Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
2read
•
ติดตาม
5 มิ.ย. 2022 เวลา 00:07 • ประวัติศาสตร์
ภาคจบของศึกหงสาวดี ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกทัพข้ามแม่น้ำอิรวดีไปตีกรุงหงสาวดี โดยในภาคนี้ พระเจ้านันทุเรงได้โหมสรรพกำลังบุกมาตีกรุงศรีอยุธยาก่อนหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
จากนั้นจึงโดนโต้กลับ โดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพใหญ่มุ่งหน้าไปตีหงสาวดี จนสามารถเข้าเมืองได้ในที่สุด
รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้เลยครับ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุ่งภูเขาทอง พระนครศรีอยุธยา
สมเด็จพระนเรศบุกตีหงสา (ภาค 2.2)
บทความจากคอลัมน์ "รุ่นเก๋า...เล่าเกร็ด" บนแอป 2read
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถ่ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม
ศึกนันทบุเรง (พ.ศ. 2129 - 2130 ไทยสากล)
หลังจากที่สมเด็จพระนเรศ กวาดต้อนครัวมอญกลับกรุงศรีอยุธยาเป็นระลอกแรกเมื่อปี พ.ศ. 2127 (ไทยสากล) พระเจ้านันทบุเรง ก็ทรงตอบโต้โดยส่งกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาถึง 2 ครั้ง แต่ก็แพ้กลับไปทั้งหมด
พอถึง พ.ศ. 2129 (ไทยสากล) พระเจ้านันทบุเรงจึงยกทัพใหญ่มาด้วยพระองค์เอง (คือ ศึกนันทบุเรง) ประกอบด้วย ช้าง 3,200 / ม้า 12,000 / ไพร่ราบ 252,000 สั่งให้ทัพย่อยแยกย้ายเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ทุกทิศทาง
สมเด็จพระนเรศ และ สมเด็จพระมหาธรรมราชา ทรงเตรียมป้องกันเมืองไว้อย่างแข็งแกร่ง ระดมยิงปืนใหญ่น้อยต้านกำลังข้าศึก ทหารของกองทัพพระเจ้านันทบุเรงล้มตายกันเป็นเบือ
พระเจ้านันทบุเรง ได้แต่ตั้งล้อมไว้อย่างนั้น ล่วงไป 4-5 เดือนแล้วก็ยังเข้าตีอยุธยาไม่ได้ ทหารก็พากันอดอยากเจ็บป่วยล้มตายลงมากขึ้นทุกที
ฝ่ายสมเด็จพระนเรศ เมื่อทรงทราบว่าทหารในกองทัพหงสาวดีล้มตายไปมาก และกำลังอ่อนแอลงทุกที จึงทรงพาทหารออกมาตีค่ายของหงสาวดีบ้าง ปล้นค่ายบ้าง ไม่ให้ทหารฝ่ายตรงข้ามได้หลับได้นอน
เวลาผ่านไปทั้งหมด 7 เดือน หงสาวดีก็ยังได้แค่ตั้งล้อมอยุธยาอยู่อย่างนั้น พระเจ้านันทบุเรงทรงเห็นว่าฝ่ายตัวเองกำลังแย่ ก็เลยต้องยอมถอยทัพกลับ (สมเด็จพระนเรศก็ส่งทหารตามตีเป็นการส่งแขก ไปเรื่อย ๆ จนพ้นเขตแดน)
ซึ่งความพ่ายแพ้ของพระเจ้านันทุเรงในครั้งนี้ ยิ่งแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น บ้านเล็กเมืองน้อยจึงยิ่งเอาใจออกห่างมากขึ้น
มหาราชวงษ์ และ พระราชพงศาวดารพม่า บอกว่า
พระเจ้านันทบุเรง ยังส่งทัพมาตีอยุธยาอีกเป็นครั้งที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2133 โดยให้พระมหาอุปราชาเป็นแม่ทัพ แต่ก็โดนสมเด็จพระนเรศออกตีสกัดอยู่เรื่อย (เจ้าเมืองพุกาม กับเจ้าเมืองพะสิม ถูกอยุธยาจับตัวได้) ทำให้พระมหาอุปราชาต้องเป็นฝ่ายแพ้ และยกทัพกลับไปอย่างไม่เป็นกระบวน
พระเจ้านันทบุเรง ในครั้งนั้นทรงเสียหน้าอย่างหนัก รับสั่งคาดโทษพระมหาอุปราชา แม่ทัพนายกองก็โดนลงโทษทั้งหมด บางคนถึงขั้นถูกประหารไปก็มี... นั่นคือเนื้อหาจาก มหาราชวงษ์ และ พระราชพงศาวดารพม่า นะครับ
แต่ในการยกมาครั้งที่ 4 นี้ พงศาวดารไทยเราบอกไว้ว่า พระเจ้านันทบุเรงทรงยกทัพมาด้วยพระองค์เอง และเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับช่วงที่สมเด็จพระมหาธรรมราชา สวรรคต สมเด็จพระนเรศขึ้นครองราชสมบัติ
(เอกสารฝ่ายพม่าน่าจะเข้าใจว่า สมเด็จพระนเรศขึ้นครองราชย์มาตั้งแต่ช่วงที่พระเจ้านันทบุเรงขึ้นครองราชย์แล้ว)
2. ส่งกำลังหยั่งเชิง (พ.ศ.2134)
หลังว่างเว้นศึกใหญ่ต่อกันอยู่ 7 ปี สมเด็จพระนเรศก็รับสั่งให้นายทัพหลายคนร่วมกันเป็นแม่ทัพ ยกไปเมาะตะมะ ซึ่ง มหาราชวงษ์ และ พระราชพงศาวดารพม่า บอกว่า จ.ศ. 953 (พ.ศ. 2134) หลังจากเป็นฝ่ายรับการบุกของกองทัพหงสาวดี และได้ชัยชนะติดๆ กันหลายครั้ง สมเด็จพระนเรศก็ส่งทัพเล็ก 4 ทัพ ให้นายทหารยกไปบุกพม่าบ้าง โดยมี ช้าง 400 / ม้า 4,000 / ไพร่ราบ 50,000 โดยยกไปถึงตำบลวินยอ (วังยอ) จะมุ่งหน้าไปเมาะตะมะ
พระเจ้านันทบุเรงทรงทราบข่าว ก็ทรงส่งกำลังไปเตรียมรับมือ เมื่อเห็นว่ากองกำลังที่สมเด็จพระนเรศส่งมามีจำนวนไม่มากนัก ก็เข้าปะทะกัน ฝ่ายทหารอยุธยาเห็นว่าสู้ไม่ไหวก็ถอยหนี
นี่เป็นจึงครั้งแรกในรอบหลายปีที่หงสาวดีเป็นฝ่ายชนะ พระเจ้านันทบุเรงทรงดีพระทัยมาก พระราชทานบำเน็จแม่ทัพนายกองเสียยกใหญ่ แล้วหลังจากนั้นก็รับสั่งให้ Renovate ค่ายคูประตูหอรบ และกำแพงเมืองหงสาวดีครั้งใหญ่ โดยบอกว่า สร้างให้แข็งแกร่งเหมือนกรุงศรีอยุธยาทุกประการ
อย่างไรก็ดี ... เหตุการณ์ยกกำลังหยั่งเชิงพม่าครั้งที่ 2 นี้ ไม่มีในพงศาวดารไทยนะครับ มีแต่ในเอกสารของพม่าเท่านั้น
ซึ่งถ้าเราจะลองนึกกันให้ดี การศึกที่ยกทหารไปเมืองวินยอ ที่เอกสารของพม่าบันทึกไว้ในครั้งนี้ สมเด็จพระนเรศไม่ได้ยกทัพไปเอง เป็นเพียงการส่งแม่ทัพไปพร้อมทหารเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะเป็นเรื่องจริงตามที่พม่าว่าไว้ ก็คงจะเป็นกองทหารที่สมเด็จพระนเรศส่งไปเพื่อหยั่งเชิงพระเจ้านันทบุเรง ไม่ใช่การมุ่งหมายจะไปตีหงสาวดีแน่ ๆ
หรือถ้าจะมองอีกทาง กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ก็ทรงมองไว้ในพระราชพงศาวดารพม่าว่า อาจจะเป็นเพราะตอนนั้น มีชาวมอญอพยพมาเข้าร่วมกับอยุธยาเป็นจำนวนมาก เมืองเมาะตะมะก็คงจะส่งทหารไล่ติดตามชาวมอญเหล่านั้นมา สมเด็จพระนเรศอาจจะแค่ส่งกองทัพ ให้แม่ทัพคุมไปเพื่อป้องกันชายแดนเท่านั้น แต่พม่าดันตีความไปเองว่า อยุธยาคิดจะไปตีหงสาวดี แบบนี้ก็อาจจะเป็นได้
ต่อมา ... เมื่อพระเจ้านันทบุเรงทรงได้ใจหลังจากชนะศึกเล็ก ๆ ที่เมืองวินยอ จึงได้ส่งพระมหาอุปราชามาบุกกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งถือเป็นศึกใหญ่ ก็คือ “ศึกยุทธหัตถี” ในวันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2136 (ไทยสากล)
มหาราชวงษ์บอกว่า พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง แม่ทัพนายกองใช้ไม้มะม่วงต่อเป็นโลงบรรจุพระศพ แล้วใช้ปรอทกรอกปากเพื่อรักษาพระศพ
ก่อนถอยกลับหงสาวดี แล้วพอถึงวันพุธ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จ.ศ. 955 พระเจ้านันทบุเรงก็ทรงแต่งตั้งให้ มางแรชะวา พระราชโอรสที่เป็นเจ้าเมืองอังวะ ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่
3. ยกทัพไปเมืองสะโตง (พ.ศ. 2137 - ไทยสากล)
เรื่องนี้เฉพาะในเอกสารฝั่งไทยนะครับ โดยพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐ บันทึกไว้สั้นๆ แค่เพียงว่า
“ศักราช 956 มะเมียศก ยกทัพไปเมืองสะโตง”
สั้นๆ ห้วนๆ แค่นี้เลยนะครับ ฉบับหลวงประเสริฐไม่มีการอธิบายอะไรเพิ่มทั้งสิ้น ไม่บอกแม้แต่นิดเดียวว่า สมเด็จพระนเรศยกทัพไปเมืองสะโตงกับใคร ไปทำไม และผลลัพธ์เป็นอย่างไร
แต่อย่างไรก็ดี ดร.ตรงใจ หุตางกูร อธิบายไว้ในหนังสือ ว่า
ความจริงแล้ว สะโตง เป็นชื่อแม่น้ำในพม่า แต่ที่ฉบับหลวงประเสริฐระบุว่า “เมืองสะโตง” เนี่ย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า มันเป็นเมืองที่อยู่ริมแม่น้ำสะโตงหรือไม่
แต่ ดร.ตรงใจ ก็เห็นว่า คำว่า “ยกทัพ” ในฉบับหลวงประเสริฐ น่าจะมีนัยยะว่า เมืองสะโตงที่ว่า คงจะอยู่ริมแม่น้ำสะโตง เพราะทั้งมหาราชวงษ์ และพงศาวดารไทยกลุ่มฉบับความพิสดาร ต่างก็ให้เรื่องราวในช่วงศักราชนี้ว่า เป็นช่วงที่สมเด็จพระนเรศเริ่มขยายพระราชอำนาจไปผูกไมตรีกับเมืองมอญ คือ เมาะลำเลิง เพื่อร่วมกันตีหงสาวดีในช่วงปี พ.ศ. 2138 - 2139 (ไทยสากล)
โดยเฉพาะในมหาราชวงษ์ เล่าเหตุการณ์ในช่วงปี พ.ศ. 2137 ว่า ผู้รักษาเมืองเมาะลำเลิง คบคิดกับกรุงศรีอยุธยาเป็นกบฏ จนพระเจ้านันทบุเรงต้องส่งกองทัพไปปราบ แต่กองทัพอยุธยาร่วมกับชาวมอญ ช่วยกันรบจนทัพพม่าแตกพ่ายไป และชัยชนะในครั้งนี้ก็ทำให้อยุธยา กับเมาะลำเลิง เข้าล้อมหงสาวดีในเวลาต่อมา...
สมเด็จพระนเรศทรงเข้าตีค่ายหงสาวดีที่ล้อมอยุธยา ถ่ายจากวิหารวัดสุวรรณดารารามวรวิหาร
📌อ่านบทความนี้ต่อ จิ้มภาพด้านล่างเลย!
อ่านเพิ่มเติม
2read.digital
รุ่นเก๋า...เล่าเกร็ด
สมเด็จพระนเรศบุกตีหงสา (ภาค 2.2)
เติมอาหารสมองและพลังใจด้วยคอนเทนต์สาระจาก 2read
กดถูกใจ กดติดตามเพจ กดไลค์โพสต์นี้ให้เราด้วยนะคะ 👍
3 บันทึก
1
2
3
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย