Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Sowon Clinic
•
ติดตาม
13 มิ.ย. 2022 เวลา 11:45 • สุขภาพ
13 ข้อต้องรู้ ก่อนฉีดวิตามินผิว ถ้าอยากผิวขาวใสแบบไม่กลับมาพัง
ฉีดวิตามินผิวทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากดูแลผิวตัวเองให้มีผิวขาวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี แต่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือคนที่อยากแก้ปัญหาผิวต่างๆ ให้กลับมาแข็งแรง วิธีนี้จึงเป็นวิธีหนึ่งที่เราสามารถรับวิตามินได้เต็มๆ แบบไม่เผื่อใครกันเลยทีเดียว
1. ฉีดวิตามินผิวคืออะไร ทำไมฮิตขนาดนี้
เป็นการให้สารอาหารหรือวิตามินในรูปแบบการฉีดวิตามินหรือสารน้ำ เข้าเส้นเลือดดำสู่ร่างกายโดยตรงนั่นเอง เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที โดยผสมวิตามินและแร่ธาตุเข้ากับน้ำเกลือในปริมาณที่เหมาะสม เฉพาะตามความต้องการของร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งการเติมวิตามินผิวนี้หลายคนอาจเคยได้ยินในชื่อของ ของ “IV Vitamin therapy” เรียกอีกอย่างว่า “IV Vitamin drip” คำว่า IV นั้น ย่อมาจาก Intravenous
2. ฉีดวิตามินผิวแล้วดียังไง ?
3. การฉีดวิตามิน เหมาะกับใคร ?
ทุกคนสามารถทำการฉีดวิตามินได้หากต้องการ แต่สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายในระยะเวลารวดเร็ว เช่น ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวเสียสมดุล ไม่สดใส อยากให้ผิวขาวกระจ่างใส และผู้ที่ระบบภูมิต้านทำงานบกพร่อง เป็นหวัด โรคภูมิแพ้ การฉีดวิตามินนี้ก็สามารถเป็นทางเลือกให้กับคนที่ต้องการเติมวิตามินให้กับร่างกายได้
4. ก่อนฉีดผิวเตรียมตัวยังไงบ้าง ?
5. ขั้นตอนการฉีดผิว น่ากลัวไหม ?
การฉีดวิตามินมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นาน เบื้องต้นคนไข้จะต้องตรวจวัดความดัน ชีพจร ซักประวัติการแพ้ยา น้ำหนัก ส่วนสูง หลังจากนั้นหมอจะปรับสูตรวิตามิน ให้ตรงกับปัญหาผิว และความต้องการของคนไข้
วิธีฉีดวิตามินที่นิยมใช้มี 2 วิธี ดังนี้
1) การเติมวิตามินด้วยเข็มไซลิงก์ ฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดดำบริเวณข้อมือ ข้อพับแขน ประมาณ 10 – 15 นาที หรือจนกว่าวิตามินจะหมดหลอด โดยไม่มีการนำวิตามินผสมกับน้ำเกลือ
2) แบบน้ำเกลือ เป็นการผสมวิตามินกับน้ำเกลือในปริมาณเหมาะสม แล้วให้สารอาหารไหลผ่านสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือด แล้วรอจนกว่าน้ำเกลือจะหมด
6. หลังฉีดวิตามินผิวดูแลตัวเองยังไง ไม่ให้ผิวกลับมาคล้ำ !
1) หากอาการบวมแดงเกิดขึ้นมากกว่า 1-2 วัน ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามอาการ
2) หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
3) หลังฉีดทันที ควรเลี่ยงกิจกรรมเกี่ยวกับผิว เช่น การนวด
4) ถ้าอยากให้ผิวขาวกระจ่างใส ควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมากๆ เพราะจะเป็นการช่วยดีท็อกซ์ผิวจากภายใน และทานอาหารที่ช่วยเสริมให้ผิวดีให้มากขึ้น
5) ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป เพื่อป้องกันแดดที่อาจทำร้ายผิวได้
7. ฉีดผิวที่ไหนดี เลือกไม่ถูก
ก่อนตัดสินใจฉีดควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับตัวยาที่ใช้ได้ ราคาสมเหตุสมผล และหากเข้าไปทำการฉีดแล้ว ควรตรวจสอบถึงความสะอาดในขั้นตอนต่างๆ และอุปกรณ์ที่ใช้ทำหัตถการ เมื่อฉีดวิตามินเข้าสู่กระแสเลือดแล้วอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
8. ผิวแห้ง ผิวดำ ฉีดวิตามินได้ไหม ?
การฉีดวิตามินผิว สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวค่ะ และสำหรับคนที่ต้องการจะบำรุงผิวของตัวเองให้ดูสุขภาพดีขึ้น เช่น ผู้ที่มีสภาพผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวดำ เพราะวิตามินที่เราเติมนั้นจะเข้าไปช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม และผิวขาวขึ้นเป็นระดับ
9. ฉีดวิตามมินผิวแล้วขาวขึ้นจริงไหม ?
