ฟังกับเซินเพลงที่สาม คบกับผู้ชายร้ายๆ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ใช่คนดี แต่คบกับผู้ชายดีๆ มันก็ไม่สนุกน่ะสิ!
Machine Gun Kelly, Camila Cabello - Bad Things
เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า Bad Boys Ain't No Good, Good Boys Ain't No Fun กันไหมคะ แล้วถ้าเคยได้ยินทุกคนเห็นด้วยกันไหม ว่าการคบผู้ชายหรือคนรว้ายๆ เนี่ย มันสนุกและน่าตื่นเต้นกว่าการคบผู้ชายหรือคนดีเป็นไหนๆ
เพราะในบางครั้งที่เราเกิดความไม่เข้าใจจนหลุดถามออกไปว่า คบกันไปได้ยังไง? แกทนเขาไหวได้ไงวะ โคตรจะเก่งเลยเนี่ย แท้จริงแล้วความสำคัญมันอยู่ที่มุมมองและสิ่งที่เกิดขึ้นจริงของคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นั้นๆ ค่ะ
ดังนั้นคนที่มองจากภายนอกและไม่ได้รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเรา หลายครั้งจึงมักเกิดคำถามขึ้นมาในใจ ว่าถ้ามันไม่ดีแล้วจะทนไปทำไม?
เหมือนอย่างเพลงที่เซินเลือกหยิบขึ้นมาวันนี้ค่ะ กับ Bad Things ที่เริ่มแค่ท่อนแรกมาก็เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ความงงงวยชนิดที่แอบคิดเลยว่าฉันเนี่ย บ้าไปแล้วหรือเปล่า เสียสติไปแล้วไหม!?
Am I out of my head?
Am I out of my mind?
If you only knew the bad things I like
Don't think that I can explain it
What can I say, it's complicated
เพราะในความสัมพันธ์ที่เจ้าตัวเองก็ยังสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงเป็นหนักได้ขนาดนี้ มาไกลถึงขนาดว่าเกิดความรู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำ ที่อีกฝ่ายหนึ่งในความสัมพันธ์เนี่ย ไม่รู้ว่าตัวเธอนั้นต้องการทำอะไรที่มันแย่ๆ ร้ายๆ กับเขาบ้าง!!! เรียกได้ว่ามันเป็นอะไรที่ยากแก่การจะพูดบอกออกมา มันซับซ้อน มันซ่อนเงื่อน!
ซึ่งในขณะที่ฝ่ายหญิงมีความคิดแบบนั้น ฝ่ายชายเองก็รู้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร สำหรับแรงดึงดูดอันแรงกล้าระหว่างคนทั้งคู่ แรงมากแค่ไหนก็ขนาดสามารถทำให้คนทั้งสองจับมือก้าวผ่านกฎเกณฑ์และกรอบจำกัดเดิมๆ ของสังคมไปได้
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการอุปมาอุปไมยไปถึงว่าอีกคนนั้น เปรียบเสมือนกับยาเสพติดที่เสพแล้วทำให้เกิดภาพหลอนอยู่ตลอดเวลาเอย ความเจ็บปวดที่เกิดแก่ร่างกายใดๆ ก็ถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องผิดเอย หลุดจากศาสนาเอย กฎหมายเอย
หลุดจากทุกสิ่งอย่างแม้กระทั่งเสื้อผ้าบนร่างกายที่คงเหลือเอาไว้เพียงแค่รองเท้าส้นสูงเอย (ใครตามไปฟังเพลงและอ่านเนื้อทั้งหมดจะพอเดาได้ค่ะ ว่าเรื่องที่เจ้าหล่อนมองว่ามันแย่ แต่ก็อยากจะทำกับอีกคนเนี่ยมันคืออะไร อิอิ)
หรือสุดท้าย กับการหลุดที่เซินมองว่าไปสุดเกินขีดจำกัดจริงๆ ก็คือการหลุดจากการควบคุมและเป็นตัวเองตามท่อนที่ร้องว่า
I'm the voice inside your head
That keeps telling you to listen to all the bad things I say
And you said
I want you forever
Even when we're not together
Scars on my body so I can take you wherever like
นั่นล่ะค่ะ ถึงขนาดกลายเป็นเสียงในสมองที่สามารถสั่งการให้อีกคน ทำเรื่องราวแย่ๆ ทุกๆ อย่างตามโดยไม่มีข้อแม้!!
