบการท่องเที่ยวแบบชุมชนของคนบนดอยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
การแสดงจากชาวบ้าน เพื่อต้อนรับคณะทัวร์เพื่อให้เห็นถึงชุดประจำชาติ และที่ถืออยู่ในมือนั่นคือไม้ไผ่ เพื่อเอามาช่วยเสริมเสียงดนตรีค่ะ
การไปชมทะเลหมอกที่นี้คือต้องตื่นแต่เช้ามืด เพราะอสงอาทิตย์ขึ้นเร็วมาก และถ้าพระอาทิตย์ขึ้น หมอกจะเริ่มจางลง แต่ก็คุ้มกับการตื่นเช้าเพราะทะเลหมอกที่นี้คือสวยและหนามากก อยู่ใกล้เราด้วย เหมือนก้อนเมฆที่อยากจะกระโดดใส่เลย 55555
กิจกรรมเก็บยอดชา เพื่อนำไปแปรรูปเป็นชาชง แต่การแปรรูปที่นี้ใช้เพียงเครื่องคั่วแบบโบราณที่ยังใช้แรงคนในการหมุนเครื่อง จะมีกลิ่นหอมจากฟืนมากกว่าตามโรงงานค่ะ
ตกปลาเพื่อนำมาเป็นอาหารมื้อเที่ยง
ปลาสดและเนื้อหวานมาก กลิ่นหอมจากถ่าน และวิวบรรยากาศที่เย็นสบาย
ผักที่เก็บจากสวนสดๆ ปลอดภัยปราศจากสารพิษแน่นอน
ตลาดเช้าที่ชาวบ้านบางคนตื่นนตั้งแต่ตี3-4 เพราะอยู่ไกล ตลาดที่นี้เป็นตลาดศูนย์รวมของหลายหมู่บ้านของทางนี้เลยค่ะ ผักสด มีอาหารเช้าต่างๆ และเนื้อหมู วัว ที่เลี้ยงเอง นำมาขายแบบสดๆเลย อาหารมีหลายชนเผ่าเลยนะคะ ทั้งจีน อาข่า ลาหู ลีซอ มีหมดในที่เดียว ถือเป็นตลาดี่ใหญ่สุดในบนดอยนี้เลย
ถึงเวลาเดินป่า ป่าของจริง ที่มีทางเดินสับสนและเหมือนกันหมด แต่แปลกที่คนที่นี้กลับชินและเดินได้อย่างสบาย (มันเหนื่อยมากๆ) แต่วิวสองข้างทางระหว่าไปจะเป็นภูเขาสลับไปมา สวยมากค่ะ
หลังจากถึงแม่น้ำ จะเป็นการทำดักน้ำเพื่อจับปลาเล็กปลาน้อย นำมาปรุงเป็นอาหารกลางวัน หลังจากได้ปลาเสร็จก็มาคัดแยกเศษใบไม้ เศษหินต่างๆออก
ผักตามป่า กินได้ค่ะ สมุนไพรล้วนๆ
นำพริกถือเป็นเมนูประจำบ้านและทำกินกันบ่อยที่สุด เวลาเข้าป่าจะไม่ยกครกไปด้วยนะคะ จะเป็นการนำไม้ไผ่แล้วมาตัดออกครึ่ง และตำในนั้นเลย
นี้คือการประกอบอาหารที่ชาวบ้านมักจะทำเวลาเข้าป่า เพราะไม่ต้องขนอะรไปเยอะ และสามารถทิ้งได้เลยหลังรับประทานอาหารเสร็จ ปรุงรสอาหารและเทใส่ในไม้ไผ่ได้เลย แล้วไปผึงกับไฟแบบในรูปเลย ใช้เวลานานหน่อย แต่อร่อยและหอมมากค่ะ
กิจกรรมสุดท้ายที่ต้องลองเมื่อมาบนดอย คือการได้ลองปลูกข้าวบนดอยค่ะ  ด้วยทางบนดอยส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาไปสะหมด ที่นี้เลยจะแตกต่างออกไปจากในเมืองที่ต้องปลูกทางราบและมีน้ำ
โฆษณา