13 มิ.ย. 2022 เวลา 09:00 • ยานยนต์
WR155R Enduro Excited Trip
ตะลุยหุบพริก...พิชิตบางกะม่า @ราชบุรี Day1
การเดินทางเข้าป่าของเหล่าไรเดอร์ทั้ง 13 ชีวิตด้วยการขับขี่รถวิบาก Yamaha WR155R ในรูปแบบ Enduro ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของทีมงานไซเคิลโรดที่จะได้สัมผัสการท่องเที่ยวขี่รถในป่าแบบบุกตะลุยไปตามเส้นทางที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่มีทั้งความตื่นเต้น และความสนุกอยู่ตลอดเส้นททางที่ขับขี่
สำหรับทริปนี้ทางบริษัทไทยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดให้แบบเต็มสูบด้วยระยะเวลา 2 วัน 1 คืน โดยแบ่งเป็นวันแรกนั้นจะเข้าป่าไปในหุบพริกขับขี่บุกป่าฝ่าดง ส่วนวันที่สองนั้นจะขึ้นเขาบางกะม่าเพื่อไปจิบกาแฟดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ต้องบอกเลยว่าแค่เห็นโปรแกรมทริปนี้แล้วใครจะยอมพลาดไปได้ เพราะแน่นอนว่ามันต้องสนุกสุดๆ จนยากที่จะลืม
ในช่วงเช้านั้นพวกเราเหล่าไรเดอร์นั้นไปรวมตัวกันที่ยายามาฮ่าพรีเมี่ยมเซอร์วิส ศรีนครินทร์ เดินทางโดยรถตู้จำนวน 2 คัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดราชบุรี พวกเราทั้งหมดเดินทางไปถึงพี่พักในช่วงสายของวันโดยเข้าเช็คอินท์ที่พักกันที่ วิลล่า ทัสคานี คันทรี รีสอร์ท ก่อนที่จะอาบน้ำ จัดเตรียมทั้งร่างกายเครื่องแต่งกายให้พร้อม ด้วยการทานมื้อเที่ยวที่ร้านอาหารทางด้านหน้าทางเข้ารีสอร์ท
หลังจากนั้นจึงกลับไปยังห้องเพื่อแต่งตัวสำหรับการขับขี่ในรูปแบบเอนดูโร่ โดยงานนี้นอกจากเครื่องแต่งกายที่จำเป้นแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ นั่นก็คือเป้น้ำที่สามารถใส่น้ำดื่มพร้อมด้วยสายยางสำหรับดูดน้ำที่มีขนาดความจุ 1.5 ลิตร เพราะว่าการขับขี่ในป่านั้นการดื่มน้ำระหว่างทางจะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่เหนื่อยล้ามากเกินไป
เวลา 13.00 น. คือกำหนดการนัดรวมตัวบริเวณด้านหน้ารีสอร์ทที่มีฝูง Yamaha 155R จอดเป็นขบวนให้เลือกที่จะเป็นพาหนะคู่ใจในการขับขี่ทั้งสองวันนี้ โดยในช่วงก่อนออกเดินทางพี่เขม KSL จะเป็นผู้นำทางตลอดทริปนี้ได้บรีฟถึงเส้นทางรวมแล้วกว่า 70 กิโลเมตร
โดยเส้นทางในป่านั้นจะมีช่วงหนึ่งที่เป็นการขับขี่ข้ามเขตจังหวัดรอยต่อจากราชบุรีไปฝั่งกาญจนบุรี แล้ววนกลับมาที่เดิมมีลักษณะเป็นวงกลม ซึ่งในช่วงสายๆ ก่อนที่จะออกเดินทางขับขี่นั้นได้มีฝนตกลงมาชุดใหญ่ ทำให้สภาพภูมิประเทสในป่าหุบพริกนั้นมีทั้งน้ำ ความชุ่มชื้น และดินโคลน ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นการเพิ่มความสนุกกว่าเดิมแน่นอน ทั้งยังมีอากาศที่เย็นจะช่วยให้ผู้ขับขี่นั้นรู้สึกสดชื่นไปตลอดเส้นทางอีกด้วย
