15 มิ.ย. 2022 เวลา 09:57 • หุ้น & เศรษฐกิจ
✅Afternoon Update 15.06.2022
Market Update : Afternoon Session
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ จากความกังวลในเรื่องผลของการประชุม FOMC ในคืนนี้ ที่อาจจะส่งสัญญาณตึงตัวมากขึ้น มีเพียงตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่น จากความคาดหวังของนักลงทุนที่จะได้เห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
1. ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และเป็นการปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ถึงแม้เมื่อคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะไม่ได้ปรับตัวลดลงแรงนักและตลาดล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง Dow Jones Future ก็อยู่ในแดนบวก แต่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็ยังปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลว่าผลของการประชุม FOMC จะออกมาตึงตัวมากขึ้นและปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 0.75%
ดัชนี Nikkei -1.1% หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวลดลงกันทั้งหมด มีเพียงกลุ่มสถาบันการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาที่ระดับ 134.60 เยนต่อดอลลาร์ แต่ก็ยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า
2. ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปิดไปก่อนหน้าเล็กน้อย ปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ก็เป็นปัจจัยเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นและอีกหลาย ๆ แห่ง นั่นคือความกังวลต่อการประกาศผลการประชุม FOMC ในคืนวันพุธตามเวลาในเอเชีย
ดัชนี KOSPI -1.8% ดัชนียังปรับตัวลดลงต่อเนื่องและปิดที่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 โดยหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี และบันเทิง ปรับตัวลดลงกันค่อนข้างแรง ส่วนกลุ่มผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ EV ปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย กลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้คือกลุ่มประกันที่ได้รับปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยขาขึ้น รวมไปถึงหุ้นเชิงรับอย่างกลุ่มโรงไฟฟ้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน
3. ตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี ส่วนทางกับตลาดหุ้นขนาดใหญ่ในภูมิภาคที่ปรับตัวลดลงกันในระดับมากกว่า -1% กันทั้งหมด ดัชนี CSI300 ที่เป็นภาพรวมของตลาดหุ้นจีน A-Share ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้กว่า 2% ในช่วงต้นของตลาดภาคบ่าย ก่อนที่จะมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นทำให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น +1.3% แต่ดัชนีก็ยังปิดที่ระดับสูงที่สุดในรอบ 3 เดือน
ตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยบวกมาจากความคาดหวังของนักลงทุนที่เชื่อว่าทางรัฐบาลจีนจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมามากขึ้น
นอกจากนั้น ตลาดหุ้นจีนยังได้รับปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญอย่าง ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมหรือ Industrial Production ประจำเดือนพฤษภาคม ขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ดีกว่าที่คาดไว้มากว่าจะหดตัว -0.7%
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่นและมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นค่อนข้างมาก คือ กลุ่มผู้ผลิตแบตเตอรีรถยนต์ EV สถาบันการเงิน ผู้ผลิตสุรา และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า
4. ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นจีน A-Share โดยดัชนี Hang Seng +1.1% ส่วนดัชนี Hang Seng H-Share +1.6% แต่ถึงแม้ภาพรวมตลาดจะดูปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี แต่เมื่อลงไปดูในรายละเอียดของดัชนี Hang Seng
จะพบว่าจำนวนหลักทรัพย์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและลดลงกลับมีจำนวนที่ไม่ต่างกันมากนัก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 38 หลักทรัพย์ ปรับตัวลดลง 30 หลักทรัพย์ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีคือกลุ่มประกันและกลุ่มเทคโนโลยี คล้ายกับในตลาดหุ้นจีน A-Share ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวลดลงคือกลุ่มพลังงานและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ด้านดัชนี Hang Seng TECH Index +2.3% ถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีอย่าง Alibaba และ JD ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่นที่ระดับ 3 – 4% แต่กลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่นที่สุดคือผู้ผลิตรถยนต์ EV อย่าง Nio +12.4% และ Xpeng +6.6%
ภาพที่ 1 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเริ่มกลับมาขยายตัวแล้ว แต่ยอดค้าปลีกที่แสดงถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนยังคงหดตัวแรง
ที่มาภาพ :
#LHBankAdvisory

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา