12 พ.ค. 2022 เวลา 02:59 • กีฬา
#ปัจฉิมนิเทศ2022
FA Youth Cup Final: Man United U18s 3 - 1 Nottingham Forest U18s
จบลงไปแล้วสำหรับเกมที่แฟนผีคาดหวังและรอคอย เมื่อฟุตบอลเยาวชนถ้วยในตำนานอย่าง FA Youth Cup 2021/22 ตำแหน่งแชมเปี้ยนเป็นของทีม Manchester United U-18s ที่ได้เล่นในโอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นสังเวียนรอบชิงชนะเลิศ เอาชนะฟอเรสต์ชุดเยาวชนด้วยสกอร์ 3-1 ภายในเวลา 90นาที ต่อหน้าผู้ชมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยาวชน จำนวน 67,492 คนที่เข้ามาในโรงละครแห่งความฝันวันนี้
มีเรื่องที่น่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้น รีวิวให้ผู้อ่านที่ไม่ได้อยู่ดูเมื่อคืนนี้ได้นึกภาพออกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตัวไหนน่าสนใจ
(มีบทความยาวที่ผมอัพเสร็จตอนบอลแข่งเมื่อคืนพอดีด้วยอีกหนึ่งอัน ในการเจาะลึกผู้เล่นคนสำคัญแต่ละตัวในชุด U-18s ด้วย อ่านอันนี้จบอย่าลืมไปอ่านโพสต์ข้างล่างด้วยนะครับ)
รายละเอียดในวันที่เราสามารถพูดได้ว่า "ทีมกูมีแชมป์โว้ยไอ้สัส" มีดังนี้ครับ
-----------------------
1. การจัดตัวและแผนการเล่น
ยูไนเต็ดจิ๋วชุดลูกกรอกคะนองวันนี้ 11 ตัวจริงประกอบด้วยนักเตะตัวหลักๆของทีม และตัวที่ลงเล่นในถ้วยใบนี้มาตลอด5เกมที่ผ่านมาในรอบแรกๆ ทุกตัวมีในบทความข้างล่างทั้งหมดไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้
ด้วยระบบ "4-2-3-1" แมนยูไนเต็ดชุดเยาวชนมี 11 ตัวจริงดังนี้
--------------Vitek--------------
Jurado---Bennett--Jackson--Murray
-----------Gore---Mainoo------
Mather------Isak--------Garnacho
------------McNeill-----------
Radek Vitek; Marc Jurado, Rhys Bennett (cap), Louis Jackson, Sam Murray; Robbie Mainoo, Dan Gore; Sam Mather, Isak Hansen, Alejandro Garnacho; Charlie McNeill
สำรอง: Maximillian Oywdele 64’ / Joe Hugill 64’ / Sonny Aljofree 86’
/ Tom Wooster (gk), Logan Pye(LB), Omari Forson(AM), Ethan Ennis(RW)
-------------------
ส่วนทางด้านฟอเรสต์ U-18s มีผู้เล่นตัวจริงดังนี้ในระบบ 3-5-2
Aaron Bott; Ben Hammond, Zach Abbott, Pharrell Johnson; Josh Powell, Justin Hanks , Jamie McDonnell (c) , Sam Collins, Kyle McAdam; Detlef Osong, Dale Taylor
สำรอง : Ben Perry 73’ / Joe Gardner 81’ / Aaron Korpal 90+1’
----------------------------
2. "Real" Ranking
ก่อนบรรยายแมตช์นี้ ต้องอธิบายกันก่อนว่า พอเห็นแชมป์คืนนี้ หลายคนอาจเข้าใจว่า แมนยูไนเต็ดชุดนี้เก่งระดับไร้เทียมทาน อันนี้คือต้องบอกเลยว่า "โคตรไม่จริง" ถ้ามันดีผมก็จะบอกว่าดี แต่ถ้ามันไม่ได้ดีขนาดนั้น
เราต้องบอกตามความเป็นจริงว่า ทีมชุดนี้ของยูไนเต็ดถือว่า อยู่ในระดับที่เหนือกว่าฝีเท้า average ของทีมอื่นๆในรุ่น U-18s ด้วยกัน พูดง่ายๆคือก็เก่งจริงๆนั่นแหละ
แต่ไม่ใช่ทีมที่เก่งที่สุดในรุ่น
หลายๆครั้งก็โดนนำก่อนและต้องตามตีเสมอ และบางครั้งเจอทีมโหดๆก็มีแพ้เหมือนกัน อย่างนัดที่ชัดๆเลยคือ แพ้ซิตี้คาบ้าน 1-5 (ไอ้สัส ทำไมมันเหมือนชุดใหญ่ฟะ) และก็มีบุกไปแพ้แบล็คเบิร์น U-18s ด้วยสกอร์ 4-1 เหมือนกัน
ในขณะที่เกมล่าสุด ก็เป็นเจ้าแม็คนีลที่ต้องยิงคนเดียวสองประตู ตามตีเสมอหมาป่าจิ๋ว วูล์ฟ U-18s จบด้วยสกอร์ 2-2 เป็นต้น
