Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อ่านวันละนิด
•
ติดตาม
12 พ.ค. 2022 เวลา 04:04 • ปรัชญา
ทำ "เล็กๆ" ทีละน้อย "ค่อยๆทำทีละนิด" เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้. "ตอนที่10"
บทที่1 (ตอนที่1)
เพราะเหตุใด แนวคิด “ไคเซ็น
จึงเป็นที่แพร่หลายและได้ผล
ทุกการเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นเชิงบวกก็ตาม ล้วนเป็นเรื่องที่น่ากลัว ความพยายามที่จะทำให้ บรรลุเป้าหมายโดยวิธีการที่รวดเร็วหรือพลิกหน้า มือเป็นหลังมือ มักจะล้มเหลวเพราะทำให้เกิดความกลัวเพิ่มขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม การปรับปรุงแบบทีละขั้นๆจะค่อยๆ ช่วยลดระดับการรับรู้ในสมองที่มีต่อความกลัวนั้น โดยการกระตุ้นให้เกิดความคิดเชิงเหตุผลและการลงมืออย่างสร้างสรรค์
การเปลี่ยนแปลงนั้นน่าสะพรึงกลัว ข้อเท็จจริงนี้
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย (เช่นการเปลี่ยนที่เที่ยวใหม่) หรือแม้แต่เป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิต (เช่น การมีบุตร) ความกลัวนี้มีรากฐานมาจากกายวิภาคทางสมอง และเมื่อความกลัวเข้าครอบงำ มันจะยับยั้งไม่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การเปลี่ยนแปลง และความสำเร็จ ตามลำดับ
หากพิจารณาจากแนวคิดด้านวิวัฒนาการ จะพบว่าสมองเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความพิเศษมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ ในขณะที่อวัยวะอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ตับ ลำไส้ ฯลฯ ได้พัฒนาผ่านช่วงเวลาหลายล้านปีจนมีลักษณะคงที่ แต่ในช่วงสี่ถึงห้าร้อยปีมานี้ สมองยังคงพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เราสามารถแบ่งสมองได้เป็นสามส่วนหลัก
ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันมานานหนึ่งถึงสองร้อยล้านปี โดยหนึ่งในความท้าทายของมนุษย์ ก็คือการพัฒนาการทำงานประสานร่วมกันเป็นอย่างดีระหว่างสมองทั้งสามส่วนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ส่วนแรก คือ ก้านสมอง (Brain Stem) มีอายุกว่าห้าร้อยล้านปี มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สมองขอสัตว์เลื้อยคลาน (Reptilian Brain - เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายสมองของจระเข้ตีนเป็ด) สมองส่วนนี้จะทำหน้าที่ปลุกคุณตอนเช้า ส่งคุณเข้านอนตอนกลางคืน และควบคุมการเต้นของหัวใจ
สมองส่วนถัดไปที่อยู่เหนือก้านสมอง คือ สมองส่วนกลาง (Mid Brain) หรือเรียกว่า สมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalian Brain) ซึ่งมีอายุประมาณสามร้อยล้านปี พัฒนามาพร้อมกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั่นเอง โดยทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึก และการตอบสนองต่อปัญหา ซึ่งช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัวและ ว่องไวเมื่อต้องเผชิญกับอันตรายใด ๆ
สมองส่วนที่สาม คือ คอร์เทกซ์ (Cortex) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยล้านปีผ่านมา โดยจะครอบคลุมสมองส่วนที่เหลือทั้งหมด มีหน้าที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์น่าอัศจรรย์ของมนุษย์ ทั้งการสรรค์สร้างอารยธรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และดนตรี ตลอดจนความคิดเชิงตรรกะและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น เมื่อเราต้องการทำการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างหรือทำในสิ่งสร้างสรรค์ เราต้องอาศัยสมองส่วนนี้เป็นหลัก
ความจริงสมองทั้งสามส่วนไม่ได้ทำงานประสานกันอย่างดีเสมอไป เช่นการที่สมองส่วนตรรกะสั่งการให้ลดน้ำหนัก แต่เราก็ยังกินมันฝรั่งทอดโดยไม่สามารถหยุดได้ หรือการที่เราเกือบจะได้ไอเดียดีๆ สำหรับโครงการใหม่ ๆ แต่อยู่ดี ๆ ก็ลืม จึงต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
นอกจากนี้ หากคุณเคยเจอปัญหาที่ว่า เมื่อคุณต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง แต่เกิดความรู้สึกปิดกั้นตัวเอง กรณีนี้เป็นการสะดุดอันเกิดจากสมองส่วนกลาง ในส่วนที่ชื่อว่า “อะมิกดะลา" ซึ่งนับว่าเป็นส่วน
ที่สำคัญที่สุดในการอยู่รอดของมนุษย์ เพราะควบคุมการตอบสนองต่อปัญหาหรืออันตรายว่าจะสู้หรือถอย
จึงเปรียบเสมือนกลไกการเตือนภัยซึ่งมีในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกประเภท โดยถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นส่วนอื่น ๆ ของร่างกายให้กระทำการใด ๆ เมื่อต้องเผชิญกับอันตรายที่เข้ามา ณ เวลานั้น ซึ่งอาจมีผลกระทบทำให้ส่วนอื่นทำงานช้าลงหรือหยุดชั่วคราว เช่น การหยุดเพื่อคิดเชิงเหตุผลหรือเชิงสร้างสรรค์ ที่อาจจะกีดขวางความสามารถทางกายภาพในการวิ่งหนีหรือต่อสู้ได้
อย่างไรก็ดี การตอบสนองต่อปัญหาว่าจะสู้หรือถอยก็ทำงานได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ เช่น ถ้าสิงโตกำลังกระโจนเข้าใส่คุณ สมองจะไม่ให้เสียเวลาคิดอย่างรอบคอบ สมองจะหยุดการทำงานส่วนที่ไม่จำเป็น เช่น การย่อยอาหาร ความต้องการทางเพศ หรือแม้แต่กระบวนการคิด และ รีบสั่งการให้ร่างกายลงมือกระทำการบางอย่างโดยทันทีเพื่อให้มีชีวิตรอด
ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา มนุษย์เราร่อนเร่ในป่าและทุ่งหญ้าเช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่น ๆ แต่กลไกการตอบสนองนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มนุษย์ตกอยู่ในอันตราย และต้องพยายามออกจากสภาวะที่ปลอดภัยหรือคุ้นเคย เนื่องจากโครงสร้างร่างกายที่เราไม่สามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็ว จึงขาดคุณสมบัติสำคัญของผู้ล่า หรือแม้แต่ไม่สามารถมองเห็นหรือดมกลิ่น
ได้ดีเท่าสัตว์ประเภทอื่น ดังนั้นข้อจำกัดดังกล่าวนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้การตอบสนองต่อปัญหาว่าจะสู้หรือถอยจึงมีความสำคัญมากในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น การที่รถยนต์วิ่งสวนมาบนเลนที่รถของคุณกำลังวิ่งอยู่ หรือแม้แต่การพยายามหลบหนีจากอาคารที่กำลังเกิดเพลิงไหม้ เป็นต้น
credit :
เขียนโดย : ROBERT MAURER, Ph.D.
แปลและเรียบเรียงโดย : เสรี อู่ธาราสวัสดิ์
บรรณาธิการโดย : สมชัย เบญจมิตร
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ทำ "เล็กๆ" ทีละน้อย "ค่อยๆทำทีละนิด" เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย