Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พลิกชีวิตลิขิตฟ้าแบบสามก๊ก
•
ติดตาม
7 มิ.ย. 2022 เวลา 15:02 • ปรัชญา
"อย่าเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้านาย"
"ทำดีได้ แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย"
…..
ตามจิตวิทยาของซิกมันด์ ฟลอยด์ นักจิตวิทยาชาวออสเตรีย
-ความอิจฉาริษยานั้นเป็นธรรมชาติของมนุษย์
-ความอิจฉาเป็นแรงขับทางสัญชาตญาณของมนุษย์มาช้านาน ที่จะทำให้มนุษย์มีแรงขับทางด้านการต่อสู้ เอาชนะ ช่วงชิง แข่งขันและทะเลาะเบาะแว้ง
ด้วยเหตุนี้โลกมนุษย์จึงมีสงครามเสมอๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า,จิตวิทยา,การเมือง หรือแม้กระทั่งสงครามที่หลั่งเหลือด
หรือแม้แต่สุภาษิตไทยที่ว่าไว้
"ทำดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย"
นั่นเพราะว่ามนุษย์เรานั้นไม่ต้องการเห็นใครเด่นเกินหน้าเกินตาตน เพราะเกิดจากแรงอิจฉาริษยา
ตัวอย่างมีให้เห็นชัดๆจาก โจโฉช่วงสร้างตัวที่ถูกบรรดาขุนนางเก่าๆและฮ่องเต้ แทงหลังตลอด
…..
เมื่อโจโฉนั้นรับเอาฮ่องเต้มาอยู่ด้วยที่เมืองหลวง ในขณะที่บรรดาหัวเมืองอื่นๆได้แต่อิจฉาโจโฉ
…..
โจโฉนั้นงำประกาย
เดินเกมเงียบ อ่อนนอกแข็งใน
ปฏิบัติต่อองค์ฮ่องเต้เป็นอย่างดีต่างจากคนอื่นอาทิ
ตั๋งโต๊ะ ปลดฮ่องเต้องค์เดิม แต่ตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่
อ้วนเสี้ยว คิดตั้งขุนนางแซ่เล่าเป็นฮ่องเต้ซ้อน
อ้วนสุด แต่งตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้สะเลย
หากแต่โจโฉนั้น "เชิดชูฮ่องต้ บัญชาเหล่าขุนนางทั่วหล้า"
…..
อยู่ไปอยู่มา บรรดาขุนนางในเมืองหลวง อาทิเช่น ตังสิน พี่เขยฮ่องเต้ได้ยุให้ฮ่องเต้กำจัดโจโฉสะงั้น ทั้งที่โจโฉก็ดูแลฮ่องเต้เป็นอย่างดี
ทำไมฮ่องเต้ถึงคิดกำจัดโจโฉละ ประเด็นนี้น่าสนใจ
น่าสนใจ 1 แน่นอนว่า บรรดาขุนนางเก่าโดยมีตังสินเป็นแกนนำ ที่ต่อมาก็มีเล่าปี่,ม้าเท้งก็ไม่พอใจโจโฉ ที่เด่นเกินหน้าเกินตาตน
น่าสนใจ 2 แน่นอนว่า ตัวฮ่องเต้เองนั่นแหละที่ต้องการเป็น no.1 และไม่ต้องการเห็นโจโฉเด่นเกินหน้าเกินตาตน
แต่คนแบบโจโฉนะเหรอจะกลัว เรื่องพวกนี้
เขาย่อมรู้ทันและหาทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้ว
…..
อ้างอิงงานทดลองของ Dr.simon G. Shamay-Tsoory แห่ง University of Haifa เมื่อมนุษย์เราเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ *****จับคลื่นความถี่ภายในสมองเบื้องลึกๆของมนุษย์ทุกคนจะรู้สึกอิจฉาไม่ว่าน้อยหรือว่ามากแล้วแต่บุคคล
หากแต่ใช่ว่าความอิจฉานั้นจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป เพราะมันเป็นปัจจัยกระตุ้นให้มนุษย์เราพัฒนาตนเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม และถ้าจะดีกว่านั้นถ้าเราดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น
(หากแต่ความจริง หาใช่เช่นนั้นเสมอไปไม่)
…..
จะดีกว่านั้นไหมที่ เราทำดีได้ แต่เอาที่พอประมาณ
หากว่า เด่นเกินหน้าเดินตาเจ้านายอะ
ในประวัติศาสตร์ก็มีจุดจบไม่สวยมาหลายๆคน ประเด็นนี้น่าสนใจ
น่าสนใจ 1 ไม่มีเจ้านายคนไหนที่ชอบเห็นลูกน้องเด่นเกินตน เพราะเขาจะรู้สึกถูกคุกคาม,ไม่มั่นคง,อิจฉา
ลูกน้องที่ไม่รู้ข้อนี้ ไม่มีทางหนีทีไล่ล้วนแต่จุดจบไม่สวย อาทิเช่น โจโฉ-เอียวสิ้ว,ซุยต่ำ,โหลวกุย/ เตงงาย,จงโฮย ที่เด่นเกินหน้าเกินตาสุมาเจียว หรือแม้กระทั่ง งักฮุยเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ที่เด่นเกินหน้าฮ่องเต้ซ่งเกาจง จอมทัพที่ไม่เคยนำทัพออกรบ และอื่นๆอีกมากมายเช่น หานซิ่น-เล่าปัง,ซางยาง-อ๋องแคว้นฉินคนใหม่
น่าสนใจ 2 เด่นที่พอประมาณ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง เช่น ตี๋เหรินเจี๋ย-ฮ่องเต้หญิงบูเช็กเทียน
น่าสนใจ 3 จังหวะไหนที่ควรฉายแสงต้องดูให้ดี
หากว่าเจ้านายอยู่ในจังหวะที่กำลังลงจากตำแหน่ง หรือ อยู่ในช่วงขาลงนั้น เป็นจังหวะที่ลูกน้องควรฉายแสง และเด่นเอาให้สุดไปเลย แบบที่โจโฉนั้นทำ
…..
"อย่าเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้านาย"
ทั้ง3 ประเด็นนี้ ต้องพลิกแพลงให้ดี
ดังที่พิชัยยุทธ์ซุนวูว่าไว้
-ชนะไม่ได้ก็รอได้
-เบื้องบน-เบื้องล่าง ปรารถนาตรงกันจะได้รับชัยชนะ
หากแต่ ถ้าเบื้องบนปรารถนาไม่ตรงกับเบื้องล่างละ
ก็ต้อง
มากด้วยความระมัดระวัง
มากด้วยความรอบคอบ
ฉะนั้น"อย่าเด่นเกินหน้าเกิดตาเจ้านาย"
เพราะบางครั้งคนเรานั้น"รู้หน้า ไม่รู้ใจ"
…..
แล้วจะทำเช่นไรดีละ
เสนอไอเดียดีๆ แจ๋วๆได้ แต่เวลาได้หน้า ต้องให้เจ้านายได้หน้าไป
ภาษิตจีนโบราณว่า "ให้หน้าเขา เราได้หน้า"
…..
สังเกตไหมครับ ทำไมเวลามีงานพิธีการสำคัญๆ จึงมักจะมี พิธีกรขาประจำเสมอๆ
ก็เพราะว่า พิธีกรขาประจำเนี่ย เขามักจะพูดถึงแต่คุณความดี เรื่องที่ต้องขอบคุณของผู้ใหญ่และผู้ร่วมพิธีไงครับ บรรดาคนที่มาร่วมงานร่วมพิธีก็ยิ้ม ซาบซึ้งไปตามๆกัน หรือว่าใครที่ไม่ได้ฟังพิธีกรพูดเพราะมัวทานอาหารบนโต๊ะก็แล้วแต่
และพิธีกรเขาจะ"ไม่ทำตัวเด่นเกินกว่าเจ้าของงานหรือว่าผู้ใหญ่ในงาน" เพราะเขายึดหลัก
"ให้หน้าเขา เราได้หน้า"
…..