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก U-18s โซนภาคเหนือ ลูกกรอกคะนองชุดนี้เหลือเกมอีก 1 นัด และตอนนี้อยู่ในอันดับ 3 ของตาราง เตะไป 25 นัด มี 41 คะแนน เท่ากับฟอเรสต์ U-18s ซึ่งก็คือไอ้ทีมนี้ที่แข่งกะเรานี่แหละ ในอันดับ4
ส่วนแชมป์และรองแชมป์ คือ แมนซิตี้ และ ลิเวอร์พูล U-18s ตามลำดับ ด้วยคะแนนที่ไม่ต่างอะไรกับชุดใหญ่ ซิตี้จบด้วยคะแนน 61 แต้ม ส่วนนกแดงมี 51 แต้ม ซึ่งลูกกรอกคะนองเรามีแค่ 41 เต็มที่ก็มีแค่ 44 คะแนน ยังไงก็ไล่ไม่ทันแล้วเพราะเกมเหลือแค่นัดเดียวในโซนเหนือ
เห็นความแตกต่างกันนะครับ ทั้งผลการแข่งขันแบบ head-to-head และคุณภาพของทีมโดยรวม น้องๆยังไม่ใช่ทีมที่เก่งที่สุดในรุ่นนะต้องบอกแบบนี้ เขียนงี้หลายคนอาจจะเซ็ง แต่มันคือความจริง
เพื่อไม่ให้เป็นการไฮพ์เกินกว่าเลเวลของทีมไป ถ้าเก็ทตรงนี้จะดีใจมากๆ
----------------------------
3. ครึ่งแรก
แมนยูไนเต็ดก็ถือว่าเป็นฝ่ายที่เริ่มต้นได้ดีกว่า ด้วยการทำเกมรุกอย่างดีจากแกนกลางของทีมที่เป็นหลักในการเล่น โดยเฉพาะคู่ double pivot อย่าง Dan Gore กับ Kobbie Mainoo สองตัวนี้เป็นผู้เล่นคนสำคัญมากไม่แพ้แนวรุกของทีม
ทุกคนคงรู้จัก "ร่างโคลนป็อกบา" (แต่เล่นเป็นธรรมชาติกว่า) อย่างเจ้าค็อบบี้ ไมนู กันอยู่แล้ว แต่แดเนียล กอร์ คือตัวสำคัญของชุดเยาวชนที่เล่นเป็นหลักให้ทีมมาตลอดเช่นกัน
และประตูแรกสะท้านโอลด์แทรฟฟอร์ดก็มาเร็วสุดๆ จากนักเตะที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน เมื่อเจ้าหนู อิซัค เพลย์เมคเกอร์ตัวรุกของทีมเรียกฟรีคิกได้
และก็เป็น "ปลาไหลจอมบุก" Sam Murray ปั่นด้วยซ้ายโค้งงงงงงเข้ากรอบเขตโทษ หนีแนวรับของฟอเรสต์เข้าไปในพื้นที่สุดท้ายในลักษณะของ Deep Completion และเป็นกัปตันทีมอย่าง "Rhys Bennett" ที่วิ่งสลัดตัวประกบพุ่งเข้ามาโฉบโหม่งแบบโคตรเนี้ยบเหมือนมืออาชีพเป๊ะๆ
บอลที่เปลี่ยนทางรวดเร็ว และมีน้ำหนักหัวดีโคตรๆ ก็พุ่งเข้าโกลไปโดยที่ผู้รักษาประตูอย่าง อารอน บอตต์ ปัดไม่ออก ลูกกรอกคะนองนำอย่างรวดเร็วนาที 13 จากกัปตันทีมผู้ที่จะได้ชูถ้วยในภายหลังคนนี้
ต้องบอกว่าแคปเบนเน็ตต์คือนักเตะอีกคนที่แฟนผีควรรู้จักเอาไว้ เพราะเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่น่าจับตามองในอนาคตมากๆ วันนี้การยิงประตูนัดสำคัญ สะท้อนคุณภาพของเขาแล้ว หลังจากนัดนี้คงจะมีคนรู้จักมากขึ้น และอาจได้ไปยืมตัวกับทีมดีๆในซีซั่นหน้า
-------------------------
เกมครึ่งแรกยูไนเต็ดก็ดูดี แต่ยังไม่สามารถประมาทฟอเรสต์ชุดนี้ได้ ด้วยบอลที่ใช้ตัวรุกแดนหน้าไม่กี่ตัว แต่สามารถขึ้นเกมมาป้วนเปี้ยนหน้าประตูได้เรื่อยๆด้วยบอลไดเร็คต์เป็นหลัก ทำให้เราไม่สามารถวางใจได้ ตราบใดที่ไม่ขึ้นนำ 2 ลูก จะไม่มีคำว่าปลอดภัยทั้งนั้น เพราะฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้
และอย่างที่เกริ่นไปแล้วเพื่ออธิบายตรงนี้ให้คนดู / คนอ่าน เข้าใจว่า ทำไมระหว่างที่เปิดไลฟ์ Watch-A-Long เมื่อคืน ผมถึงพูดตลอดว่ายังไว้ใจสกอร์ 1-0 ไม่ได้ ก็เพราะเรื่องเลเวลของทีมเรา ที่อธิบายในข้อ 2. นั่นแหละ มันยังมีโอกาสพลิกได้อยู่แม้จะดูว่าเหนือกว่าก็ตาม
การเล่นโดยแกนหลักอย่างเจ้าหนู อิซัค แฮนเซิน-โอเริน (Isak Hansen-Aaröen) ดูจะเป็นศูนย์กลางได้ดี ยืนคุมพื้นที่ตรงกลางในลักษณะของ Enganche ชัดเจนมากๆ และมีดีที่ killer pass แต่เกมนี้เห็นเรื่องนั้นน้อยหน่อยเพราะว่า เจอแบ็คทรีของฟอเรสต์ + ตั้งlow block โอกาสจึงค่อนข้างน้อย
------------------------
หลังจากได้ประตู แมนยูชุดเยาวชนของเราก็ยังแทบไม่ค่อยมีโอกาสจะแจ้งมากนักในการทำเกมของทีมเรา โดยเฉพาะตัวที่หลายๆคนรอดูฟอร์มอย่าง "เจ้าเด็กนรก" ชาร์ลี แม็คนีล โดนวงล้อมแนวรับในแอเรียCenterค่อนข้างเยอะ บริเวณพื้นที่ตรงกลางตรงไข่แดงหน้ากรอบเขตโทษ
ส่วน "พายุปีศาจ" อเลฮันโดร การ์นาโช่ ก็เจอกับการตามติดของแนวรับฟอเรสต์บริเวณริมเส้น ก็ต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมากในการเจาะlow block
อาวุธหลักของน้อนฉ่ายคือความเร็วในการวิ่ง การเข้าทำ เทคนิคการเอาชนะคู่แข่ง และการหวดยิงประตูที่เฉียบคมมากๆ
จุดแข็งของเขาถนัดในการเล่นที่มีพื้นที่กว้างๆ โดยเฉพาะการเจาะspaceด้านหลัง defensive line ของคู่แข่งมากๆ ในลักษณะของสไตล์การเล่นที่เป็น Forward กึ่งๆ กองหน้าสาย Poacher ที่เน้นการจบสกอร์ในจังหวะเข้าทำที่เฉียบคม
ดังนั้นพอเจอตั้งรับลึก ครึ่งแรกการ์นาโช่ริมเส้นฝั่งซ้ายก็ยังดูเงียบพอๆกับแม็คนีลที่โดนล็อคตายตรงกลาง เพราะไม่มีพื้นที่ให้สปีดมากเท่าไหร่นัก
-------------------------
เกมทำท่าจะจบลงด้วยการนำ 1-0 ชิลๆ แต่พูดยังไม่ทันขาดคำหน้าไลฟ์ว่าให้ระวัง ก็เจอเรื่องช็อคๆเกิดขึ้น จากการทำเกมขึ้นมาน้อยจังหวะของฟอเรสต์ชุดเล็ก และบอลมาเข้าทางของ "จอช พาวล์" ได้บอลทางขวา หักและตะบันด้วยซ้ายแบบโคตรเข้าข้อ
บอลเรียดพื้น พุ่งเข้าหาโกล ซึ่งจากระยะที่ไม่ได้ห่างตัวมาก วิเท็คควรจะเซฟได้ ถ้าคิดในบริบทผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์ทั่วๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกนี้เป็นท่าไม้ตายเดเคอาเลยด้วยซ้ำที่ล้มตัวเซฟลูกยิงแบบนี้ได้บ่อยๆ
แต่เหมือนกับว่าวิเท็คตัดสินใจผิดและไม่เฉียบคมพอ ดูเหมือนเขาจะต้องการล้มตัวตะครุบลูกนี้ (จริงๆควรยื่นมือไปปัดออกมากกว่า แต่คงเห็นว่าบอลไม่ห่างตัว)
ซึ่งลูกยิงนี้มันแรงกว่าที่คิด + เจ้าตัวล้มช้าไปเสี้ยววินาที ซองน้อนเลยแตก และบอลปลิ้นเข้าโกลไปแบบช็อคๆ อึ้งกันทั้งทีม ฟอเรสต์ตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายครึ่งแรกในที่สุด
แต่สิ่งที่ดีคือ หลังจากวิเท็คซึ่งเป็นมือหนึ่งของทีมพลาดนั้น เพื่อนก็รีบวิ่งเข้าไปปลอบ และให้กำลังใจเพื่อน ไม่มีหงุดหงิดหรือต่อว่ากัน เพื่อไม่ให้เสียกำลังใจและ "หลุด" หลังจากนั้น ซึ่งนี่สะท้อนทีมสปิริตที่ดีมากๆของเด็กชุดนี้ที่ตะลุยมาด้วยกันโดยตลอด
จบครึ่งแรกเสมอ 1-1
--------------------------------
4. เกมครึ่งหลัง
4.1 เจ้าป่าอุดแหลก ผีแหกไม่สำเร็จ
ลงมาด้วยความฮึกเหิมอีกครั้ง และเป็นยูไนเต็ดที่โหมบุกอย่างหนัก และครองบอลกดฟอเรสต์เอาไว้ในกรอบเขตโทษได้อยู่พักใหญ่ๆหลายคอมโบ แต่ยังไม่สามารถเจาะกำแพงแน่นๆหน้าประตูคู่แข่ง ที่ช่วยกันเซฟประตูอย่างอุตลุด
2
ยิงไปตรงไหนก็ติดหมด ปิดพื้นที่ได้โคตร compact มากๆจนไม่รู้จะหารูไหนยิง ประตูนำ 2-1 จึงยังไม่มา และมีสวนกลับใส่แมนยูได้หลายๆจังหวะให้เสียวเรื่อยๆ
เมื่อยูไนเต็ดต่อคอมโบนั้นไม่ติดแล้ว และเกมชะงักลงไป ช่วงกลางครึ่งหลังจึงดูจะเป็นเกมของฟอเรสต์มากกว่าที่ได้ครองบอลและบุกใส่มาบ้าง ส่วนยูไนเต็ดดูเนือยมากๆในช่วงนั้น
----------
จนกระทั่ง ทราวิส บินเนี่ยน เฮดโค้ชของ U-18s ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนาที 64 ของแมตช์นี้ ในการแก้เกมเพื่อจะหาทางยิงประตูเจ้าป่าจิ๋วให้ได้ ด้วยการถอดเอาคนสำคัญอย่าง ชาร์ลี แม็คนีล ออกมา
เกมนี้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ไม่ได้ และโดนเปลี่ยนตัวออกมาก็คงจะช็อคและผิดหวังพอควร อันนี้เข้าใจได้ น้องมันpassionเยอะอยู่แล้ว
อีกคนที่ถูกเปลี่ยนออกพร้อมกัน คือตัวเด่นอีกตัวอย่างเจ้าหนูอิซัค ออกมาพร้อมๆแม็คนีล และเติมตัวใหม่ที่สดลงไป อันได้แก่ "แม็กซิมิลเลียน โอเยเดเล่" มิดฟิลด์ผ้าคาดหัวเด็ดล็อคที่สดกว่า ลงไปแทนตามตำแหน่งAMของอิซัค
ส่วนกองหน้าที่ลงไปแทน คือ[เจ้าต้าวโป้งเดียวจอด] "โจ ฮิวกิล" ลงไปเล่นกองหน้าแทนแม็คนีลที่ถูกเปลี่ยนออก
----------------------
4.2 แก้แทคติกที่มิติกองหน้า
ประเด็นตรงนี้คิดว่าเป็นการแก้แทคติกที่ค่อนข้างชัด เพราะแม็คนีลเอง แม้จะบอกว่าเขาคือ Striker ก็จริง แต่เกมนี้โดนประกบติดแหงก เล่นยากและไม่มีพื้นที่
ซึ่งเขาเป็นนักเตะที่มีบางมิติคล้ายๆการ์นาโช่ในการจบสกอร์อย่างรวดเร็วและหาตำแหน่งการเล่น แต่ว่าแม็คนีลไม่ใช่กองหน้าตัวค้ำ
ดังนั้นเพื่อมิติการเล่นที่แปลกออกไป ทราวิสเลยใช้น้องโจลงไปเล่นเป็น Target Man ในแดนหน้าของทีม แทนตัวเข้าทำอย่างแม็คนีลที่เล่นไม่ออก
โจ ฮิวกิล ก็ถือว่าสถิติการยิงประตูในปีนี้หลังจากหายเจ็บมาก็ค่อนข้างโหด(ตามปกติ)ของเจ้าตัว เลยได้โอกาสลงสนามมาในรอบชิงวันนี้เพื่อกดดันแผงหลังฟอเรสต์ด้วย
-------------------
4.3 "การก่อความผิดพลาด" คือตัวตัดสินผลแพ้ชนะในวันนี้
เกมเข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย และเกมนี้ผลออกมาแล้วว่า ยูไนเต็ดนั้นเหนือกว่าฟอเรสต์ เมื่อพลังงานการเล่นยังคงเต็มเปี่ยม และที่สำคัญที่สุดคือ ฝั่งแมนยูไนเต็ด "ก่อความผิดพลาด" น้อยกว่าฝั่งฟอเรสต์เยอะ
โดยเฉพาะผู้เล่น outfield ในสนาม ฟอเรสต์ยังคงมีข้อบกพร่องที่เป็น individual errors อยู่เยอะอย่างเห็นได้ชัด
และประตูขึ้นนำ 2-1 ก็มาถึงในนาทีที่ 76 เมื่อแมนยูไนเต็ดเพรสซิ่งขึ้นไปสูงถึงหน้าเขตโทษฟอเรสต์ และพวกเขาพยายามที่จะเล่นบอลแก้เพรสออกมาจากแผงหลัง
แต่กองหลังฟอเรสต์อย่างแอ็บบ็อตต์ จับบอลที่ฟาเรล จอห์นสัน จ่ายมาห่างจากเท้า ในขณะที่มีตัวรุกเราอยู่ใกล้ๆ และรอพุ่งเข้าไปบีบแย่งบอลอยู่แล้ว
การผิดพลาดในพื้นที่อันตรายนี่คือจุดตายที่มีโอกาสโดนยิงสูง เพราะเป็นการพลาดมหันต์ในพื้นที่บริเวณหัวกะโหลก
เป็นอเลฮันโดร การ์นาโช่ที่วิ่งเข้าไปแย่งบอลที่หลุดจากเท้าของในจังหวะนี้ และกำลังจะได้บอลเข้าไปดวล 1-1 กับอารอน บ็อตต์เพื่อทำประตู แต่แอ็บบอตต์ก็เตะการ์นาโช่ที่กำลังจะพาบอลไปยิงล้มลงไป ผู้ตัดสินเป่าฟาล์ว และชี้นิ้วไปที่ "จุดโทษ" ในลูกนี้
-------------------------
4.4 "เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย"
ถ้าดูภาพช้า จะชัดเจนมากๆว่าจุดที่เตะขัดขากัน มันอยู่ "นอกกรอบ" เขตโทษแค่นิดเดียว ตัวของการ์นาโช่หลุดเข้าไปล้มในกรอบเขตโทษ
เปาพลาดในการตัดสินใจว่าจะเป็นจุดโทษหรือฟรีคิก ยูไนเต็ดได้ประโยชน์จากฟอเรสต์ด้วยคำตัดสินที่ผิดพลาด
ดูทรงแล้วคิดว่าเกมนี้ไม่มี VARช่วย และผู้ตัดสินต้องเป่าตามดุลยพินิจของตัวเองที่เห็น ซึ่งจริงๆแล้วให้พูดตรงๆคือ ฟอเรสต์โชคร้ายจากการเป่าผิดพลาด และเสียประโยชน์ในจังหวะนี้ อันนี้เราพูดกันตรงๆได้
แต่ถามว่า แมนยูไนเต็ดเสียประโยชน์ด้วยหรือไม่ ก็เสียเหมือนกัน เพราะช็อตนี้ถ้าไม่โดนเตะฟาล์ว โอกาสเป็นประตูสูงมากๆ จากการหลุดเข้าไปเดี่ยวๆกับอารอน บ็อตต์ ของการ์นาโช่
-----------------
