Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ในเงาของเวลา
•
ติดตาม
18 มิ.ย. 2022 เวลา 04:53 • หนังสือ
คนเขียนหนังสือ
'รพีพร'
เงาร่างของ สุวัฒน์ วรดิลก'
...
สุวัฒน์ วรดิลก
คงเพราะ 'แม่' ของผมเกิดที่ชุมพร จึงค่อนข้างจะผูกพันกับถิ่นฐานบ้านเกิดของแม่อยู่ไม่น้อย
วัยเด็กเมื่อมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมอาก๋ง-อาม่า ที่ปากน้ำเมืองชุมพร ญาติผู้ใหญ่เป็นต้องพาไปกราบอนุสาวรีย์ 'เสด็จเตี่ย' พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่เป็นที่เคารพของชาวชุมพร ณ หาดทรายรี อยู่ทุกคราว
นั่นเป็นความทรงจำและความสนใจในพระประวัติของพระองค์ ขนขวายหาหนังสือเกี่ยวกับพระองค์มาอ่านในทุกครั้งที่พบเห็น
ราวปี พ.ศ. 2522 เข้าเรียนชั้นมัธยมต้น มีโอกาสเข้าห้องสมุดโรงเรียนที่ละลานตาด้วยหนังสือที่ไม่เคยพบเจอในโรงเรียนประถมมาก่อน ทักเที่ยงจึงแวะเวียนมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน วันหนึ่งพบเห็นหนังสือ 'ทหารเสือกรมหลวงชุมพร' จึงทำให้รู้จักนามของ 'สุวัฒน์ วรดิลก' ผู้เขียนเรื่องดังกล่าว
จนอีกหลายปีต่อมา จึงได้ทราบว่า 'สุวัฒน์ วรดิลก' คือเงาร่างของ 'รพีพร' ผู้เขียนนวนิยายอย่างเรื่อง 'ภูติพิศวาส'
...
ไม่คาดคิด เมื่อร่ำเรียนจบ มีโอกาสเข้าทำงานในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ ประจำการในกองบรรณาธิการนิตยสารการเมืองฉบับหนึ่ง มีโอกาสได้พบตัวตนของนักเขียนในดวงใจ ได้อ่านต้นฉบับงานเขียนของนักเขียนมีชื่อหลายท่านก่อนนำลงตีพิมพ์
หนึ่งในนั้น เป็นงานเขียนคอลัมน์ 'แลหลัง' ผลงานเขียนคอลัมน์ประจำของ 'สุวัฒน์ วรดิลก' ในนามปากกา 'ศิวะ รณชิต'
ที่ติดตามอ่านหนังสือเรื่องอื่นๆ มาโดยตลอด
ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินของเขา, จดหมายจากลาดยาว, พระของชาวบ้าน, ลูกทาส, พิราบแดง, นางสาวโพระดก และอีกหลายเรื่อง
งานเขียนของ 'สุวัฒน์ วรดิลก' มีทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย บทละครเวที และงานเขียนหนังสือพิมพ์ จึงใช้นามปากกาในการเขียนหลายชื่อ เช่น ไพร วิษณุ, สันติ ชูธรรม, ยุพดี เยาวมิตร, ศิวะ รณชิต
...
1
กล่าวสำหรับประวัติ 'สุวัฒน์ วรดิลก' เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2466 ที่บ้านริมคลองข้างวัดมกุฎกษัตริย์ กรุงเทพมหานคร
เป็นบุตรคนที่ 2 ของอำมาตย์โทพระทวีปธุรประศาสน์ (วร วรดิลก) และนางจำรัส วรดิลก
1
ขณะเรียนกฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ในปี พ.ศ. 2485 ได้เริ่มต้นทำงานเป็นข้าราชการวิสามัญ ตำแหน่งผู้คุมตรี ที่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย ทำได้หนึ่งปีก็มาสอบได้งานเป็นเสมียนการเงินที่กรมบัญชีกลางทหารเรือ ทำได้หนึ่งปีก็กลับมาสอบได้เป็นเสมียนพนักงานของกรมราชทัณฑ์
ช่วงนี้เอง 'สุวัฒน์ วรดิลก' ได้เริ่มทำงานเป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์เอกราช ของ 'อิศรา อมันตกุล' ในปี พ.ศ. 2489 ต่อมาด้วยความปรารถนาจะเป็นนักอักษรศาสตร์จึงได้ลาออกจากราชการ
...
'สุวัฒน์ วรดิลก' เขียนเรื่องสั้นเรื่องแรก 'ตราบใดสุรีย์ส่องโลก' เมื่อปี พ.ศ. 2486 ใช้นามปากกาว่า 'ส. วรดิลก' ได้ตีพิมพ์ใน 'ข่าวภาพรายสัปดาห์' แต่ไม่ได้รับกระแสตอบรับมากนัก จึงไม่ปรากฏงานเขียนออกมาอีกเลย
จนเมื่อ 'วิตต์ สุทธิเสถียร' ออกหนังสือพิมพ์ชาติไทยวันอาทิตย์ คู่กับ ชาติไทยรายวัน ในปี พ.ศ. 2488 มีนโยบายสนับสนุนนักเขียนใหม่ 'สุวัฒน์ วรดิลก' จึงได้เขียนเรื่องสั้นชื่อ 'เงามะพร้าวที่นาชะอัง' ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักอ่าน จนสามารถเขียนเรื่องสั้นเรื่องต่อมาอีกหลายเรื่อง เช่น ไออุ่นจากทรวงนาง, ระอารัก, ภูษิตเรียกเมียด้วยเสียงซอ
ยังมีเรื่องวิจารณ์หรือเสียดสีสังคม เช่น เทพเจ้า, อีเงาะ, ผีเข้าอีจง
เรื่องอิงพงศาวดาร เช่น คำให้การ, ในกระแสแห่งยุติธรรม
เรื่องกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกทางจริยธรรมและมนุษยธรรม เช่น มวยแถม, คนข้างหลืบ
...
