ฟังกับเซินเพลงที่หนึ่ง หญิงสาวผู้ไม่ประสีประสาในความรัก
Beyoncé - Crazy In Love ft. JAY Z
เปิดมาด้วยเพลงที่ทำให้เซินเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังอย่าง Crazy in Love ของคุณแม่บียอนเซ่ที่ออกมาในปี 2003 กันค่ะ เพลงจังหวะที่ได้ยินแล้วภาพในหัวคือต้องใส่ส้นสูงแล้วเดินสับเท่านั้น! แต่รู้ไหมคะว่าจริงๆ แล้ว ถ้าฟังตามความหมายของเนื้อเพลงเนี่ย จะพบว่าหญิงสาวหรือคุณแม่ไม่ได้พกพาความมั่นใจมามากมายแต่อย่างใด!
กลับกันนางเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจในตัวเองค่ะ ว่าทำไม๊ ทำไม ไอสิ่งที่เรียกว่าความรักเนี่ยมันช่างทำให้เธอผู้ไม่เคยพบประสบพบเจอควบคุมตัวเองได้ยากเหลือเกิน คือจะทำอะไรก็ดูงุ่มง่าม ไม่รู้เหนือรู้ใต้ขนาด อารมณ์เชิงว่ามือไม้อยู่ไม่ถูกที่ถูกทาง เป็นตัวเองที่ไม่เป็นตัวเองอย่างเงี่ย! คือเรียกได้ว่าความรักเนี่ยมันช่างทำให้เธอคล้ายจะเป็นบ้าได้จริงๆ
When you leave, I'm begging you not to go
Call your name two, three times in a row
Such a funny thing for me to try to explain
How I'm feeling and my pride is the one to blame
(Yeah, yeah) 'cause I know I don't understand
Just how your love can do what no one else can
คำศัพท์
  • leave = จากไป (ไม่ใช่ตายแต่แบบจะไปแล้วน้าา อะไรแบบนี้)
  • beg = ขอร้อง พลีสจึ พลีสจึ
  • in a row = หลายครั้งต่อเนื่อง พรวดเดียวไม่มีอะไรมาขัด
  • funny = ตล๊กก ช่างน่าขัน เอ๊กอีเอ๊ก~
  • explain = อธิบาย
อย่างในเนื้อเพลงครึ่งแรกที่กล่าวชัดเจนถึงความไม่เข้าใจว่าผู้ชายอะไร๊ (ในที่นี้เซินขออนุญาตเขียนว่าอีกฝ่ายที่ทำให้คุณแม่หลงใหลเป็นผู้ชายตามการ feat. กับเจซีนะคะ) น่าหลงใหลได้ปลื้มถึงขนาดที่เวลาเขาจะจากไปเจ้าหล่อนถึงกับต้องอ้อนวอนว่าอย่าไปเลยนะ เรียกชื่อเรียกนามก็ตั้งสองสามครั้ง ขอเถอะอยู่กับฉันต่อเถอะนะ
ซึ่งถ้ามองตามหลักความเป็นจริงแล้ว ตัวคุณแม่เขาก็มองว่าหากไม่ใช่เรื่องของความรักเนี่ยมันจะเป็นเรื่องอะไรไปได้อีกที่ทำให้เธอกระทำสิ่งต่างๆ ซึ่งไม่เคยทำลงไปอย่างจนปัญญาจะหาเหตุผลมาอธิบาย
Tennis shoes, don't even need to buy a new dress
If you ain't there, ain't nobody else to impress
คำศัพท์
  • else = อื่น เช่น someone else ก็คือคนอื่นหรืออย่าง Would you like anything else? ก็คือใช้ถามว่าต้องการอะไรอย่างอื่นอีกไหม
  • impress = สร้างความประทับใจ
หรืออย่างกระทั่งการแต่งตัวออกจากบ้านไปสู่สายตาของคนทั้งสังคม พอมีความรักแล้วเนี่ยสายตาคนทั้งโลกเจ็ดพันล้านคู่ก็คือไม่สำคัญอีกต่อไป! เรียกได้ว่าถ้าเธอไม่อยู่ในที่ที่ฉันจะไปเดินเฉิดฉายปรากฎตัว เสื้อผ้าชุดใหม่ก็คืออย่าหวัง แต่งสวยเดินสับเหรออย่าหวัง! ถ้าไม่มีสายตาของเธอมาจับจ้องคนอื่นก็คือธาตุอากาศ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องตื่นมากรีดตาแต่งตัวตั้งแต่ตีห้าเพื่อสร้างความประทับใจ!
Got me looking so crazy right now, your love's
Got me looking so crazy right now (so crazy)
สรุปสุดท้ายควีนบีก็คือบอกได้คำเดียวว่าอาการแปลกประหลาดทั้งหลายแหล่ที่ฉันเป็นนั้นมันเป็นผลมาจากความรัก!!! ซึ่งคำว่า Got me เนี่ยมันจะใช้เหมือนกับอะไรบางสิ่งบางอย่างทำให้เกิดอะไรขึ้นกับเราบางสิ่งบางอย่าง ให้เห็นภาพก็คือจากประโยคทางด้านบนที่เซินทำตัวหนาเอาไว้ ต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดก็คือ ความรักของคุณพ่อยอดขมองอิ่มนั้นมันช่างทำให้ฉันเป็นบ้าเป็นบอ นั่นเอง
ทีนี้มาทางฝั่งของคุณพ่อสุดฮอตกันบ้าง ในช่วงของพาร์ทแรพพ่นไฟนั้นสรุปโดยย่อจากเนื้อเพลงก็คือฮีน้านนนนนน โฆษณาตัวเองค่ะ! ถึงความสำเร็จ ความร่ำความรวย ผลตอบรับยอดขายเพลงตั่งต่าง ซึ่งหนึ่งในท่อนที่ได้ใจ และสาแก่ใจอีช้อยนักก็คือนี่เลยค่ะ
Stick bony, but the pocket is fat
ถึงตัวจะผอมเป็นไม้เสียบผียังไง แต่กระเป๋า (เงิน) พี่นี่อ้วนตุงเรยนะจ๊ะแม่ยอดยาหยี เป็นยังไงล้า~ มีใครให้มากกว่านี้อีกไหมคะ! ถ้าไม่มีก็ขอตอบตามคุณแม่เลยว่า
Got me hoping you'll save me right now
สุดท้ายความฮอตของคุณก็ทำให้ฉันได้แต่ร้องขอชีวิต ร้องขอว่าจับหน่อยไม่ไหวแล้วจะล้ม ช่วยฉันจากความฮอตฉ่าของคุณที ไม่ไหวๆ เซฟฉันทีตอนนี้เลยนะจ๊ะพี่จ๋า~
และนั่นก็คือทั้งหมดกับเพลงแรกที่เซินนำมาชวนให้ทุกคนไปฟังกันนะคะ กับ Crazy in Love ซึ่งเซินคิดว่าน่าจะเป็นเพลงโปรดหรือเพลงคุ้นหูคุ้นใจของใครหลายๆ คน สำหรับเรื่องราวและความหมายตรงไหนที่คุณผู้อ่านคิดว่าเซินเข้าใจผิด เซินขอเลยนะคะ! อย่ารั้งรอที่จะบอกเซินอย่างเร็วรี่เลยค่ะ!!!
ก่อนจากกันไปในเพลงแรกนี้ เซินขอยกเอาเนื้อเพลงท่อนของ Jay-Z ก่อนที่คุณแม่จะเริ่มร้องเป็นโอวาทว่า ‘History in the making’ ซึ่งหมายถึงการกระทำอะไรบางอย่างที่จะกลายเป็นตำนานในอนาคตซึ่งมีความสำคัญระดับเป็นประวัติศาสตร์!!!
แปลในแปลตามความคิดเซินเลยก็คือเพื่อนรักนักอ่านคนใดกำลังคิดจะลงมือทำอะไรบางอย่างก็ขอให้เริ่มลงมือทำเลยค่ะ เดี๋ยวนี้!!! เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ กลายเป็นตำนานไหม แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำมันก็จะไม่มีทางกลายเป็น History in the making ได้เหมือนอย่างเพลงนี้ที่คนทั่วทั้งโลกต้องเคยได้ฟังผ่านหูนะคะ เพราะฉะนั้นคิดจะทำอะไรก็เอาเลอ เริ่มเลอ!!!!!!
#เพลงนี้อยากบอกอะไรเซิน
โฆษณา