เหนือไปกว่านั้นก็คือฝ่ายคนที่โดนควบคุมกลับโต้ตอบการกระทำทั้งหมดนั้นด้วยความยินดีและต้องการจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ไปตลอดกาล เป็นนิรันดร์ขนาดว่าหากตัวของคนทั้งคู่ต้องไกลห่าง หรือจากกันไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ขอหลงเหลือเอาไว้กับรอยแผลเป็นที่จะติดตามตัวไปตลอดทุกที่! ทำให้สามารถนึกถึงอีกคนได้ตลอดเวลา!
อย่างไรก็ตามเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลนั้น สามารถสรุปจบได้ภายในประโยคเดียวจากท่อนแรกของพาร์ทแร็พ ซึ่งกล่าวว่า ‘Nothing's that bad, If it feels good’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘มันไม่มีอะไรแย่หรอก ตราบเท่าที่มันทำให้เรารู้สึกดีได้น่ะ’
เรียกได้ว่าปราบทุกความสงสัยกับคำถามตั้งแต่ตอนต้นที่เซินถามทุกคนเอาไว้ได้เลยใช่ไหมคะ ว่าในความเป็นจริงแล้ว บางสถานการณ์ บางความสัมพันธ์ที่เรามองว่ามันโคตรจะท็อกซิก โคตรจะน่าสงสารไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเนี่ย
แท้จริงแล้วมันมีความต่างตรงที่คนในความสัมพันธ์นั้นมองจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ กับความรู้สึกของตนเอง และมันทำให้เจ้าตัวพอใจและมีความสุขที่ได้อยู่ในจุดนั้นค่ะ! เพราะในท้ายที่สุดแล้วเวลาจะตัดสินใจหรือทำอะไร ส่วนใหญ่เราก็ต้องยึดเอาความพอใจของตนเป็นที่ตั้งอยู่ดี จริงไหมคะ?
ก่อนจบกันไปจากเพลงนี้ เซินขออนุญาตแบ่งปันมุมมองการมองโลกที่กว้างขึ้น ซึ่งมันอาจจะทำให้ตัวเราสามารถเข้าใจอะไรบางอย่างได้แจ่มชัดกว่าเดิม
ว่าในบางครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะมองเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อยากจะเข้าไปช่วยเหลือ หรือกระทั่งอยากเข้าไปให้คำแนะนำให้เขายุติความสัมพันธ์กัน (กรณีเรื่องของข่าวผัวเมีย สามีภรรยา คู่รักต่างๆ) หนึ่งสิ่งที่เราอาจจะมองข้ามไป
นั่นก็คือตัวเราไม่ได้ไปอยู่ในความสัมพันธ์กับเขา ไม่ได้เขาใจถึงเรื่องราวและเงื่อนไขต่างๆ ของความสัมพันธ์ทั้งหมด ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ หรือกระทั่งในทางกลับกัน หากเราโดนตอกกลับมาว่าอย่ามายุ่ง! มันก็เป็นเรื่องที่เรียกว่าปกติและสามารถเกิดขึ้นได้
ด้วยเพราะ ‘มันเป็นเรื่องราวแค่ระหว่าง 'เขากับหล่อน' ที่คนนอกไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเฉพาะกับคนทั้งคู่ยามเมื่อนอนอยู่บนผ้าปูเตียงผืนเดียวกัน’ นั่นเอง…
no one has to get it
Just you and me
'Cause we're just living
Between the sheets
#เพลงนี้อยากบอกอะไรกับเซิน
โฆษณา