'สุวัฒน์ วรดิลก' เป็นนักข่าวประจำโรงพักให้หนังสือพิมพ์เอกราชอยู่ครึ่งปี อิศรา อมันตกุล เห็นว่าไม่เหมาะสมกับหน้าที่ จึงได้เปลี่ยนให้เขียนเรื่องในเล่ม เรื่องสั้นที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ 'ท่องไปในแดนรัฐประหาร' เมื่อ พ.ศ. 2490 ที่เขียนขึ้นก่อนมีการรัฐประหารในปีนั้น
ต่อมาได้เขียนนวนิยายประจำฉบับเรื่องแรก คือ 'สัญญารักของจอมพล' เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังต้องหยุดเขียนด้วยล้มป่วย เมื่อรักษาตัวหายดี หนังสือพิมพ์เอกราชถูกสั่งปิด
'สุวัฒน์ วรดิลก' จึงไปฝากตัวกับ 'กุหลาบ สายประดิษฐ์' (ศรีบูรพา) บรรณาธิการหนังสือประชามิตร-สุภาพบุรุษ ที่เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ระดับคุณภาพในสมัยนั้น
โดย 'สุวัฒน์ วรดิลก' ได้ส่งเรื่องสั้นเกือบ 10 เรื่องให้ 'กุหลาบ สายประดิษฐ์' พิจารณา ซึ่งได้รับการพิจารณาตีพิมพ์เพียงเรื่องเดียวคือ 'เขาและหล่อนอยู่กันคนละซีกโลก' แต่ต่อมาก็ได้รับการตีพิมพ์อีก 1 เรื่อง คือ 'ทุ่งทานตะวัน'
...
กล่าวสำหรับผลงานด้านนวนิยาย ภายหลัง 'สุวัฒน์ วรดิลก' ได้เขียนเรื่องสั้นมา 2 ปี แล้ว จึงได้เขียนนวนิยายเรื่องแรก คือ 'เปลวสุริยัน' ลงตีพิมพ์ใน 'ปิยมิตร' ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักอ่าน ทำให้ 'ปิยมิตร' มียอดจำหน่ายสูงขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2490 ทำให้ 'สุวัฒน์ วรดิลก' เขียนนวนิยายเรื่องต่อมา คือ 'ราชินีบอด' และเรื่องอื่นๆ ตามมา ซึ่งได้สร้างชื่อให้ 'สุวัฒน์ วรดิลก' เป็นนักประพันธ์แห่งยุค
และทำให้ยึดการประพันธ์เป็นอาชีพเรื่อยมา
ในยุคที่ละครเวทีไทยประเภทชายจริงหญิงแท้ได้รับความนิยมมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น 'สุวัฒน์ วรดิลก' ได้เขียนบทละครเวทีเรื่องแรก คือ 'สัญญารักของจอมพล' ซึ่งเป็นผลงานเยียนของเขาเอง ให้กับคณะเทพอำนวย ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ด้วยขาดทักษะของการเขียนบทละคร
ต่อมาเมื่อได้รับคำแนะนำจาก 'ครูเนรมิต' ทำให้ 'เปลวสุริยา' เป็นบทละครเวทีที่สมบูรณ์เรื่องแรกของ 'สุวัฒน์ วรดิลก'
ในห้วงปี พ.ศ.2491-2494 จึงเป็นช่วงเวลาที่ 'สุวัฒน์ วรดิลก' ทุ่มเทต่องานเขียนบทละครเวที จนมีความเชี่ยวชาญถึงขนาดกำหนดคนดูได้
นอกจากนั้นยังก้าวไปเป็นผู้กำกับการแสดง อำนวยการสร้าง และตั้งคณะละครขึ้นเอง คือ คณะชุมนุมศิลปิน
...
นามปากกา 'รพีพร' เริ่มใช้ครั้งแรก เมื่อเขียนนวนิยายเรื่อง 'ภูติพิศวาส' ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกใน 'แสนสุขรายสัปดาห์' เมื่อ พ.ศ. 2505 และเรื่องที่ 2 คือ 'ลูกทาส' ในปี พ.ศ. 2506 ส่งผลให้นาม 'รพีพร' เป็นที่รู้จักในหมู่นักอ่าน
'ไพร วิษณุ' เป็นนามปากกาในการเขียนนวนิยายชีวิตโลดโผน ประเภทป่าเขาลำเนาไพร
'ศิวะ รณชิต' สำหรับการเขียนนวนิยายการเมือง
'สันติ ชูธรรม' ใช้เพียงครั้งเดียว เมื่อเขียนนวนิยายเรื่อง 'พ่อข้าเพิ่งจะยิ้ม' ที่เดิมชื่อ 'พ่อข้าไม่ผิด'
'ยุพดี เยาวมิตร' ใช้เมื่อครั้งรับน้างเขียนบทละครให้กับธนาคารออมสิน เรื่องแรก คือ 'ผีก็มีหัวใจ'
นอกจากนี้ 'สุวัฒน์ วรดิลก' ยังเป็นผู้ก่อตั้งชมรมนักเขียน 5 พฤษภาคม ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2511 และได้เป็นประธานชมรม โดยวัตถุประสงค์ครั้งแรกเพื่อหาเงินช่วยเหลือ 'เลียว ศรีเสวก' เจ้าของนามปากกา 'อรวรรณ'
และชมรมนักเขียนได้พัฒนาเป็น สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2514
'สุวัฒน์ วรดิลก' ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2550
...
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย