31 พ.ค. 2022 เวลา 08:07 • ประวัติศาสตร์
“จักรวรรดิโปรตุเกส (Portuguese Empire)”
ในสมัยศตวรรษที่ 15 “โปรตุเกส” ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ สุดขอบมหาสมุทรแอตแลนติก ได้ขึ้นเป็นชาติมหาอำนาจแรกๆ ของโลก สร้างความมั่งคั่งจากการค้าเครื่องเทศ
1
แต่ประเทศเล็กๆ อย่างโปรตุเกสก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ได้อย่างไร? ลองหาคำตอบกันครับ
ก่อนปีค.ศ.1453 (พ.ศ.1996) สินค้าที่นำเข้ามายังยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศหรือผ้าไหม ล้วนแต่ขนส่งผ่านชายแดนของจักรวรรดิไบแซนไทน์
แต่เมื่อจักรวรรดิออตโตมันเข้ายึดครองกรุงคอนสแตนติโนเปิล กองทัพออตโตมันก็ได้เข้าควบคุมเส้นทางการค้าต่างๆ ซึ่งเชื่อมจากเอเชียไปสู่ยุโรป
ที่ผ่านมา ยุโรปก็ต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงและการถูกกดขี่ทางการค้า เนื่องจากพวกออตโตมันนั้นเคี่ยว ไม่ได้จะถูกควบคุมง่ายๆ เหมือนจักรวรรดิไบแซนไทน์
ในเวลานั้น โปรตุเกส ก็เป็นประเทศที่โดดเด่นทางด้านการเดินเรือ ดึงดูดให้นักสำรวจต่างอยากหาเส้นทางใหม่ๆ ที่พาเข้าสู่เอเชีย
โปรตุเกสก็เร่งที่จะหาเส้นทางสู่เอเชีย โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่ต้องการอาณานิคมเท่านั้น แต่ยังต้องการส่งเสริมการค้า
ต้นศตวรรษที่ 15 โปรตุเกสก็ได้เริ่มตั้งอาณานิคมบนเกาะมาเดราและเกาะอะโซร์ส และผลิตข้าวสาลีเพื่อส่งออกไปโปรตุเกส
และขณะที่โปรตุเกสได้มุ่งหน้าสำรวจชายฝั่งทะเลแอฟริกา โปรตุเกสก็ได้ตั้งด่านตามชายฝั่งทะเล และขึ้นเป็นมหาอำนาจทางทะเลในยุโรป
ภายในปลายศตวรรษที่ 15 มาเดราก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำในด้านการผลิตน้ำตาล และราชสำนักโปรตุเกสก็มีอำนาจควบคุมการค้าทองคำในกินี
1
แต่จากนั้นไม่นาน ก็มีการค้นพบบางอย่างที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ นั่นคือการค้นพบเส้นทางสู่เอเชีย เส้นทางที่อ้อมแอฟริกา ทางอ้อมผ่านจักรวรรดิออตโตมัน
ภายในศตวรรษที่ 16 โปรตุเกสก็ขึ้นเป็นมหาอำนาจ เบ่งบานบารมี สนธิสัญญาในช่วงนั้นก็ทำให้โปรตุเกสมีอำนาจแทบจะครึ่งโลก และยังค้นพบเส้นทางทางทะเลสู่อินเดีย และเริ่มตั้งถิ่นฐานในดินแดนใหม่ที่ชื่อว่า “บราซิล (Brazil)”
ชาติเล็กๆ อย่างโปรตุเกส ในที่สุดก็ขึ้นมายิ่งใหญ่ในระดับโลก
แต่ถึงจะมั่งคั่งสุดขีด จักรวรรดิโปรตุเกสก็จำเป็นต้องได้รับการบริหารและปกครองโดยเจ้าหน้าที่ที่ดี ไว้ใจได้
หากแต่การประจำอยู่ห่างบ้าน ไกลหูไกลตารัฐบาล ทำให้เจ้าหน้าที่โปรตุเกสหลายรายเริ่มจะแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตน มากกว่าที่จะคิดถึงประเทศชาติ
1
นักสำรวจหลายคนได้เปลี่ยนตัวเองเป็นโจรสลัด เจ้าหน้าที่หลายรายก็ปล้นทรัพย์ สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ทำให้โปรตุเกสเข้าสู่ช่วงเวลาของโจรสลัด และทำให้เกิดความขัดแย้งกับดินแดนอื่น
1
แต่ถึงแม้ปัญหาการคอร์รัปชั่นจะเป็นปัญหาใหญ่ หากแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหลักที่ทำให้จักรวรรดิโปรตุเกสตกต่ำ ปัญหาจริงๆ นั้นคืออย่างอื่น
“การปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ (Pretestant Reformantion)”
ในเวลานั้น ความคิดเรื่องอิสระในการแสดงความเห็น อิสระในการนับถือศาสนา ถือเป็นเรื่องประหลาด แต่จากการปฏิรูป ก็ทำให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้
โปรตุเกสและสเปนเป็นสองชาติที่มีประวัติศาสตร์กับชาวยิวมาช้านาน และในเวลานี้ ก็คือชาวยิวที่นำความล่มสลายมาสู่จักรวรรดิโปรตุเกส
แต่ยังไงล่ะ?
ชาวยิวในคาบสมุทรไอบีเรียเป็นกลุ่มชนที่ฉลาดหลักแหลม และเห็นประโยชน์มหาศาลจากการค้าเครื่องเทศ จึงเกิดไอเดียดีๆ ขึ้นมา
พวกเขาย้ายไปอัมสเตอร์ดัมและตัดสินใจขายหุ้นในธุรกิจของตน และนำเงินที่ได้มาเป็นทุนในการตามหาเส้นทางการค้าเครื่องเทศของตน
และด้วยความที่ชาวดัทช์จำนวนมากเริ่มเทเงินลงทุนจำนวนมาก ภายในศตวรรษที่ 17 ก็ได้เกิด “บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ (Dutch East India Company)” หรือ “VOC” และกลายเป็นบริษัทที่มั่งคั่งและทรงอำนาจ
1
ภายในปีค.ศ.1669 (พ.ศ.2212) “VOC” ก็ได้กลายเป็นบริษัทที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ครอบครองทรัพย์สินมหาศาล มีเรือสินค้ากว่า 150 ลำ เรือรบอีก 40 ลำ และสถานีการค้าของตนตลอดทวีปเอเชียและบางส่วนของแอฟริกา พนักงาน 50,000 คน กองทัพส่วนตัวจำนวน 10,000 นาย
บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ (Dutch East India Company)
ทางด้านอังกฤษ ก็จับตาดูความยิ่งใหญ่นี้ด้วยอาการไม่สู้ดีนัก ก็ได้สนับสนุนบริษัทของตนเช่นกัน นั่นคือ “บริษัทอินเดียตะวันออก (East India Company)” ได้ชิงดีชิงเด่นกับอังกฤษ และก้าวไปไกลขนาดเข้ายึดครองอินเดียได้ในศตวรรษที่ 18
ทางด้านโปรตุเกสก็พยายามที่จะปรับตัว โดยการแข่งขันระหว่างดัทช์และอังกฤษก็ได้ทำให้เกิดสงครามหลายครั้งที่โปรตุเกสมีส่วนเกี่ยวข้อง
1
โปรตุเกสประสบกับความพ่ายแพ้ในหลายศึก จนถึงขั้นที่ว่าโปรตุเกสเริ่มจะเสียอาณานิคมของตน
มิชชันนารีชาวโปรตุเกสถูกขับไล่ สถานีการค้าต่างๆ ก็ถูกยกเลิก และชนพื้นเมืองในดินแดนต่างๆ ที่เคยอยู่ใต้อำนาจของโปรตุเกส ก็ได้รับความช่วยเหลือจากมหาอำนาจยุโรป และก่อจลาจล ต่อต้านโปรตุเกส ทำให้โปรตุเกสซึ่งเคยยิ่งใหญ่และผูกขาดด้านการค้า เริ่มจะเสื่อมลงเรื่อยๆ
1
ค.ศ.1578 (พ.ศ.2121) “พระเจ้าเซบาสเตียนแห่งโปรตุเกส (Sebastian of Portugal)” ได้ทำการสู้รบกับกองทัพโมรอคคัน และโศกนาฏกรรมก็ได้เกิดขึ้น
1
พระเจ้าเซบาสเตียนแห่งโปรตุเกส (Sebastian of Portugal)
พระเจ้าเซบาสเตียนสวรรคตในสนามรบ และขุนนางรวมทั้งกองทัพอีกจำนวนมากก็ถูกสังหาร และที่แย่กว่านั้นก็คือ โปรตุเกสนั้นมีหนี้ท่วม อีกทั้งบัลลังก์ก็ปราศจากองค์รัชทายาท
เมื่อเป็นเช่นนี้ “พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน (Philip II of Spain)” จึงได้ขึ้นครองบัลลังก์โปรตุเกสร่วมกับบัลลังก์สเปน ทำให้ทรัพยากรในโปรตุเกสแทบทั้งหมดถูกใช้ไปกับการสงครามของสเปน
สิ่งเดียวที่ยังพอจะพยุงโปรตุเกสไว้ได้ก็คือบราซิล โดยทองคำจากบราซิลยังช่วยให้โปรตุเกสไม่ล้มละลาย หากแต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มั่นคงและจะช่วยโปรตุเกสไปได้ตลอด โดยบราซิลได้ทำการประกาศอิสรภาพในปีค.ศ.1822 (พ.ศ.2365) ทำให้โปรตุเกสค่อยๆ ล่มลงเรื่อยๆ จนในปีค.ศ.1999 (พ.ศ.2542) โปรตุเกสได้ทำการคืนมาเก๊าให้แก่จีน
พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน (Philip II of Spain)
นี่ก็เป็นเรื่องคร่าวๆ ของจักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยยิ่งใหญ่ ก่อนจะพบกับความพลิกผันในเวลาต่อมา
โฆษณา