13 มิ.ย. 2022 เวลา 01:56 • การศึกษา
ขยับศรีสะเกษ EP 05 : สากกวย
ศรีสะเกษ แม้จะมีอยู่หลายชาติพันธุ์ แต่ทั้งหมดล้วนยึดฮีตสิบสองคองสิบสี่แบบวิถีคนอีสานเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิบของทุกปี ล้วนแล้วแต่ยังมีการนับถือบรรพบุรุษด้วยการดำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีที่เซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษเหมือนกัน และเรียกชื่อไปตามแต่ชุมชนแห่งชาติพันธุ์นั้น ๆ
“สากกวย” คือชื่อเรียกของชาวกวยที่ต้องประพฤติปฏิบัติในช่วงเดือนสิบนี้ของทุกปี โดยชุมชนชาวกวยโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษนั้น ให้ความสำคัญและกำหนดจัดในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ซึ่งจะกำหนดคนละวันกับการจัด “แซนโฎนตา” ของชาวเขมร ที่ใช้ในรอบหลังคือ วันแรม 15 ค่ำเดือน 10 โดยชาวกวยจะให้ความสำคัญในวันนี้เป็นอย่างมาก
  • หากเปรียบการให้ความสำคัญแล้ว วันสากกวย นี้เหมือนวันสำคัญที่สุดของชาวกวยก็ว่าได้ เพราะเชื่อว่า วันนี้เป็นวันที่ญาติพี่น้องหรือคนในวงศ์ตระกูลที่แต่งงานมีครอบครัวแยกย้ายกันออกเรือนหรือไปทำงานยังต่างถิ่น ต่างพื้นที่ก็ตาม ก่อนถึงวันสากต้องกลับมาบ้านเกิดพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งในอดีตนั้นจะมีการจัดกิจกรรมกันยิ่งใหญ่ เช่น มีการละเล่น ทำผ้าป่าสามัคคี จัดกีฬาเชื่อม หรือมีมหรสพมากมาย
  • โดยใช้วันดังกล่าวนี้เป็นวันรวมญาติสร้างความสนุกสนานและความสามัคคีให้เกิดกับครอบครัวและชุมชน แต่กาลเวลาผ่านไป โรคภัยก็มาก ไวรัสก็รุนแรง ทำให้วันสากในปีนี้ดูไม่คึกครื้นและไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเช่นอดีต
  • แต่อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ก่อนวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 วันที่เซ่นไหว้บวงสรวงเรียกบรรพบุรุษมาสังเวยนั้น ชุมชนชาวกวยโพธิ์กระสังข์ยังมีการตระเตรียมอาหารคาวหวาน โดยเฉพาะมีการจัดหาจัดเตรียมช่วยกันห่อข้าวต้มมัด หรือที่เรียกกันว่า “ซอม” ซึ่งเป็นข้าวต้มมัดแบบดั้งเดิมที่มีการใช้ใบตองบ้าง ทางมะพร้าวบ้าง ห่อเป็นข้าวต้มและมัดด้วยตอกไม้ไผ่ที่จักเป็นเส้นเหมือนตอกมัดข้าวกล้า
  • ครอบครัวไหนที่อยู่กันหลายคนปู่ย่าตายายหรือทวด ก็จะดูอบอุ่นเห็นบรรยากาศแบบวิถีชุมชนไม่น้อย
เช้าตรู่ของวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 เป็นเช้าที่จะเห็นการกุลีกุจอของผู้คนและมีการสัญจรสวนกันโดยมีภาชนะเป็นตะกร้า หรือที่รู้จักกันดีว่า “กะต่า” ที่มีอาหารคาวหวานผลไม้ เช่น ปลาเผา ไก่ย่าง ข้าวต้มมัด ผลไม้ รวมไปถึงหมากพลูและเครื่องดื่มต่าง ๆ บ่งบอกถึงความใส่ใจถึงอาหารการกินที่ลูกหลานได้จัดเตรียมมอบสังเวยให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