บทสรุป
1.มนุษย์เราเวลาเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ ภายใต้เบื้องลึกของสมองจะรู้สึก อิจฉาทุกคน มันเป็นธรรมชาติและสัญชาตญาณของมนุษย์ ไม่มากก็น้อย หากแต่ถ้าเรายินดี(มุทิตา)ได้โดยไวก็เป็นสิ่งที่ดี และถ้าดีกว่านั้นคือ "ทำดีได้อย่าเด่นจะเป็นภัย"
2."อย่าเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้านาย"
และในประวัติศาสตร์ หัวหน้ามักจะระแวงเสมอๆเวลามีลูกน้องเด่นกว่าตน ด้วยเหตุนี้เมื่อมีความชอบจึงต้องให้เจ้านายได้หน้าไป
โจโฉเมื่อขึ้นมามีอำนาจก็มักจะมีลูกน้องที่เด่นเกินหน้าเกินตาตนเสมอ เช่น ขงหยง,เอียวสิ้ว,และพวกนี้ก็มักจุดจบไม่สวย
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่อยู่เป็นจึงรู้จังหวะโคน จึงสามารถงำประกายและเอาตัวรอดมาได้ เช่น กาเซี่ยง,สุมาอี้
3.โจโฉ คือตัวอย่างที่ดีในการ
"อย่าเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้านาย" เพราะนอกจากมีศึกนอกแล้ว โจโฉยังมีศึกในตลอดทั้งจากบรรดาขุนนางเก่าๆและฮ่องเต้ ที่คอยคิดแทงหลังโจโฉตลอด เขาทำเช่นไรจึงเอาตัวรอดมาได้เป็นเรื่องที่น่าศึกษา หากแต่ในชีวิตจริงคนเรานั้น อาจจะไม่ได้เป็นแบบโจโฉทุกคน
4."ให้หน้าเขา เราได้หน้า" และ"อย่าเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้านาย"
ทำประโยชน์ให้หัวหน้า ตอบโจทย์หัวหน้า หากแต่เมื่อได้หน้าก็ให้เขาได้หน้าไป
ทำกำไรให้เขาชอบ แต่อย่าไปหักหน้าเขาหรือทำให้เขาขาดทุนเป็นอันขาด
ผู้ที่ทำได้เช่นนี้จึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่กันยาวๆ เช่น ตี๋เหรินเจี๋ย-ฮ่องเต้หญิงบูเช็กเทียน
ผู้ที่ทำตรงกันข้ามมักจะมีจุดจบไม่สวยนัก เช่น
โจโฉ-เอียวสิ้ว,ขงหยง และแม่ทัพงักฮุยเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์-ฮ่องเต้ซ่งเกาจง จอมทัพที่ไม่เคยนำทัพออกสนามรบ ,เตงงายและจงโฮย-สุมาเจียว
5.จังหวะที่ควรเด่นและฉายแสงสำหรับ"ท่านรอง" ก็คือ จังหวะที่เจ้านายกำลังลงจากตำแหน่ง,ขาลง
ภาพชัดเจน คือ โจโฉ-ฮ่องเต้เหี้ยนเต้ ,CEO ที่เจ้าของกิจการไม่ค่อยชอบ แต่มีหัวหน้าแผนกที่พร้อมเสียบ,หลี่ซื่อหมิน-หลี่เจี้ยนเฉิง
6.คำว่า เจ้านายในที่นี่ อาจหมายถึง หัวหน้า,รุ่นพี่ที่อาวุโสกว่า พลิกแพลงใช้ให้ดี บางครั้งต้อง"งำประกาย"ดีกว่า"ฉายแสง"
#พลิกลิขิตฟ้าตามแบบสามก๊ก
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย