10 พ.ค. 2022 เวลา 08:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
วิธีตั้งเป้าหมายทางการเงิน ต้องทำอย่างไร ?
การลงทุนทุกครั้ง สิ่งที่เราต้องกำหนดเพื่อให้เราสามารถเลือก “สินทรัพย์การลงทุน” ได้อย่างถูกต้องก็คือ การกำหนด “เป้าหมายทางการเงิน” และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้เราต้องมีการตั้งเป้าหมาย กำหนดแนวทาง รวมถึงเครื่องมือที่ชัดเจน
1
สมมติว่า หากเราต้องการเก็บเงิน 100,000 บาท ภายใน 2 ปี ถ้าคิดง่าย ๆ เราก็สามารถเอา 100,000 บาท มาหาร 24 เดือน ก็จะได้เงินที่ต้องเก็บเท่ากับ 4,167 บาทต่อเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราคงไม่เก็บเงินแบบหยอดกระปุกไปเรื่อย ๆ แต่เราควรนำเงินไปลงทุน หรืออย่างน้อย ๆ ควรฝากเงินไว้ในธนาคารเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ แต่ก็สามารถชะลอผลกระทบจากเงินเฟ้อได้
หากเราออมเงิน 1,000 บาททุกเดือน เป็นเวลา 24 เดือนหรือครบ 2 ปี และได้รับดอกเบี้ยอยู่ที่ 1% ต่อปี เงินทั้งหมดจะมีมูลค่ารวมดอกเบี้ย เท่ากับ 1,000 x 24.23 = 24,230 บาท
อีกหนึ่งตัวอย่าง สมมติว่าเราออมเงิน 2,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี เราจะมีเงินทั้งหมดที่มีมูลค่ารวมดอกเบี้ย เท่ากับ 2,000 x 12.28 = 24,560 บาท นั่นเอง
ซึ่งหากคิดกลับกัน ถ้าเราต้องการมีเงิน 100,000 บาท และสามารถนำเงินไปลงทุนแล้วได้ผลตอบแทน 1% ต่อปี นั่นหมายความว่าเราสามารถนำ 100,000 บาทมาหารด้วย 24.23 จะได้เงินที่ต้องเก็บออมต่อเดือน เท่ากับ 4,127 บาท นั่นเอง
เมื่อเราสามารถกำหนดเป้าหมายการเงินได้อย่างชัดเจน เราก็จะรู้ว่าเราควรจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใดเป็นหลัก เพราะจากตาราง เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า “ระยะเวลา” และ “อัตราผลตอบแทน” จะมีปริมาณที่เราต้องเก็บเงินในแต่ละเดือนอย่างชัดเจน
หากเป็นเป้าหมายระยะสั้นอย่าง 1 ปี เราจะเห็นได้ว่าต่อให้ลงทุนได้ 1% ต่อปีหรือจะลงทุนให้ได้ 10% ต่อปี ปลายทางของการออมเงินก็จะไม่แตกต่างกันมาก เนื่องจากมีระยะเวลาให้เงินงอกเงยได้น้อย ทำให้การรักษาเงินต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ และไม่สามารถลงทุนเสี่ยงได้มากนัก แนะนำให้ลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ได้ผลตอบแทนน้อย แต่โอกาสสูญเสียเงินต้นต่ำ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่า
หากเป็นเป้าหมายระยะยาวระดับ 10 ปีขึ้นไป เราจะเห็นได้ว่า การลงทุนที่ได้ผลตอบแทน 1% ต่อปี กับ 10% ต่อปี นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสำหรับการลงทุนในระยะยาวก็สามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายมากขึ้น อย่างหุ้น กองทุนหุ้น ที่มีความผันผวนสูง แต่มีแนวโน้มในการเติบโตในระยะยาวที่ดี และด้วยเวลาที่มากพอของเป้าหมายระยะยาวทำให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนที่น้อยลงตามไปด้วย
1
เมื่อเราสามารถคำนวณและเข้าใจเครื่องมือที่เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของเราแล้ว ก็จะสามารถทำให้เราทำตามแผนการเงินที่วางไว้ได้ง่ายและใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับการคำนวณเพื่อวางแผน เราควรคำนวณผลตอบแทนให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย เพื่อป้องกันว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนทำให้ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายปลายทาง แผนการเงินของเราก็จะไม่สะดุด หรือทำให้เราสามารถพร้อมปรับเปลี่ยนแผนการเงินในระหว่างทางได้
สำหรับใครที่ต้องการลองคำนวณเป้าหมายการลงทุน สามารถเข้าไปคำนวณได้ ที่นี่ : https://www.lhbank-findesign.com/calculator/financial-goal
โฆษณา