  • ลูกหลานบางคนมีการแยกเรือนไปอยู่อีกบ้านก็ต้องมารวมกันโดยจะมีสำรับของแต่ละคนมาพร้อม หรือบางคนที่เป็นตระกูลใหญ่ ติดภารกิจหรือไม่สามารถมาร่วมพิธีได้ บ้างก็โอนเงินมาช่วยในการจัดการ บ้างก็นำสำรับเหล่านั้นมาฝากไว้ตั้งแต่ก่อนวันพิธีจริงก็มี
  • และเมื่อพร้อมหน้าค่าตาลูกหลานแล้ว ก็นำสำรับอาหารของแต่ละคนวางจัดเป็นสัดส่วนบนฟูกหมอนอย่างดี มีการนำผ้าไหมหรือของมีค่ารวมถึงเงินทองของเก่าส่วนหนึ่งมาวางบนพานเป็นการแสดงถึงความภักดีต่อบรรพบุรุษและรวบรวมเงินจากลูกหลานไว้เป็นอีกส่วน ก่อนจะจุดเทียนธูปแล้วนำมาปักบนกล้วยบ้าง ผลไม้อื่น ๆ บ้าง แล้วกราบลงต่อหน้าเครื่องสำรับสังเวยเหล่านั้นพร้อมกัน
  • ก่อนจะกรวดน้ำเซ่นบอกกล่าวเรียกขานชื่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วหลากหลายชื่อเสียงเรียงตัวกันไป
จากกรวดด้วยการรดน้ำเปล่าใส่ถ้วยแล้วต่อด้วยน้ำอัดลมและเหล้าเบียร์ การเรียกพิธีกรรมของการเรียกชื่อของบรรพบุรุษมากินมาสังเวยสำหรับชาวกวยนี้เรียกว่า “กะเยือ โจวจา โจวง้อย” พักไว้สักพักใหญ่ ๆ ให้ลูกหลานได้นั่งคุยกันสัพเพเหระ ก่อนจะรินน้ำกรวดเรียกกินอีกรอบ
  • และก็ปิดท้ายด้วยการกรวดน้ำปิดท้ายโดยทำเช่นเดิม ซึ่งภาษาถิ่นกวยจะเรียกการกรวดน้ำครั้งสุดท้ายของพิธีกรรมว่า “อะลาวเต อะลาวยืง” คือ ล้างมือล้างตีน โดยความหมายคือ หลังจากที่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วได้กินและสังเวยอิ่มแล้วก็ล้างมือล้างตีนเตรียมไปรับศีลรับพรที่วัดต่อ
  • ซึ่งหลังจากพิธีกรรมที่บ้านในการเซ่นไหว้เสร็จแล้ว ลูกหลานและคนในครอบครัวก็จะมีการกินข้าวร่วมภาชน์กัน ก่อนจะนำสำรับอีกชุดที่เตรียมเอาไว้นั้นไปวัด ถวายเพลแด่สงฆ์และร่วมทำบุญโดยผ่านพิธีกรรมของสงฆ์อีกรอบหนึ่งต่อไป
สากกวย อาจจะดูไม่ค่อยมีคนรู้จักนักในเขตอีสานใต้ นั่นคงเพราะว่า แซนโฏนตา ซึ่งเป็นคำแปลกและทางหน่วยงานให้ความสำคัญมากกว่า สากกวย หรือสากลาว แต่ทั้งหมดนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือทำงานบุญเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วนั่นแต่ ซึ่งสำหรับชาวกวยโพธิ์กระสังข์แล้ว วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 คือวันที่ลูกหลานชาวกวยต้องกลับมาเยือนบ้านเกิดตัวเองและทำบุญอุทิศตอบแทนคุณของบรรพรุบุษนั่นเอง
เรื่อง / ภาพ ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์
กันยายน 2564
โฆษณา