21 พ.ค. 2022 เวลา 02:09 • ท่องเที่ยว
“สรรคบุรี” เป็นชื่อของอำเภอเล็ก ๆ ที่เงียบสงบของจังหวัดชัยนาท
ทว่าในอดีตไม่ใช่เช่นนั้น เพราะในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นเมืองขนาดใหญ่
สำคัญขนาดที่พระมหากษัตริย์ทรงส่งพระราชโอรสมาปกครอง
และยังเป็นหมุดหมายสำคัญของการแบ่งเขตอำนาจของแคว้นสุโขทัย
และอาณาจักรอยุธยา
เมื่อครั้งที่แว่นแคว้นของคนไทยทั้งสองแห่ง
แย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือลุ่มแม่น้ำภาคกลางด้วย
ฐานพระมหาธาตุเมืองสรรคบุรี
สรรคบุรี - แพรกศรีราชา
บทความจากคอลัมน์ "ทัศนศึกษา Sight & See ไปกับครูพี่ต้นคูน"
“เมืองสรรค์นั้นอยู่ติดลำน้ำเมืองสรรค์
ทางกรุงศรีอยุธยาเรียกลำน้ำน้อย
ในสมัยสุโขทัยใกล้จะอยุธยา
ได้มีการขุดคลองแพรกจากแม่น้ำน้อยไปต่อแม่น้ำเจ้าพระยา
เมืองสรรค์จึงได้ชื่อว่าเมืองแพรก”
(สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)
🟣ความยิ่งใหญ่ของแพรกศรีราชา
วิหารวัดมหาธาตุ พุทธศตวรรษที่ 20
ข้อความดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ของอำเภอสรรคบุรี
ว่าในอดีตพื้นที่บริเวณนี้น่าจะเป็นชุมทางทางการค้าที่สำคัญ
คำว่า “แพรก” นั้นหมายถึงทางแยกของสายน้ำ
นั่นหมายถึงชัยนาทน่าจะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมค้าขายที่สำคัญ
ตามระบบลำน้ำในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
จึงเป็นเหตุให้ชัยนาทสามารถสร้างเสริมความมั่งคั่ง
และกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ได้
และปรากฏชื่อที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของแพรกบริเวณนี้
ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์คือ "แพรกศรีราชา"
ซึ่งเป็นชื่อเดิมก่อนที่เมืองนี้จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองสรรคบุรี
เจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง ศิลปะสำคัญของเมืองชัยนาทภายในวัดมหาธาตุ
ความยิ่งใหญ่ของเมืองแพรกศรีราชา
สามารถสังเกตได้จากวัดวาอารามที่เป็นโบราณสถานหลายแห่ง
วัดแห่งแรกคือวัดมหาธาตุ
เราสามารถสังเกตได้ว่าทั่วประเทศนั้นมีวัดมหาธาตุอยู่หลายแห่ง
นักประวัติศาสตร์อธิบายว่าการประดิษฐานมหาธาตุ
คือการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุภายในสถูปเจดีย์
ด้วยความมีความมุ่งหมายจะให้สถูปเจดีย์นั้นเปรียบเสมือนหลักเมือง
หรืออาจหมายถึงศูนย์กลางแห่งจักรวาล
เนื่องจากตามทรรศนะของพุทธศาสนิกชนแบบโบราณ
ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลที่จะยิ่งใหญ่เทียบเทียมเสมอสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยเหตุนี้พระบรมสารีริกธาตุจึงควรเป็นสัญลักษณ์ของหลักจักรวาลได้
เนื่องจากเป็นสรีรสังขารของผู้ที่สำคัญที่สุดในจักรวาล
เพราะฉะนั้นการสถาปนามหาธาตุจึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถทำได้ในทุกเมือง
จะทำได้เฉพาะเมืองขนาดใหญ่และมีอำนาจมากเท่านั้น
ถ้าไม่นับสุโขทัย อยุธยา และกรุงเทพฯ แล้ว
เรายังมีมหาธาตุในต่างจังหวัดอีกหลายแห่ง
เช่น ราชบุรี เพชรบุรี รวมถึงชัยนาท
จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของพื้นที่บริเวณนี้ในอดีตกาล
สำหรับโบราณสถานวัดมหาธาตุในปัจจุบัน
ทั้งเจดีย์และวิหารต่างๆ หลายแห่ง
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นร่วมสมัยกับช่วงที่เจ้ายี่พระยา
พระโอรสองค์รองของสมเด็จพระนครินทราธิราช
พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 6 แห่งสมัยอยุธยา
เสด็จมาครองเมืองแพรกศรีราชานี้เองเมื่อช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 20
ราชินีเจดีย์แห่งเอเชียอาคเนย์ที่วัดพระแก้ว
วัดที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งก็คือ วัดพระแก้ว
ซึ่งได้ชื่อนี้มาจากการที่เคยมีผู้ขุดค้นพบพระพุทธรูปขนาดเล็ก
ที่ทำขึ้นจากแก้วผลึกมาก่อน
วัดพระแก้วแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้น
ที่ได้รับการยกย่องจาก น. ณ ปากน้ำ
ปรมาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะของไทย
ยกย่องว่าเป็นเจดีย์ที่มีความงามที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หรือเป็น “ราชินีแห่งเจดีย์”
เจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์องค์ระฆังที่สร้างขึ้นบนฐานสูงงดงามแปลกตา
กำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 19 – 20
ในสมัยที่แคว้นสุโขทัยกำลังเจริญรุ่งเรือง
และอาณาจักรอยุธยากำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในเขตภาคกลางตอนล่าง
เจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ที่ผสมผสาน