ปกติแล้วเมื่อเซลล์ผิวเราแข็งแรงขึ้น ผิวก็จะดีตามไปด้วย หรือเรียกว่าเป็นผิวที่ดีจากภายในสู่ภายนอก ผิวพรรณจะดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้น
จุดเด่นของการฉีดวิตามิน คือ วิตามินซีที่จะช่วยให้เม็ดสี Eumelanin ทำงานลดลง และ Nac ที่เป็นสารตั้งตั้นของ Glutathione พอเรามี Glutathione เยอะขึ้น เม็ดสีจาก Eumelanin ที่เป็นเม็ดสีคล้ำ จะเปลี่ยนเป็น Pheomelanin หรือเป็นเม็ดสีขาว ทำให้ระดับสีผิวจากสีคล้ำดูขาวใสเป็นธรรมชาติขึ้นตามระดับ ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการรักษาและจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปตามปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย
10. ต้องฉีดวิตามินผิวกี่ครั้งจึงจะเห็นผล
โดยปกติแล้วผลลัพธ์หลังฉีดวิตามินจะเริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน แนะนำให้ฉีดอย่างสม่ำเสมอกัน สัปดาห์ละครั้งในช่วงแรกถ้าอยากให้เห็นผลที่ชัดเจน เมื่อผิวเริ่มมีสุขภาพดีขึ้นแล้วก็สามารถทิ้งช่วงได้เป็นเดือนละ 1 ครั้งก็ได้ค่ะ ผลที่ได้จากการฉีดวิตามินจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน
11. หยุดฉีดวิตามินผิวแล้วจะกลับมาคล้ำไหม ?
การฉีดวิตามินเป็นการนำวิตามินที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ผิวแข็งแรง หรือจากผิวแห้งกร้านกลับมาดูสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากหยุดฉีดแล้วก็ไม่ได้ให้กลับมาผิวคล้ำ แต่จะขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา การดูแลผิว เช่น โดนแดดแรง
12. ฉีดผิวดีไหม อันตรายหรือเปล่า ?
ถ้าถามว่า ” ฉีดผิวอันตรายไหม ” ขอตอบเลยว่า ” ไม่อันตรายค่ะ ” แต่สำหรับบางคนอาจมีอาการผื่นคันคล้ายกับการแพ้อาหารทะเล รอบดวงตาบวมเล็กน้อย หายใจลำบาก อาการแพ้แบบหายใจไม่สะดวก แพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดและให้ยาวิตามิน หรือยาแก้แพ้ธรรมดาอาการก็สามารถหายได้ และจะสังเกตอาการหลังทำ 15-30 นาที อาการเหล่านี้จะพบได้น้อย หากไม่มีอาการแพ้ใด ๆ แล้ว มักจะปลอดภัยไม่อันตราย
13. อาการแบบไหนอย่าเพิ่งฉีดวิตามินผิว
1) คนที่มีภาวะความดันโลหิตผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตต่ำ
2) คนที่มีเคยมีประวัติแพ้วิตามิน
3) สตรีมีครรภ์ หรือ คุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
4) คนที่อยู่ในช่วงของการทานยาบางชนิด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง)
5) คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ภาวะพร่องเอนไซม์ โรคหลอดเลือดและหัวใจ ภาวะเหล็กในร่างกายเกิน และ โรคมะเร็ง (อาจมีโรคอื่นๆรวมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนทุกครั้ง)
สรุปแล้วการฉีดวิตามินเป็นการฉีดเพื่อเอาวิตามินที่เป็นประโยชน์กับร่างกายที่จะช่วยทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น และช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยวิตามินที่ได้รับจะเป็นสารสกัดที่มีความบริสุทธิ์มาก และผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. สำหรับใครที่อยากผิวสวย ผิวใส หรือผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจว่า การฉีดวิตามินผิวคืออะไร ดียังไง และเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อยนะคะ สุดท้ายนี้แอดขอฝากว่า การมีสุขภาพผิวที่ดี ไม่ใช่ผิวที่ขาวใสเสมอไป แต่คือผิวที่สะอาด ไม่มีโรค ถึงเรียกว่า ผิวสุขภาพดี
อ่านเพิ่มเติม
sowonbeauty.com
13 ข้อต้องรู้ ก่อนฉีดวิตามินผิว ถ้าอยากผิวขาวใสไม่พัง
ฉีดวิตามินผิวทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากดูแลผิวตัวเองให้มีผิวขาวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี แต่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือคนที่อยากแก้ปัญหาผิวให้กลับมาแข็งแรง
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย