8 มิ.ย. 2022 เวลา 21:54 • กีฬา
#สมราคาปีศาจ
Review Performance : Frenkie de Jong [23 minutes]
เกมเนชั่นส์ลีก ระหว่าง ทีมชาติเวลส์ กับ ฮอลแลนด์ จบลงด้วยชัยชนะของทีมอัศวินสีส้ม 1-2 จากลูกยิงขึ้นนำ 0-1ของคูปไมเนอร์ในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนที่มังกรแดงจะพยายามบุกและตามตีเสมอได้ 1-1 แบบสุดดราม่าในช่วงทดเจ็บ
เวลส์เฮได้แค่แปปเดียว เจอ Anti-climax แบบสะใภ้มาเธอร์ฟักเกอร์จากฮอลแลนด์ ด้วยการยิงคืนทันที 1-2 ในนาทีต่อมา กลายเป็นชัยชนะของลูกทีมอาจารย์หลุยส์ไปในวันนี้
-----------------------
1. แน่นอน การถ่างตาดูเกมคืนนี้ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากต้องการรอดูนักเตะที่เรากำลังคั่วเป็นเป้าหมายหลักเบอร์แรกอยู่ในขณะนี้อย่าง "แฟรงกี้ เดอ ยอง" นั่นเอง
วันนี้ FDJ ไม่ได้ลงตัวจริง เป็นสำรองได้พักอยู่ข้างสนาม เนื่องจากเอาจริงๆแล้วมันก็เป็นเกมอุ่นเครื่องดีๆนี่แหละ ก็เลยต้องภาวนาให้แฟรงกี้ได้ลงสนามมาในช่วงครึ่งหลัง เพื่อขอดูฟอร์มสักนิดก็ยังดี
แฟรงกี้ได้สวมเสื้อหมายเลข 21 ลงเล่นช่วงนาทีที่ 67 แทน Jerdy Schouten และกลายเป็นมิดฟิลด์ที่เป็นศูนย์กลางการตั้งเกมของทีมจากแดนหลังในทันที
-----------------------------------
2. สิ่งที่เห็นชัดมากๆ แม้จะได้ลงเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็คือ ความฉลาดในการจ่ายบอลของแฟรงกี้ดีมากๆ เป็นมิดฟิลด์เซนส์สูงที่ใจเย็น และมีสกิลทักษะในการคอนโทรลบอลที่ดี
เรื่องลูกจ่าย หายห่วง เนียนกริ๊บ บอลสมูธเหมือนน้ำค้างบนยอดหญ้า ซึ่งลักษณะการจ่ายบอลที่เห็นมันทำให้เรานึกถึงตัวต่ำที่จ่ายบอลเรียบๆนิ่งๆแบบนี้อย่างไมเคิล คาร์ริคจริงๆ
นอกจากการตัดสินใจเลือกทางจ่ายบอลแล้ว การรับรู้ในเชิงพื้นที่เล่น (spatial awareness) การมองหาตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีม และการอ่านเกมทั้งสนาม ก็อยู่ในระดับที่ดีมาก ตามฟอร์มของผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ แต่แฟรงกี้จะหันซ้ายหันขวา มองเช็คตำแหน่งและทรงของทีมอยู่ตลอดเวลา
ทั้งหมดนี้ช่วยซัพพอร์ตเรื่องการยืนตำแหน่ง ความเข้าใจสถานการณ์ในสนามได้ดีมาก เมื่อรวมกับทักษะการจ่ายบอลที่มีคุณภาพแล้วนั้น
แฟรงกี้ เดอ ยอง แม่งคือ "เครื่องจักรแจกจ่ายบอล" ดีๆนี่เอง
---------------------------
3. นอกจากนี้ FDJ ก็แสดงให้เห็นสไตล์การเล่นที่เป็นบอลยี่ห้อดัตช์อย่าง "Give and Go" ให้เห็นในภาคของการperformในสนาม
แฟรงกี้ให้บอลเสร็จแล้วก็เคลื่อนที่ ไม่ได้อยู่เฉย ไม่ได้รอบอล จ่ายแล้วขยับ ตั้งแต่ปรับตำแหน่ง ไปจนถึง "วิ่งเคลื่อนที่" เพื่อไปอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ และต่อบอลเป็นโครงข่ายได้
บอลสายนี้แฟนแมนยูเคยเห็นมาจาก Donny van de Beek มาแล้ว แต่ของดอนนี่จะเป็นการเล่น off the ball เป็นหลักที่ให้แล้วฝาก จากนั้นวิ่งหาตำแหน่งที่ดีเพื่อโจมตี
แต่แฟรงกี้เป็นบอลสายคุมเกม ที่เคลื่อนที่เพื่อขยับร่างของทั้งทีมให้ตามเขาไปด้วย ขณะที่บอลก็เคลื่อนที่ไปพร้อมกันด้วยความรวดเร็ว เพราะมีการจ่ายบอลและขยับตำแหน่งทันทีตลอดเวลา
บอลให้แล้วไปนี่คือชัดเจนมากๆ และมันคือสิ่งที่ทำให้เกิด "ประตูชัย" 2-1 ในวันนี้
-----------------------
4. ช่วงนาทีทดเจ็บ หลังจากที่เวลส์กำลังดีใจ และโหมบุกต่อเพื่อจะเอาชนะฮอลแลนด์ให้ได้ ก็เจอทีเด็ด21 จากแฟรงกี้เล่นงาน และผมคิดว่าประตูนี้เกิดจากเพลย์ของแฟรงกี้เป็นสำคัญจริงๆ (ชื่อน้องอ่านดัตช์ออกเสียงแฟรงกี้ชัดเจน ไม่ต้องอ่านเฟร็งกี้ตามตัวอักษรFrenkie -..-)
เริ่มจากการเป็นตัวพักบอลจากแดนหลัง จ่ายบอลและขยับไปรับเพื่อแกะ high pressing ของเวลส์ และแงะจนหลุดมาได้จากการให้แล้วไป และขยับพาบอลขึ้นหน้ามาด้วยตัวเองได้สำเร็จ
แถมยังโชว์พละกำลังและสปีดในการไปกับบอลด้วยตัวเอง ลากบอลเล่นเกมcounter-attack สวนขึ้นมาด้วยตัวเอง ก่อนจะไหลบอลที่กลายเป็น pre-assists ให้กับวิงแบ็คซ้ายที่ศาลาผีเพิ่งจะรีวิวไปวันก่อนอย่าง Tyrell Malacia ที่เติมสวนมาทางซ้ายเพื่อรับบอลจากแฟรงกี้
ก่อนที่มาลาเซียจะครอสบอลเข้ากลาง บอลย้อยมาเข้าหัว Weghorst แบบเต็มกบาล กลายเป็นลูกโหม่งสายpowerเข้าประตูไปแบบเต็มๆทำให้ฮอลแลนด์เอาชนะเวลส์ได้ในนาทีที่ 90+4 แบบเท่ๆ
ประตูนี้คือคุณภาพ และเป็นตัวที่บ่งบอกถึงการเล่นของเขาได้อย่างชัดเจนที่สุดจริงๆ รวมถึงคุณสมบัติที่เป็น x-factor หรือที่เรียกว่า "อะไรบางอย่าง" ซึ่งเป็นคุณสมบัติของคนเป็นผู้ชนะที่สามารถตัดสินเกมได้อยู่ในตัว
ส่วนตัวผู้เขียนชื่นชมการแกะเพรสด้วยการเคลื่อนที่ ให้บอล give n go ของแฟรงกี้มากๆ
เราอยากให้ทรงบอลแบบนี้สร้างสำเร็จขึ้นมาได้ไวๆที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจริงๆ
5. ในยามที่เด็กผีกำลังเซ็งกับข่าวดาร์วิน นูนเญซ ที่ลิเวอร์พูลเตรียมจะยื่นสินสอด 80ล้านยูโรให้กองหน้ารายนี้ เราเองก็มีลุ้นจะได้บิ๊กดีลเหมือนกัน
หลังจากเซ็งข่าวน้องขนุนเหย้ดกันในช่วงหัวค่ำ ข่าวยูไนเต็ดก็ขยับช่วงตีสามเหมือนกัน เมื่อมีรายงานมาจากทางสายสเปนอย่างMarca [tier4] ว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอคว้าตัวแฟรงกี้ เดอ ยอง ในราคา 60ล้านยูโร บวกกับ add-ons อีก 20ล้านยูโร
รวมราคาในดีลแฟรงกี้ จะเป็นเงิน 80ล้านยูโร หรือราว "68ล้านปอนด์" รวม add-ons นั่นเอง โดยที่เทน ฮาก นั้นก็พยายามโน้มน้าวแฟรงกี้ด้วยการเสนอแผนการสร้างทีมในโปรเจ็คนี้ของเขา และการที่จะสร้างทีมขึ้นรอบๆตัวFDJ โดยเขาจะเป็นศูนย์กลางและผู้เล่นตัวสำคัญที่มีบทบาทกับทีม