ส่วนตัว ศาลาผี อยากจะให้น้องๆชนะแบบแฟร์ๆ ใสๆ ไม่อยากชนะหรือได้ประตูเพราะอะไรแบบนี้ ถามว่าผมดีใจไหมที่ได้จุดโทษที่เป่าพลาด ผมก็ไม่ดีใจเลยครับ
ไม่มีใครอยากให้น้องเราชนะแบบที่พูดได้ไม่เต็มปากหรอก
แต่หากมองอีกด้านหนึ่งไปถึง "โอกาส" ที่เด็กเราก็อาจจะเข้าไปยิง 2-1 ได้อยู่แล้วเพราะนักเตะฟอเรสต์ผิดพลาดในระดับ big mistake ขนาดนี้ เอาจริงๆไม่โดนแดงก็ถือว่าโชคดีมากเช่นกัน
เราเสียโอกาสทำประตูนำ เสียโอกาสมีผู้เล่นเยอะกว่า ก็เกือบๆจะไม่ต่างจากฟอเรสต์เหมือนกัน
---------------------
จังหวะนี้ของการ์นาโช่ที่กำลังจะหลุดไปนั้น ไม่มีผู้เล่นกองหลังฟอเรสต์อยู่ใกล้ๆอีกแล้ว (เพราะ CB ขยายตำแหน่งออกไปเพื่อรับบอลในการแกะเพรสจากแมนยู)
หากหลุดเข้าไปตัวตัวกับโกลได้ พื้นที่มุมยิงค่อนข้างเปิด การกะประมาณ xG (Expected Goal) แบบหยาบๆ ลูกนี้ยังไงก็เกินครึ่งแน่นอนที่มีโอกาสเป็นประตูสูง น่าจะราวๆ 0.6-0.7 ไม่เกินนี้ แต่พอโดนเตะ โอกาสจะได้ทำประตูก็หายไป
กรรมการเองก็แจกแอ็บบ็อตต์แค่ใบเหลือง และจึงให้เป็นจุดโทษในที่สุด ซึ่งคนที่ลุกมาสังหาร ก็เป็นคนที่ขยันเข้าไปแย่งบอลได้เร็วกว่าและเรียกจุดโทษสำเร็จอย่างการ์นาโช่ ที่มาเป็นคนยิงเอง
น้องกาน่าฉ่ายเอี้ยวตัวหลอกผู้รักษาประตูไปคนละทาง ยิงเข้าไปตุงตาข่ายแบบดิจิตอลขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 77 ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งไปดีใจมุมธงด้วยท่า SIUUUU ตามแบบไอดอลเบอร์หนึ่งในใจอย่าง Cristiano Ronaldo
ปีศาจแดงนำ 2-1 และเกมก็เข้าสู่ช่วงสิบนาทีสุดท้าย
แต่นักเตะฟอเรสต์ยังคงพลาดอย่างต่อเนื่อง จนเกิดประตูถัดมาอีกหนึ่งลูกแบบคลีนๆ ใสสะอาดอย่างที่ไม่มีอะไรโต้แย้งถึงความต่างตรงนี้ที่เป็นเหตุผลของชัยชนะ
--------------------------
4.5 "คนเล็กปิดบัญชีโหด" Solo Kill!!!
นาทีที่ 86 ทราวิส บินเนี่ยน ตัดสินใจปรับแทคติกเพื่อปิดเกมนี้ให้ชัวร์ที่สุดด้วยการถอดปีกขวาอย่าง แซม มาเธอร์ ออก และส่งกองหลังลงไปอีกคน นั่นก็คือ Sonny Aljofree เซ็นเตอร์แบ็คอีกหนึ่งตัวลงไปแพ็คหลังสาม
ปรับระบบเป็น 3-4-1-2 ในช่วงท้าย และเกมก็เป็นของลูกกรอกคะนองเราแบบเต็มๆในช่วงท้ายครึ่งหลัง ไม่มีอะไรอันตรายอีก
เกมหมด90นาที ทดเวลาเจ็บ "8 นาที" ในเกมนี้เพราะมีจังหวะบาดเจ็บหลายครั้ง และเป็นการ์นาโช่ ที่สร้างโอกาสจะยิงอีกในช่วงท้ายเกม จนกระทั่งได้ประตูตอกฝาโลง ปิดกล่องแบบเคลียร์ๆ ไม่มีอะไรค้างคาจากลูกจุดโทษ2-1
เมื่อกองหลังฟอเรสต์จับบอลพลาดอีกครั้ง และก็เป็นการ์นาโช่เจ้าเดิม ที่วิ่งเข้ารีคัฟเวอร์บอล และกระชากขึ้นมาทางซ้ายอย่างรวดเร็วในจังหวะโอเพ่นเพลย์
ลูกสามนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆเน้นๆแบบ "Solo Kill" ของการ์นาโช่ ที่หลอกหักเข้าในจะยิงด้วยขวา แต่คู่แข่งอาจไม่รู้ว่าหมอนี่ยิงซ้ายก็คมสัสๆ หักเข้าซ้ายจนกองหลังเจ้าป่าหักกันเป็นแถบ แล้วกดด้วยซ้ายเต็มตีน
บอลโดน ฟาร์เรล จอห์นสัน ที่วิ่งเข้ามาบล็อค บอลเปลี่ยนทางเข้าโกลไปเต็มๆในนาทีที่ 90+4 แมนยูไนเต็ดนำห่างไปเป็น 3-1 และเมื่อครบ 8 นาที ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลา ทำให้ Manchester United U-18s คว้าแชมป์ FA Youth Cup 2021/22 ได้สำเร็จ
และนี่คือแชมป์บอลถ้วยเยาวชนสมัยที่ 11 ของปีศาจแดง
--------------------------
5. คะแนนนักเตะ
ให้แบบคร่าวๆ อย่าซีเรียสกับตัวเลข กะประมาณเอา ตรงไม่ตรงอย่าว่าเก๊านะ
