KISS ฝ่ามรสุมความท้าทายปี 2021 ด้วยช่องทางออนไลน์ ตลาดต่างประเทศ และ นวัตกรรม
1
หากย้อนกลับไปก่อนเกิดวิกฤติมรสุมโควิด-19 ต้องบอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา KISS ได้สร้างปรากฎการณ์การเติบโตเฉลี่ยที่มากกว่า 20% ต่อปี โดยถือเป็น แบรนด์สกินแคร์ภายใต้บริษัทไทยเพียงบริษัทเดียว ที่สามารถยืนหยัดร่วมอยู่กับผู้เล่น Top 5 แบบเทียบเคียง บริษัทชั้นนำระดับโลกได้อย่างงดงาม
2
ที่น่าสนใจก็คือ ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา การเติบโตจากผลิตภัณฑ์ เซรั่ม
เปรียบได้กับ KISS คือ ผู้บุกเบิก และ สร้างปรากฎการณ์กลุ่มนวัตกรรมสินค้าใหม่ให้กับตลาดสกินแคร์ ในประเทศมาโดยตลอด
ทั้งนี้ KISS ได้ขยายเทคโนโลยีเซรั่มที่โดดเด่น ผสมผสานในผลิตภัณฑ์ อื่นๆ มากมาย อาทิ แผ่นมาส์กบำรุงผิว สบู่ก้อนล้างหน้า แชมพูผสมเซรั่มเปลี่ยนสีผม และ เซรั่มบำรุงผิว ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา
1
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า สภาพการณ์ตลาดความงามที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด 19 เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และ ให้ความสำคัญ กับสินค้าที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือ เมคอัพไม่คอยได้รับความนิยมเหมือนเคย คนแต่งหน้าน้อยลง มาตรการ Lock down ทำให้ไม่มีความจำเป็นในการใช้เครื่องสำอาง และลดทอนความสำคัญของการแต่งหน้า การจับจ่ายในช่องทางร้านค้า ก็ลดน้อยลง รวมถึง อำนาจในการซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงด้วยเช่นกัน
ไม่น่าแปลกใจที่ตัวเลขผลประกอบการในปี 2021 ที่ผ่านมาจึงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ KISS แม้จะปิดตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 772 ล้านบาท แต่ก็ยังสามารถสร้างกำไรในปีที่ผ่านมากเกือบ 120 ล้านบาท เลยทีเดียว
1
ซึ่งน้อยคนที่จะรู้ว่า ภาพรวมการเติบโตเฉลี่ยของตลาดกลุ่ม Skincare 3 ปีย้อนหลัง
(2018-2021) ในไทย มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยติดลบ 5.4% ในขณะที่ KISS มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ +17.6%
1
ซึ่งทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ KISS ยังคงยืนหยัดความเป็น ผู้เล่น Top 5 ได้อย่างสมภาคภูมิ
หากมองแค่การเติบโตภายในประเทศก็จะเห็นว่า KISS ต้องเผชิญความท้าทาย และ อุปสรรคในการเติบโตอย่างมาก แต่ KISS กลับสร้างปรากฏการณ์ในตลาดต่างประเทศ อย่างอินโดนีเซียได้อย่างน่าประทับใจ
ด้วยการเติบโตในปี 2021 ที่ผ่านมาสูงถึง 370% จากการทำงานร่วมกันกับ Business partner ในท้องถิ่น ที่เข้าถึงและเข้าใจตลาดอินโดนีเซียได้เป็นอย่างดี
ในปี 2022 นี้ แผนการขยายตลาดในประเทศอินโดนีเซียก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การมองหาโอกาสในการขยายสู่ตลาดใหม่ ยังเป็นเรื่องที่ KISS ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งไปที่การขยายตลาดสู่ประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเติบโต
ในทุกวิกฤติ ล้วนมีโอกาส และ สิ่งที่ถือเป็นโอกาสอันดีในการเติบโตท่ามกลางความท้าทาย จากโรคระบาด สำหรับตลาดภายในประเทศ ก็คือ การขยายตลาดในช่องทางออนไลน์ ที่มีการเติบโตที่ดี
ซึ่งนับว่า จากวิกฤติในครั้งนี้ ก็มีโอกาสในการเติบโตให้กับ KISS ในช่องทางนี้ โดยในปีที่ผ่านมา เราสามารถเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว จากช่องทางออนไลน์ และยังมีแนวโน้มที่ดีในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
1
บทสรุปของความสำเร็จ คือ การมุ่งไปที่เป้าหมายในปี 2026 ที่ KISS ตั้งเป้าไว้ที่ 3 พันล้าน โดย KISS ยังคงให้ความสำคัญกับการต่อยอดด้านนวัตกรรมที่สำคัญ อันถือเป็นหัวใจหลัก ของการเติบโตที่ยั่งยืน
โดยในปี 2022 นี้ KISS เล็งสร้างนวัตกรรม ด้านสุขภาพอย่างจริงจัง และคาดว่าจะเป็นนวัตกรรมที่สร้าง New S-curve ให้กับการ เติบโตของ KISS
5ถูกใจ
7แชร์
129Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      WHO เตือน ประชากรโลกมากถึง 5,000 ล้านคน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจจากการกินไขมันทรานส์ ดร.เท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ไขมันทรานส์เป็นสารเคมีที่เป็นพิษซึ่งคร่าชีวิตผู้คนได้ ไม่ควรมีอยู่ในอาหาร ถึงเวลาที่ต้องกำจัดมันให้หมดสิ้นไป เพราะประชากรโลกมากถึง 5,000 ล้านคน เสี่ยงที่จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจผ่านการรับประทานไขมันทรานส์
      รู้สึกเหนื่อยสะสม อาจเป็นสัญญาณเตือนโรค TATT อาการ “เหนื่อยล้า” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เมื่อมีอาการเหนื่อยสะสมมากๆ จากการทำงาน รวมกับความเครียด สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดโรค TATT หรือ Tired All The Time ได้แบบไม่รู้ตัว
      สรุป #โจอี้ภูวศิษฐ์ โดนหญิงปริศนาปาเงินใส่หน้าขณะร้องเพลง
      ศิษย์และอาจารย์ สองสุดยอดกุนซือแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษที่เคารพกัน เป๊ปและอาร์เตต้า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รู้จักกับมิเกล อาร์เตต้า ตั้งแต่ปี 1997 ณ เวลานั้นเป๊ปอายุ 26 ปี เป็นตัวจริงของบาร์เซโลน่า ส่วนอาร์เตต้าอายุ 15 ปี เป็นเยาวชนที่เล่นอยู่กับ ลา มาเซีย
      ดูทั้งหมด