ระหว่างศิลปะหลายแคว้นหลายสมัยเข้าไว้ด้วยกัน
สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่เมืองสรรคบุรี
อาจเป็น “จุดนัดพบ” ของศิลปะในสกุลช่างต่างๆ ของอาณาจักรโบราณก็เป็นได้
มุมสงบของวัดพระแก้ว
ทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศิลปะบาปวน (ติดกลับหัว)
นอกจากนี้ภายในพระวิหารด้านหน้าพระเจดีย์
ยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อฉาย
พระพุทธรูปซึ่งได้รับการบูรณะในสมัย
รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
ของสำคัญของพระพุทธรูปองค์นี้
อยู่ที่การพบทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณสมัยบาปวน
(พุทธศตวรรษที่ 16)
แปะกลับหัวอยู่ด้านหลังพระพุทธรูป
ซึ่งน่าจะเกิดจากการบูรณะพระพุทธรูป
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวบ้านในอดีต
แต่การพบทับหลังชิ้นสำคัญนี้
ก็เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขความกระจ่างให้เราได้ว่า
พื้นที่ของเมืองชัยนาทนั้นน่าจะเคยมีผู้คนอยู่อาศัยมาไม่น้อยกว่า 1,000 ปีแล้ว
หรือตั้งแต่สมัยอาณาจักรขอมโบราณยังรุ่งเรืองนั่นเอง
🟣หมุดหมายเขตแดน
เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ วัดโตนดหลาย ที่มาของภาพ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สืบค้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565
ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20
เป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรอยุธยากำลังค่อยๆ ขยายความรุ่งเรืองขึ้น
โดยอาศัยชัยภูมิทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจ
มากกว่าแคว้นสุโขทัยทั้งด้านการค้าและด้านการเกษตร
เป็นเหตุให้แคว้นสุโขทัยค่อยๆ อ่อนแอลง
และได้รับการผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในที่สุด
 
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่แว่นแคว้นทั้งสอง
ต่างลองเชิงแย่งชิงความเป็นใหญ่อยู่นั้น
แคว้นสุโขทัยยังคงแผ่อิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ส่วนบนของภาคกลางในปัจจุบันได้
และสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงอิทธิพลอำนาจของแคว้นสุโขทัย
ก็คือการสร้างเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์นั่นเอง
ปรากฏว่าในพื้นที่อำเภอสรรคบุรี
มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์องค์หนึ่ง
ซึ่งอาจเป็นหมุดหมายที่ใช้แสดงถึงเขตแดน “ใต้สุด”
ที่แคว้นสุโขทัยแผ่อำนาจไปถึง
เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์องค์นั้นตั้งอยู่เขตโบราณสถาน
วัดโตนดหลาย เป็นโบราณสถานลับที่ผู้คนไม่สู้จะรู้จักนัก
แต่หากข้อสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์
เกี่ยวกับการใช้เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นหมุดบอกเขตอำนาจนั้นเป็นจริง
เจดีย์องค์นี้จะถือเป็นเจดีย์ที่ให้ข้อมูลที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
ว่าแคว้นสุโขทัยตอนปลายมีอิทธิพลครอบคลุมอำนาจลงมา
ถึงพื้นที่ใต้สุดที่เมืองสรรคบุรี
เจดีย์ทรงปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น วัดสองพี่น้อง
พื้นที่ติดกับวัดโตนดหลายเป็นที่ตั้งของวัดสองพี่น้อง
ซึ่งมีพระเจดีย์ทรงปรางค์แบบสมัยอยุธยาตอนต้นประดิษฐานอยู่
จากการศึกษารูปแบบทางศิลปกรรมและโบราณคดี
บ่งชี้ว่ามีการใช้สอยโบราณสถานแห่งนี้
ในราวช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 – 20
จะเห็นได้ว่าเมืองสรรคบุรี
คือพื้นที่ทับซ้อนทางอำนาจการเมืองของแคว้นสุโขทัยและอาณาจักรอยุธยา
ดังนั้นจึงจะปฏิเสธความสำคัญของเมืองสรรคบุรีในฐานะเมืองสำคัญ
ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยไม่ได้เลย
ในปัจจุบัน สรรคบุรีได้ลดฐานะจากเมืองสำคัญที่ยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจ
และการเมือง มาเป็นอำเภอเล็กๆ ที่ผู้คนต้องตั้งใจแวะจึงจะเข้าไปถึง
แต่ถ้าใครได้ลองเข้าไปสัมผัสโบราณสถานของเมืองสรรคบุรีแล้ว
ก็คงจะรู้สึกได้ว่า แม้ความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจของเมืองสรรคบุรีในปัจจุบัน
จะลดน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีต
แต่ทุกวันนี้เมืองสรรคบุรีก็ยังคงทำหน้าที่อันสำคัญอย่างใหม่
นั่นคือความเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่คนรักอดีตไม่ควรพลาดนั่นเอง
เรื่องและภาพโดย ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์
เติมอาหารสมองและพลังใจด้วยคอนเทนต์สาระจาก 2read
กดถูกใจ กดติดตามเพจ กดไลค์โพสต์นี้ให้เราด้วยนะคะ
โฆษณา