(มาตรฐานศาลาผี 6=ผ่านแบบรอดตัว ฟอร์มไม่ดีไม่ร้าย)
Vitek - 5.5 หักคะแนนซองแตกไปเล็กน้อยสำหรับเด็กจากชัยภูมิรายนี้ ถ้าไม่พลาดลูกนั้นจนทำให้ตากล้องที่แม่งก็รู้งานจัดๆ จับภาพน้องแปปเดียวแล้วรีบเบนไปหา "ดาวิด เดเคอา" ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์อย่างไว
(เพื่ออออ 55555)
Murray - 7.5 ได้1แอสซิสต์จากลูกปั๋นนนโค้งงงงงงง จากฟรีคิกประตู 1-0 เติมเกมรุกได้ดี และมีส่วนร่วมกับเกมเยอะ ฝีเท้าใช้ได้
Jurado - 7.1 น้อนมาร์คเติมมาจากทางขวาในครึ่งหลัง แล้วซัดเต็มตีนจนแผ่นดินไหวไฟไหม้ฟ้าผ่าอาเตี่ยแมน จนอารอน บ็อตต์ ซองแตกบอลกระฉอกเกือบจะโดนแม็คนีลซ้ำเหมือนกัน แต่เพื่อนมาเติมไฟต์อย่างไว บล็อคให้ยิงไม่ได้
น้อนมาร์คมีฟอร์มการเล่นที่ดีตามมาตรฐาน ที่สำคัญ passion สูงจัดๆ น่าจะตามอัลวาโร่ขึ้นไปในไม่ช้าในชุดสำรองปีหน้า
แต่อัลวาโร่แม่งจะหนีขึ้นไป first team ในยุคเทน ฮาก แล้วนี่สิ ถถถ
Bennett - 8 "แคปรีส ไอแคนดูดีสออลเดย์ เบนเน็ตต์" กัปปิตันของพวกเรา ฟอร์มการเล่นโคตรดีโดยเฉพาะประตูขึ้นนำนี่ โหม่งแบบมือโปรเชี่ยๆ และรัศมีออร่าความเป็นผู้นำสูงสุดๆ ถ้าไม่มีการ์นาโช่ ผมคงจะให้ MoM น้องมันไปแล้ว
Jackson - 7 ไม่ได้ก่อความผิดพลาดอะไร มีช็อตบู๊ให้ได้เห็น เลยบวกแต้มเพิ่มอีก 0.5 ตามอัธยาศัย สำหรับเด็กสก็อตติชที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก และได้โอกาสลงตัวจริงนัดชิงวันนี้
Gore - 7.5 การเล่นของกอร์ช่วยให้แดนกลางมีสมดุลมากๆ เป็นตัวที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง แม้กระทั่งเติมบุกก็ตาม
Mainoo - 8 ค็อบบี้ ไมนู ยังคงเล่นได้อย่างธรรมชาติเช่นเคย ใช้สกิลเท่าที่จำเป็น มีช็อตเทิร์นด้วยสปีดอย่างรวดเร็วให้เห็นกลางสนาม พลิกหมุนหนีแบบชิลๆเลย และการเก็บบอลไว้กับตัวอย่างมั่นใจ ตัวนี้โอเคเลย
Isak - 7.4 เจ้าหนูอิซัคโชว์ฟอร์มครึ่งแรกได้โอเค แต่เพราะแทคติกที่แพ้ทาง โอกาสคิลเลอร์พาสก็มีน้อย แต่ก็ยังเก็บบอลในแดนบอล และคอนโทรลเกมได้ดีมากๆ เพราะดูสบายๆ จังหวะให้บอลไหลลื่นดีในฐานะแกนหมุนด้านบนของทีม อย่างที่บอกไปแล้วว่าทรงEngancheชัดมากๆ
Mother - 6.5 น้องแซมเงียบไปนิดนึง เข้าใจแหละว่าน้องเป็นปีกซ้ายที่ย้ายมาเล่นปีกขวาเพื่อหลีกให้การ์นาโช่ได้เล่นเต็มที่ เคสคล้ายๆกับ เอแลงก้า - ซานโช่
Garnacho - 8.7 "แมนออฟเดอะแมต์" ประจำรอบชิงวันนี้ ทั้งจากการทำเกมในครึ่งแรก จนฟอเรสต์ต้องมาเตะฟาล์วหนักๆให้เห็น การครองบอลที่ดีและไม่เสียบอลง่ายๆ อันนี้โอเคเลย แต่อย่างที่บอก พื้นที่เล่นน้อยเลยลำบากหน่อย
ครึ่งหลังฟอเรสต์ยุบและเสียสมาธิ ในขณะที่พลังงานการเล่นของการ์นาโช่ ยังคงโดดเด่นเหมือนเดิม อย่างที่เรารู้ๆกันว่าหมอนี่พลังขาไม่มีลด แม้จะวิ่งมาทั้งเกมจนถึงช่วงท้าย จังหวะชิงบอลเรียกจุดโทษ นั่นคือพลังงานการเล่นและปฏิกิริยาตอบสนองต่อlose ballที่เร็วมากๆ
เท่านั้นยังไม่พอ นาที 94 บอลโซโล่คิลของแท้จากไอ้หนูคนนี้ เป็นความสามารถเฉพาะตัวที่แบกทีมคนเดียวได้แบบสบายๆในจังหวะสำคัญเช่นนี้ พลังขาที่วิ่งสปีดเข้าไปชิงบอล ลากขึ้นหน้า และยังล็อคคู่แข่งจนหลังหักได้อย่างสวยงาม แถมหวดบอลตู้มเดียวอย่างแรงจนบล็อคก็เอาไม่อยู่ บอลปลิ้นเข้าโกลไป
ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วสำหรับตัวแบก ว่าที่อนาคตตัวรุกแนวหน้าของวงการฟุตบอลอีกคน ถ้ายังไม่หลงแสงสีไปซะก่อน ฝีตีนแบบนี้เด่นโคตรๆ ทั้งคาแรคเตอร์และสกิลทักษะ
McNeill - 6.6 เอาจริงๆแม็คนีลเงียบมากๆและถูกถอดออกไปในช่วงครึ่งหลัง วันนี้คู่แข่งเตรียมตัวมาดี และประกบตายเขาจนพื้นที่ในกรอบเขตโทษที่ถนัด ก็เล่นได้ไม่เต็มที่ ติดบล็อค เจอมาร์คกิ้งตายตลอดเวลา
-สำรอง-
Aljofree - N/A เวลาน้อยไปหน่อย ไม่มีบทบาทในสนาม
Oyedele - 6.5 มีความสด และกล้าเล่น ไปกับบอลและดันเกมขึ้นหน้าได้ดี
Hugill - 6.7 ค้ำหน้าได้ดี และกดดันประตู ยืนค้ำตำแหน่งแผงหลังฟอเรสต์จนกระทั่งพลาดได้ อันนี้โอเคเลย ถึงจะไม่มีโอกาสยิงก็ตาม
-------------------------------
🏆 1953 🏆 1954 🏆 1955 🏆 1956 🏆 1957 🏆 1964 🏆 1992 🏆 1995 🏆 2003 🏆 2011 🏆 2022*
6. "ชัยชนะบนจุดสตาร์ท"
บทส่งท้ายแด่น้องๆนักเตะเยาวชนเหล่านี้ ในฐานะที่เป็นแฟนแมนยูไนเต็ดซึ่งภูมิใจเสมอเวลาที่ทีมสามารถปั้นนักเตะเยาวชนขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าดี และกระจายกันไปเล่นในสโมสรต่างๆ การได้เห็นเด็กๆเยาวชนในสโมสรเติบโต เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งในการดูบอลอย่างมาก
ปีนี้ถือเป็นปีดีมากๆของนักเตะชุดนี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "Class of 2022" แล้วเรียบร้อย จากความสำเร็จที่ตามรอยชุดพี่เบ็คเมื่อสามสิบปีที่แล้วสำหรับ Class of 92'
และเป็น 11 ปีให้หลังจากชุดของราเวล มอร์ริสัน / ป็อกบา ลินการ์ด ทันนิคลิฟฟ์ กับการคว้าแชมป์ FA Youth Cup ปี 2011 เหนือทีมของแฮรี่ แมกไกวร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งในนัดชิงปีนั้น
เด็กๆแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชุดเยาวชน U-18s โชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอดซีซั่น 2021/22 ด้วยฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ และมีช็อตอภินิหารเท่ๆจากนักเตะในปีนี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่แค่ตัวเด่นๆอย่าง ชาร์ลี แม็คนีล / อเลฮันโดร การ์นาโช่ หรือ ค็อบบี้ ไมนู ที่หลายๆคนรู้จักกันบ้างแล้ว
แต่ทีมเด็กชุดนี้เต็มไปด้วย "สปิริต" ของจริง
เขียนมาถึงตรงนี้ผมอยากย้ำกับท่านผู้อ่านและพี่ๆน้องๆแฟนผีอีกครั้งว่า อยากให้ได้ลงไปอ่านบทความ "ลูกกรอกคะนอง Gen นรก" เจาะเรียงตัว Class of 22 ที่ผมอัพเอาไว้ก่อนเกมเมื่อคืนด้วย หลังจากอ่านโพสต์นี้จบก็ได้
มีรายละเอียดหลายๆอย่างที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำพูดของคนที่ดูแลเด็กชุดนี้มาตลอดอย่าง Travis Binnion
"เราอยากจะคว้าแชมป์ Youth Cup ให้ได้นะ แต่ถ้ามีเด็กๆชุดนี้สัก 6-7 คนที่สามารถขึ้นไปเล่นในระดับพรีเมียร์ลีกและกลายเป็นเด็กถิ่นที่ปั้นขึ้นมาได้ นั่นแหละคือการประสบความสำเร็จที่มากกว่าอย่างแท้จริง"
-----------------
ทราวิสบอกว่า แม้คืนนี้จะได้แชมป์ก็จริง มันเป็นเรื่องที่ดี แต่จะประสบความสำเร็จจริงๆได้นั้น คือการที่เด็กๆของเขาจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก หรือลีกระดับชั้นนำในอนาคต สิ่งนั้นสำคัญกว่า
ไม่ว่าคืนนี้ทีมจะคว้าแชมป์ได้หรือไม่ก็ตาม นักเตะชุดนี้น่าจะมี 6-7 คนที่สามารถขึ้นไปอยู่ในฟุตบอลระดับสูงได้ นั่นแหละถึงจะประสบความสำเร็จจริงๆ
และเราก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ดังนั้นคืนนี้แม้จะชนะก็จริง แต่มันคือ "ชัยชนะบนจุดสตาร์ท" ของเด็กๆเหล่านี้เท่านั้น
Footballer's life is just begin.. lads
-----------------------
เกมคืนนี้จบลงด้วยถ้วยแชมป์ของแมนยูที่ทำให้เราไม่ว่าวในปีนี้ และเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเราไม่ได้ว่าวถึงขนาดไม่มีอะไรสำเร็จเลยสักอย่าง โดยไม่ต้องสนใจขี้ปากคนแซะ
เอ้า ก็นี่คือ "การประสบความสำเร็จของฝ่ายอะคาเดมี่" อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุด ถ้าจะถามว่าเราไม่มีความสำเร็จในซีซั่นนี้เลยหรือไม่ กูเถียงคอเป็นเอ็นเลยว่า ไม่ใช่
จริงอยู่ ทีมชุดใหญ่เละเทะ แต่ทีมเยาวชนพวกกู "ประสบความสำเร็จ" เว้ย
(เสียแชมป์หญ้าสวยให้สเปอร์ส ก็จริง แต่ชุดเด็กพวกกูแชมป์จ้าาาา)
ทั้งถ้วยรางวัลที่จับต้องได้ ทั้งการมีนักเตะดาวรุ่งที่มีแววเก่งในอนาคตอีกเยอะหลังจากนี้อีก 2-3 ปี จะมีหลายๆตัวที่เริ่มดังขึ้นมากกว่านี้แน่นอนในฐานะตัวจริงของทีมชั้นนำสักแห่ง
เด็กๆเหล่านี้ส่วนใหญ่แค่ 17-18 เท่านั้น บางคน 16 เองด้วยซ้ำ ระยะเวลาที่เหมาะสมจริงๆคืออีกราวๆ "2 ปีข้างหน้า" เด็กพวกนี้จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นในวัยหนุ่มที่กล้ามเนื้อเต็มกว่านี้ กระดูกและประสบการณ์มากกว่านี้
------------------
หลายๆคนคงเชียร์ให้เด็กๆขึ้นไปติดทีมของ "เอริค เทน ฮาก" ในปีหน้า แต่อย่าลืมว่า นักเตะทีมสำรองหลายๆคน เก๋าเกม และประสบการณ์สูงกว่าเด็กชุด U-18s ก็ยังมีอีกเพียบ
ไม่ว่าจะการ์เนอร์ วิลเลี่ยมส์ ชอง แลร์ด เลวิทท์ เมนจี้ ทุกคนต่างผ่านเกมระดับสูงมาแล้ว บางคนเล่นใน EPL หลายคนเล่นในเดอะแชมเปี้ยนชิพ
ถ้าหวังจะให้เทน ฮาก ใช้เลย ปั้นเลย คงยังยากสำหรับ U-18s ชุดนี้ แต่อาจมีบางคนที่อยู่เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่ได้ในฐานะนักเตะดาวรุ่ง ที่รอการปั้นและให้โอกาสอย่างเหมาะสม ไม่รีบร้อนเกินไป
คิดง่ายๆก็เหมือนหัวแดงบนเรือโรเจอร์ส นั่นแหละ การ์นาโช่ แม็คนีล หรือนักเตะคนอื่นๆ ถ้าจะมีโอกาสอยู่ชุดใหญ่ของเทน ฮาก คงอยู่ในสถานะนั้น
ยืนยันคำเดิมว่าการดึงดันใช้ดาวรุ่งที่ยังไม่พร้อมก่อนเวลาอันควร เป็นเรื่องที่จะส่งผลเสียระยะยาวกับเส้นทางอาชีพนักเตะ มากกว่าจะส่งผลดี ถ้าไม่ได้เทพจริงๆแบบรูนีย์ เมสซี่ โรนัลโด้ ก็ยากหน่อย
ผู้เล่นคุณภาพดีหลายๆคนก็ใช่ว่าจะเก่งและได้โอกาสเลยตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เควิน เดอบรอยเหนอะ ที่เมื่อคืนยิงไป 4 เม็ด ช่วงดาวรุ่งแกก็ใช่ว่าจะได้ลงทีมชุดใหญ่เลยซะที่ไหน ยิ่งเคสโมเศาะลาห์ยิ่งชัด
เพราะงั้น ไม่ต้องรีบ
ยังไงก็ตาม ขอขอบคุณ Travis Binnion ที่พาทีมเยาวชนของเราประสบความสำเร็จอย่างจริงจังในปีนี้ และปีต่อๆไปเราจะมีนักเตะกำลังสำรองที่จะขึ้นมาเสริมทีมได้อย่างต่อเนื่องไปอีกหลายปีต่อจากนี้ ในฐานะโครงสร้างสำคัญของระบบพัฒนานักเตะ ที่เป็นเหมือน "รากฐานอันยั่งยืน" ของสโมสร
เป็นหลักประกันที่เราภูมิใจว่า นักเตะเหล่านี้คือผู้เล่นที่เราฟูมฟักและปั้นขึ้นมาเอง ไม่ว่าอนาคตจะเหลือรอดค้าแข้งกับเรากี่คนก็ตาม เชื่อว่าลูกศิษย์สำนักปีศาจแดงเหล่านี้จะออกไปเป็นนักเตะคุณภาพดีในวงการฟุตบอลอีกหลายๆคนในอนาคตอย่างแน่นอน
ขอบคุณมากๆที่เป็นความสุขอันน้อยนิดของแฟนผีในฤดูกาลที่เจ็บปวดนี้ พวกน้องๆคือความหวังของพวกพี่อย่างแท้จริง ดูพวกเอ็งเล่นกันแล้วโคตรมันส์ ใจโคตรได้ ทีมสปิริตโคตรดี รักพลังงานและPassionความเป็นทีมของน้องๆเหล่านี้มากจริงๆครับ
บันทึกไว้เป็นความทรงจำในวันที่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ
ปัจฉิมนิเทศ ..Class of 22'
#BELIEVE
-ศาลาผี-
โฆษณา