ทว่าปี 1995 มีหนัง Die Hard with a Vengeance ดาย ฮาร์ด 3 แค้นได้ก็ตายยาก ออกฉายก่อนหน้า Under Siege 2 ประมาณ 2 เดือน แล้วหนังทั้งคู่มาในสูตรเดียวกัน คนดูอาจจะเบื่อแล้ว ขอเลือกดูสักเรื่องหนึ่งก็พอ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าจะเลือกก็ขอเลือกจอห์น แม็คเคลน
จริงๆ แล้ว Under Siege 2 เป็นหนังที่ดูสนุกพอใช้ได้ แต่จะพบปัญหาต่างๆในเรื่องมากมาย ส่วนหนึ่งมาจากอีโก้สุดจัดของสตีเว่น ซีกัล ที่กลายเป็นตัวสร้างปัญหาในกองถ่าย จนทำให้ผู้กำกับเจฟฟ์ เมอร์ฟี ผู้กำกับจากนิวซีแลนด์ที่ฮอลลีวูดดึงมาทำหนังได้ 2 เรื่อง พอมาเจอหนังเรื่องนี้แกก็ขอกลับไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับทำ The Lord of the Rings ให้กับปีเตอร์ แจ็คสันดีกว่า
หรือจะต้องเห็นตัวเองชัดเจน เข้าร่วมเฟรมกับนักแสดงอื่นเท่าที่จำเป็น ส่วนที่เหลือคือการให้สตันท์ตัวแทนมาเล่นแทนทั้งหมด(ตามรายงานว่าแกเข้ามาถ่ายทำประมาณสองถึงสามสัปดาห์เท่านั้น) ดังนั้นไม่แปลกอะไรที่หนัง Under Siege 2: Dark Territory ผู้ร้ายจะมีบทบาทออกมาให้คนดูเห็นมากกว่าพระเอกเสียอีก
แต่ไม่ได้หมายความหนัง Under Siege 2: Dark Territory ดูไม่สนุกนะครับ หนังอยู่ในระดับน่าพอใจทั้งที่ปัญหาเยอะ ฉากแอ็กชั่นต่างๆที่สอดไส้เข้ามามันก็ทำให้หนังดูสนุกพอสมควร เพียงแต่ขาดอารมณ์ร่วมความรู้สึกลุ้นที่หนังแอ็กชั่นแบบนี้ควรจะมี