หลังฟังการบรีฟจบพวกเราทั้งหมดไปประจำการที่รถแต่ละคน แต่งตัวกันอย่างพร้อมสรรพ ออกเดินทางไปยังปั้มน้ำมันเชื้อเพลิงกันก่อนเพื่อเติมน้ำมันให้เต็มถัง และเติมน้ำดื่มลงในเป้น้ำให้เต็มถุงเพื่อให้เพียงพอต่อการขับขี่ตลอดทั้งวัน หลังจากนั้นจึงเป็นการออกเดินทางอย่างเป็นทางการ
โดยในเส้นทางช่วงแรกนั้นของรูทนั้นเป็นทางดินเรียบ ขับขี่ค่อนข้างง่ายแต่หลังจากที่เดินทางผ่านเส้นทางที่เรียบง่ายไปเพียงไม่กี่อึดใจความตื่นตาตื่นใจก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเส้นทางที่มองเห็นอยู่ข้างหน้านั้นเริ่มเล็กลงไปเรื่อยๆ จนแทบจะไม่เห็นรอยทางล้อรถ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเส้นทางสำหรับของชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าและเจ้าหน้าที่เท่านั้น
และด้วยจากช่วงเช้าที่มีฝนตกหนักลงมาทำให้มีน้ำป่าไหลหลากลงมาตามทางรถที่พวกเราทั้งหมดกำลังขับขี่สวนทางน้ำขึ้นไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่มีไม่บ่อยนักในรูปแบบนี้ ส่วนความตื่นเต้นอีกอย่างที่ได้สัมผัสในการหลบเลี้ยวและหลีกเลี่ยงเมื่อขับขี่ผ่านไปในช่วงที่มีเถาวัลย์นั้นหากขี่เข้าไปตรงๆ หากจังหวะที่เถาวัลย์พันเข้าที่ก้านเบรกทางด้านขวามือนั้นจะทำให้รถเบรกทันที
ซึ่งจะต้องขับขี่หลักเลี่ยงและคอยก้มหัวหลบไปด้วย เมื่อผ่านไปได้ครึ่งทางพวกเราทั้งหมดก็สามารถขี่เจ้า WR155R ทั้ง 13 คัน ขึ้นไปถึงศาลเจ้าพ่อเสือได้สำเร็จและจอดพักเพื่อชมวิวบนยอดเขาก่อนที่จะลงไปอีกทางด้านหนึ่งของเส้นททาง ซึ่งในช่วงตอนลงนั้นเนื่องจากเป็นทางชันและมีหญ้ารก จึงใช้เกียร์ต่ำเพื่อให้เอนจิ้นเบรกทำงาน และคอยเติมคันเร่งในบางจังหวะ
แม้ว่าจะขี่ตามหลังคันข้างหน้าที่มีระยะห่างไปไม่ถึง 10 เมตร แต่ด้วยความที่เป็นหญ้ารกทึบในบางครั้งก็เหมือนขับขี่อยู่คันเดียวสร้างความตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะพิกัดที่กำลังเดินทางนั้นกำลังอยู่ในป่าลึก
เมื่อเดินทางผ่านไปอีกไม่กี่อึดในก็เข้าเขตของโรงละคร 2 ก็เริ่มเห็นวิวชายทุ่งแบบมุมกว้างกันบ้างแล้ว
ตรงจุดนี้เหมือนจะไม่ค่อยโดนฝนสักเท่าไหร่ทำให้เริ่มขี่ง่ายขึ้นแต่ในบางช่างนั้นจะต้องขี่ผ่านธารน้ำไหล พวกเราทุกคันก็เดินคันเร่งกระโจนลงน้ำกันอย่างเต็มที่เรียกได้ว่า สาดน้ำกันเปียกกันไปครึ่งตัวเลยทีเดียวและที่สำคัญน้ำขังในรองเท้ากันทุกคนแน่นอน แต่ความมันส์ความสนุกระดับนี้ใครจะอดใจไหวเพราะเป็นช่วงสุดท้ายของเส้นทางดินแล้ว
หลังจากนั้นก็ขึ้นถนนทางดำขี่ชมวิวต่อกันจนถึงที่พักในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี เป็นอันจบการเดินทางในวันแรกไปอย่างสนุกและตื่นตาแบบเต็มร้อย หลังจากนั้นทุกคนก็รีบเข้าที่พักเพื่ออาบน้ำ ทำความสะอาดอุปกรณ์และทานมื้อค่ำให้เต็มพุงเพื่อเก็บแรงไว้ขี่ต่อในวันที่สองที่ทุกคนซึ่งมีโปรแกรมไปจิบกาแฟดูพระอาทิตย์ขึ้นที่บางกะม่า...
โฆษณา