29 พ.ค. 2022 เวลา 03:04 • ความคิดเห็น
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ได้ระบุวุฒิขั้นต่ำสําหรับ สส. หรือระบุว่าจะต้องจบอะไรมา จะเป็นคนกวาดถนน เป็นดารานักร้อง นักดนตรี หมอ วิศวกร ทหาร หรือจบสาขาประหลาดๆอะไรมาก็ได้ แต่ต้องดูคุณสมบัติอื่นๆประกอบด้วย เช่นสังกัดพรรคการเมืองขั้นตํ่า 90 วันและลงสมัครในนามพรรคการเมือง ที่สําคัญต้องเป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชน เพราะประชาชนเป็นคนเลือกทั้งทางตรงและทางอ้อม (ปาตี้ลิส)
หากโนเนมเป็นตาสีตาสีที่ใครไม่รู้จักพรรคเขาก็ไม่ส่งลงสมัคร ดังนั้นความนิยมและความศรัทธาของประชาชน จะเป็นตัวตัดสินใจว่าคุณจะได้รับเลือกหรือไม่? เราจะเห็นได้ว่านักการเมืองจึงต้องมีการเคลื่อนไหว ทําตัวออกสื่ออยู่ตลอดเวลา บางคนก็เข้าหาประชาชน มีผลงานจับต้องได้ เพราะหวังผลการเลือกตั้งสมัยหน้าที่ แต่ด่านแรกที่คุณเข้าไปเล่นการเมือง ต้องผ่านด่านพวก กรรมการบริหารพรรค ที่จะพิจารณาคุณสมบัติคุณอีกรอบ
เขาอาจไม่ส่งคุณลงสมัครก็ได้ หากคุณโนเนม ไม่มีฐานเสียง ไม่เป็นที่รู้จัก แต่ถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีต้องจบปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ หรือตําแหน่งผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่นๆ เช่น อยากเป็นนายก หรือสว. ต้องไปเปิดรัฐธรรมนูญดูคุณสมบัติอื่นประกอบด้วย ว่าแต่ว่าคุณจะลงสมัครรับเลือกตั้งจริงเหรอ ? มีพรรคการเมืองสังกัดรึยัง รึจะตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ มีฐานเสียงหรือปล่าว?
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และข้อห้ามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
1. คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 101)
 1.1 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
 1.2 มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 บริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
1.3 เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
1.4 ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
   - มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
  - เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
   - เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา
- เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี
1.5 ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบสัดส่วนต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตาม 1.4 ด้วย แต่ลักษณะดังกล่าวในกรณีใดที่กำหนดถึงจังหวัด ให้หมายถึงกลุ่มจังหวัด
2. ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 102)
   2.1 ติดยาเสพติดให้โทษ
   2.2 เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
   2.3 เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 100 (1) (2) หรือ (4)
   2.4 ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โยหมายของศาล
2.5 เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  2.6 เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
   2.7 เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทัรพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
2.8 เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
  2.9 เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  2.10 เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี
  2.11 เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
2.12 เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  2.13 อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263
  2.14 เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
หมายเหตุ: ที่มา เพจรัฐสภา
โฆษณา