9 พ.ค. 2022 เวลา 14:00 • ธุรกิจ
เปิดเคล็ดลับ รีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด ผ่อนดอกเบี้ยถูกลง ต้องทำยังไง ?
ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี อาจจะเห็นคนเอาบ้าน คอนโด ไปรีไฟแนนซ์กันมากขึ้น โดยจุดประสงค์ของการ รีไฟแนนซ์ คือ การที่เจ้าของบ้าน เจ้าของคอนโดไปขอยื่นกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระเงินกู้เก่าที่มีอยู่ ทั้งนี้เพื่อให้ลดดอกเบี้ยบ้านให้ต่ำลงมา และช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนน้อยลง รวมถึงต้องการให้ผ่อนบ้านให้หมดเร็วไวยิ่งขึ้น
ซึ่งการการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารแห่งใหม่จะมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ดีกว่าเดิม ด้วยการผ่อนต่อเดือนถูกลง ยืดระยะเวลาการผ่อนได้นานขึ้น แต่…คนที่จะนำบ้าน คอนโด ไปรีไฟแนนซ์ ต้องจำเงื่อนไขไว้ว่าสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้ต่อเมื่อหมดสัญญากับธนาคารแห่งแรกที่ยื่นขอสินเชื่อบ้านไว้ไปแล้ว ซึ่งมักจะกำหนดให้สัญญามีอายุ 3 ปี
วันนี้ #สปริงนิวส์ได้รวบรวม ข้อมูลเคล็ดลับ รีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด ผ่อนดอกเบี้ยถูกลง ต้องทำยังไง ? จาก บริษัท แสนสิริ มหาชน ว่า ก่อนจะรีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด ต้องรู้ และทำตามรายละเอียดดังนี้
1.ตรวจสอบสัญญาเดิม
ดูรายละเอียดสัญญา เงินผ่อนที่เหลือ อัตราส่วนดอกเบี้ย ระยะเวลา
2.เลือกธนาคารใหม่
ดูจากดอกเบี้ย ระยะเวลาการผ่อน หากคำนวณแล้วมีความคุ้มค่ามากกว่าจริง ก็ทำได้
3.เตรียมเอกสาร
รายชื่อเอกสารอ้างอิงได้จากการเตรียมเอกสารการรีไฟแนนซ์ข้างต้น
4.ยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคาร
หากเอกสารพร้อมแล้ว การดำเนินการใช้เวลาไม่นาน
5.ทำสัญญา
ต้องดูรายละเอียดสัญญาใหม่ให้เรียบร้อย ป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
รีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด ที่ไหนดี ? แสนสิริ ได้แนะนำ ว่า
-กรุงศรีรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.75%
-สินเชื่อบ้านสุขสันต์ธอส. ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก MRR -1.00% (กรณีลูกค้าสวัสดิการ) MRR -0.50%
(กรณีลูกค้ารายย่อย)
-กสิกรไทย รีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก Supersave MRR-1.50%
*หมายเหตุ: รายละเอียดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
ขณะที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า การรีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด ที่ไหนดี ต้องรู้ดังนี้
เมื่อเลือกธนาคารได้แล้วให้ลองนำไปคำนวณหักลบกับเงินที่ประหยัดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ ว่าค่าใช้จ่ายที่เสียไปจะคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่คุณประหยัดได้จากดอกเบี้ยที่ลดลงหรือเปล่า โดยส่วนมากค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์จะน้อยกว่าการซื้อบ้านใหม่มาดูว่าปกติแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
-ค่าประเมินราคา (อาจมีค่าใช้จ่าย หรือไม่มี ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น)
-ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้
-ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน(ไม่เกิน 10,000 บาท)
-ประกันอัคคีภัย (โดยปกติต้องทำทุก 1-3 ปี ตามกฎหมาย)
-ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร
นอกจากนี้เคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยรีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด ให้ง่ายขึ้น มีดังนี้
-ให้พิจารณารายได้ของเราว่ามีรายได้เพียงพอที่พอผ่อนชำระในแต่ละเดือนไหม หรือมีหลักทรัพย์อะไรที่เพิ่มมาใหม่จากเดิมและยังมีการผ่อนชำระอยู่ (ถ้ามีจะช่วยให้การรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่สามารถทำได้ไม่ง่ายนัก) และที่สำคัญควรตรวจสอบให้ดีว่าระบบเครดิตบูโรของเรายังดีอยู่หรือเปล่า
-เราก็สามารถนำบ้านที่กำลังผ่อนอยู่กับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร มาทำการรีไฟแนนซ์ผ่อนกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยถูกกว่าได้เหมือนกัน นอกจากจะทำให้เราผ่อนบ้านได้หมดไวแล้วยังมีเงินเหลือเอาไปต่อยอดในการลงทุนได้อีกด้วย
โฆษณา