13 พ.ค. 2022 เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เข้าใจงบการเงินง่าย ๆ ใน 3 นาที
‘งบการเงิน’ เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดี ที่จะช่วยให้เราเข้าใจธุรกิจนั้น ๆ ก่อนจะตัดสินใจลงทุน วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจงบการเงินแบบง่าย ๆ ไปพร้อมกันครับ
1
ในงบการเงินจะประกอบด้วยข้อมูลหลายส่วน แต่สำหรับบทความนี้จะขอหยิบเอา 3 งบการเงินหลัก ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด มาพูดคุยกันก่อนครับ
🌴 1. งบแสดงฐานะการเงิน
งบแสดงฐานะการเงิน หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ‘งบดุล’ เป็นงบที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมฐานะการเงินของบริษัท ณ จุดเวลาหนึ่ง
ซึ่งข้อมูลที่อยู่ในงบดุลจะมี 3 ส่วนหลัก คือ สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น โดยความสัมพันธ์ คือ
[ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น ]
⭐ สินทรัพย์
สินทรัพย์จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ตามสภาพคล่องและความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเงินสด ได้แก่ สินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
⭐ หนี้สิน
หนี้สินแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ตามระยะเวลาที่จะครบกำหนดชำระหนี้ ได้แก่ หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน
⭐ ส่วนของผู้ถือหุ้น
สุดท้ายส่วนของผู้ถือหุ้น จะแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ทุน และกำไร(ขาดทุน)สะสม
หลัก ๆ แล้ว งบดุลจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับฐานะการเงินของบริษัทให้เราได้ เช่น บริษัทมีสภาพคล่องพอที่จะชำระหนี้มั้ย บริษัทมีหนี้มากเกินไปรึเปล่า เป็นต้น
🌴 2. งบกำไรขาดทุน
งบนี้จะบอกเราว่าผลการดำเนินงานของบริษัท ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ ดีหรือไม่ดียังไง จริงอยู่ที่งบนี้ใช้ดูความสามารถในการทำกำไรของบริษัทได้ แต่เวลาอ่านงบก็ไม่ควรดูแค่ส่วนที่เป็นกำไรหรือขาดทุน
แต่ควรดูข้อมูลอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น ดูว่าบริษัทควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ดูว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ เป็นต้น
สำหรับหลักการคำนวณของงบนี้ก็ง่าย ๆ คือ นำรายได้ มาหักต่อด้วยค่าใช้จ่าย และได้ออกมาเป็นกำไรหรือขาดทุน
โดยในงบจริงอาจจะมีการแบ่งกำไรเป็นหลายขั้น ซึ่งกำไรในแต่ละขั้นจะถูกหักด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่างกันไป
⭐ วิธีคำนวณ คือ
รายได้จากการขาย - ต้นทุนขาย
= กำไรขั้นต้น
กำไรขั้นต้น - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
= กำไรจากการดำเนินงาน
กำไรจากการดำเนินงาน - ดอกเบี้ยจ่ายและภาษี
= กำไรสุทธิ
🌴 3. งบกระแสเงินสด
งบนี้จะแสดงการใช้เงินสดของบริษัทในแต่ละช่วงเวลา ทั้งในส่วนที่รับมาและส่วนที่จ่ายออกไป โดยเราจะสามารถดูสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทผ่านงบนี้ได้
ข้อมูลในงบกระแสเงินสดจะแบ่งเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน
⭐ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
จะแสดงการใช้เงินสดในการดำเนินธุรกิจ เช่น รายรับจากการขายสินค้า จ่ายเงินเดือนพนักงาน เป็นต้น ปกติแล้วกระแสเงินสดส่วนนี้ควรเป็นบวก เพราะการทำธุรกิจของบริษัทควรสร้างกระแสเงินสดได้
⭐ กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
จะแสดงการใช้เงินสดในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุน เช่น การซื้อ-ขายตึกหรืออาคาร เป็นต้น ถ้ากระแสเงินสดส่วนนี้เป็นลบ จะแปลว่าบริษัทนำเงินไปลงทุนเพื่อขยายกิจการ
⭐ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
จะแสดงการใช้เงินสดที่เกี่ยวกับกิจกรรมจัดหาเงินของบริษัท ถ้ากระแสเงินสดส่วนนี้เป็นลบ แปลว่าบริษัทกำลังจ่ายเงินออก เช่น จ่ายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน ชำระหนี้ เป็นต้น
ตรงกันข้าม ถ้ากระแสเงินสดส่วนนี้เป็นบวก แปลว่าบริษัทได้เงินสดเพิ่มเข้ามา เช่น ได้เงินจากการออกหุ้นกู้ กู้ยืมเงินจากธนาคาร เป็นต้น
🌴 สรุป
งบการเงินทั้ง 3 ก็มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ถ้าอยากรู้ความมั่งคั่งของบริษัทต้องดูที่งบแสดงฐานะการเงิน
ถ้าอยากรู้ว่าบริษัททำกำไรได้มั้ยต้องเปลี่ยนไปดูงบกำไรขาดทุน และสุดท้ายถ้าอยากรู้ว่าบริษัทจัดการเงินสดได้ดีแค่ไหนต้องดูที่งบกระแสเงินสด
ดังนั้น ถ้าเราอยากรู้จักบริษัทนั้น ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน การเริ่มศึกษาข้อมูลในงบการเงินก็เป็นอีกเรื่องที่ควรต้องทำครับ
"เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน"
พวกเรากลุ่มคนที่รักเรื่องราวของการเงินการลงทุนเป็นชีวิตจิตใจ จึงก่อตั้งเพจ Dime! (ไดม์!) ขึ้น
Dime! แปลว่าเหรียญ 10 เซนต์ (ประมาณ 3 บาท) สื่อถึงความตั้งใจของเราที่จะทำให้การเงินการลงทุนเป็นเรื่องที่คุณเข้าถึงได้ เข้าใจง่าย และนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้จริง เหมือนกับเงิน 1 ไดม์ ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้
หากทุกคนมีความรู้ทางการเงินที่แข็งแรง
สังคมของเราก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
โฆษณา