9 มิ.ย. 2022 เวลา 15:58 • ความคิดเห็น
ผมก็ถูกสอนมาอย่างนี้เหมือนกันแต่ประเด็นที่ครูไม่ได้สอน หรือสอนผิด ก็คือ นิโคลาส เทสล่าซึ่งเป็นผู้ช่วยหรือเป็นลูกศิษย์ของเอดิสัน เป็นผู้ค้นพบไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่เราใช้มาจนถึงทุกวันนี้ต่างหาก ในขณะที่เอดิสันคิดค้นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากไม่สามารถส่งผ่านระบบจําหน่ายกระแสไฟฟ้าไปยังบ้านเรือนประชาชนได้ โดยทั้งสองได้เปิดศึกที่เรียกว่า The current war (มีเป็นหนังด้วยลองหามาดู )
คือต่างคนต่างเชื่อมั่นในผลงานของตัวเอง แข่งขันกันไปมา เอดิสัน ถึงขนาดเอากระแสไฟฟ้าสลับ ช๊อตวัวตาย โชว์สื่อมาแล้วและบอกว่านี่คืออันตรายของกระแสไฟฟ้าสลับ มาใช้กระแสตรงกันดีกว่าปลอดภัยกว่า
เอดิสัน ที่เราเรียนมาในตําราหรือในการรับรู้ของเราคือ วีรบุรุษ นักคิดค้น นักประดิษฐ์หลอดไฟอันยอดเยี่ยมในขณะที่เทสล่ากลับไม่เป็นที่รู้จัก ทั้งๆที่เป็นอัจฉริยะทั้งคู่ และกระแสไฟฟ้าสลับเป็นที่พิสูจน์มาแล้วว่าใช้งานได้จริง มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สามารถส่งกําลังสูง ผ่านสายส่งมาตามบ้านเรือนได้ ในขณะที่ไฟฟ้ากระแสตรง เรานํามาใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ หรือพวกแบตเตอรี่
เรื่องเหล่านี้กลับไม่เคยถูกสอนที่ รร. ซึ่งตอนนั้นก็รู้แต่เพียงว่า เทสล่าเป็นแค่นักประดิษฐ์ต๊อกต๋อย แต่จริงๆแล้วเขาเป็น อัจฉริยะมีผลงานมากมายแต่โลกกลับลืม ผมยังจำความรู้สึกได้ว่า เอดิสันเป็นอัจฉริยะที่เก่งมาก แต่ไม่เคยได้ยินครูสอนถึงเทสล่า ซึ่งผมมารู้ตอนโตทีหลัง จึงนึกอยู่ว่าทําไมประวัติศาสตร์มันเล่นตลกอะไรเช่นนี้ แล้วใครแต่งตําราการเรียนการสอน ที่ไม่สอนคงามจริงให้นักเรียนรู้
แล้วที่คุณกล่าวถึง ความโง่ของเอดิสัน ที่เรียนไม่เก่งแต่มาเป็นอัจฉริยะทีหลัง อันนี้ผมก็พึ่งเคยได้ยิน แต่คนที่จะน่าจะโง่ตอนเด็กจริงๆน่าจะเป็น อัจฉริยะที่ชื่อว่าไอน์สไตน์มากกว่า ที่ตอนเรียนสอบตกซ้ำซาก และไปทํางานเป็นเสมียน จดสิทธิบัตรอยู่หลายปี การที่ไอน์สไตน์ มาเป็นอัจฉริยะได้ยังไง น่าสนใจมากกว่าเอดิสันหลายเท่า เพราะไอน์สไตน์ไม่ได้เป็นนักประดิษฐ์อะไร เหมือนเอดิสัน
แต่ไอน์สไตน์ใช้จินตนาการ สร้างสมมติฐานมาจากจินตนาการ ซึ่งสิ่งที่ไอน์สไตน์ค้นพบมันปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ มันเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน นั่นคือทฤษฎีสัมพัทธภาพ แต่เอดิสันใช้วิธีลองผิดลองถูก และประดิษฐ์อะไรไปเรื่อยจนค้นพบสิ่งประดิษฐ์ที่ทํางานได้จริง ผมว่าไอน์สไตน์จึงน่าสนใจกว่าเยอะเลย
บางที อัจฉริยะหลายๆคน ที่โดนไล่ออกจากโรงเรียน หรือที่เราถูกสอนมาว่าเขาโง่ตอนเด็ก จริงๆเขาไม่ได้โง่ แต่ความคิดและจินตนาการของเขามันลํ้าหน้าเกินกว่า ที่ใครจะตามทัน แม้กระทั่งคุณครู ก็ยังตามไม่ทัน สิ่งที่คุณครูสอน ความรู้สมัยนั้น มันsimple และไม่น่าสนใจสําหรับอัจฉริยะอีกต่อไป จึงถูกมองว่าโง่และไม่ตั้งใจเรียน
โฆษณา