มันก็สอดคล้องกับเรื่องไม่กี่วันที่ผ่านมา แฟรงกี้บอกว่าเขารู้สึกเล่นได้เป็นธรรมชาติและสบายมากกว่าเวลาลงเล่นในทีมชาติฮอลแลนด์ มากกว่าบทบาทที่ได้รับอยู่กับบาร์เซโลน่า ซึ่งหากมาอยู่กับแมนยูไนเต็ด บทบาทการเล่นที่เขาจะได้รับก็จะคล้ายกับตอนเล่นในทีมชาติเหมือนกัน
สุดท้ายจึงออกมาเป็นข่าว 80ล้านยูโร อย่างที่เห็นนั่นเอง ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่า หลังจากเปิดตลาดนักเตะในวันศุกร์นี้ ทุกอย่างจะรันไปอย่างรวดเร็วเลยหรือไม่ ทั้งดีลเดอยอง และนูนเญซที่ข่าวแรงกับทางลิเวอร์พูล
เหตุผลสำคัญที่เป็นคำตอบของเรื่องนี้คือ แมนยูไนเต็ดวาง first priority เอาไว้ที่ตำแหน่งมิดฟิลด์อยู่แล้ว ถึงได้พุ่งเป้าไปเอาดีล FDJ เป็นจุดแรก และถ้าใช้เงินหลัก 70 ล้านปอนด์แล้ว การจะซื้อกองหน้าในราคาใกล้ๆกันนี้อีกคงจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเราหมายถึงนูนเญซนั่นแหละ
ไม่งั้นงบประมาณเสริมทัพมันจะกลายเป็น 70+80 = 150 ล้านปอนด์ budgetตรงนี้เกลี้ยงแน่นอน มันจะเป็นการเสี่ยงเกินไป ต่อทีมที่ยังขาดหลายตำแหน่งอยู่ในเวลานี้ ยังต้องเจียดเงินไปตามล่ากลางรับอย่างอัลวาเรซ หรือ ไลเมอร์อีก
ถ้าต้องเลือกระหว่าง แฟรงกี้ [มิดฟิลด์] กับ นูนเญซ [กองหน้า] น้ำหนักอยู่ที่มิดฟิลด์อยู่แล้ว เพราะเป็นจุดอ่อนของทีมจริงๆ ขณะที่กองหน้า ทีมยังพอจะมีคริสเตียโน่ โรนัลโด้อยู่
กองหน้าเราหาตัวsupportให้พี่โด้ ในเรทราคาที่ไม่แพงได้ เพื่อลงเล่นในการค้ำหน้าเป้าให้ทีม
6. ถึงแม้ว่าแฟรงกี้ เดอ ยอง จะอยากเล่นในระดับสูงอย่างฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก จริงๆ แต่ความเป็นไปได้ในการโน้มน้าวให้เขามารับบทบาทสำคัญ กับเจ้านายที่ไว้เนื้อเชื่อใจและศรัทธาในตัวเขาสุดๆ ก็อาจมีสิทธิ์ที่ชายคนนี้จะมาสลักหลังเสื้อปีศาจแดงด้วยชื่อ F. DE JONG กับแมนยูไนเต็ดจริงๆ
(ชื่อน้องอ่านดัตช์ออกเสียงแฟรงกี้ชัดเจน ไม่ต้องอ่านเฟร็งกี้ตามตัวอักษรFrenkieนะครับ -..-)
การตัดสินใจอาจจะเกิดเร็วกว่าที่แฟนผีคิด หรืออาจจะลากยาวเป็นมหากาพย์ก็ได้ใครจะรู้ แต่ที่แน่ๆ นี่คือนักเตะที่ควรต้องซื้อมาให้ได้จริงๆถ้าทำได้ เชื่อว่าคนที่ดูอยู่และเห็นการเล่นของเขาก็คงคิดเหมือนกัน
กับทรงบอลที่มี Passing Network สวยๆ เหมือนรูปที่แปะมานี้(ผังสีชมพู) ความสมมาตร และความบาลานซ์กันของทีม มันทำให้เรานึกถึงบอลของเป๊ป กวาร์ดิโล่าได้ชัดเจนมากๆ
และตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางของความสวยงามนี้ ก็ต้องเป็นผู้เล่นระดับท็อปคลาสเท่านั้นที่เข้ามารับผิดชอบในแอเรียดังกล่าว
ไม่มาก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจ อย่าฝืนใจตัวเอง
แต่ถ้ามาได้ก็มาแล้วกันนะน้อง
แต่งๆไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละ!!!
#ส่งสาลิกาลิ้นทองไปเป่าหูน้องด่วนๆ
-ศาลาผี-
โฆษณา