28 มิ.ย. 2022 เวลา 03:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ส่อง! แนวโน้มธุรกิจ 2 บริษัท “เครือปตท.” เมื่อ PTT ไตรมาส 3 กำไรอาจหาย 5 พันล้านบาท แต่นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มกำไรปี 65 ให้กับ PTTEP
ความเหมือนที่แตกต่างกันระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP คือเป็นกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกันและประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน โดย PTTEP เป็นผู้สำรวจและผลิตก๊าซ ขณะที่ทาง PTT เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแยกก๊าซ
แต่จุดที่แตกต่างกันคือผลประกอบการของ PTT กำลังจะได้รับผลกระทบจากการที่ภาครัฐขอความร่วมมือกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่น และโรงแยกก๊าซ ผ่านมาตรการนำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เกิดจากการกลั่นน้ำมันส่วนเกินของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศให้กับภาครัฐเพื่อนำเงินไปอุนหนุนช่วยเหลือภาคประชาชน
แต่ขณะที่ทาง PTTEP เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจต้นน้ำ ที่จะไม่มีผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวของภาครัฐ และในมุมธุรกิจของ PTTEP ยังได้รับประโยชน์จากการที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น จากแหล่งปิโตรเลียมใหม่ทั้งจากในส่วนของแหล่งเอราวัณ รวมถึงการพิ่มสัดส่วนการลงทุนในแหล่งแหล่งก๊าซยาดานาในเมียนมาร์
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) รายงานในบทวิเคราะห์ว่า PTT จะได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐทำให้กำไรลดลง 5,000 ล้านบาท ในไตรมาส 3/65 ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นPTT ได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีแผนเรียกเก็บเงิน 1 พันล้านบาทต่อเดือนเป็นเวลาสามเดือนจาก
จากโรงแยกก๊าซ (GSP) เพื่อนำส่งกองทุนน้ำมัน ซึ่งมีผลขาดทุน 9.7 หมื่นล้านบาท ณ 19 มิ.ย. 65 ทำให้ตลาดกังวลว่าจะมีการเรียกเก็บเงินอุดหนุนจาก PTT มากขึ้น
ทั้งนี้ในอดีตรัฐบาลได้ขอให้ PTT อุดหนุนราคา NGV และ LPG ส่วนที่ขายให้ผู้บริโภค ส่วนในรอบนี้เพื่อคงราคาขายปลีกก๊าซ NGV ที่ 15.59 บาทต่อกิโลกรัม และและขยายเวลาราคาเพดานสำหรับแท็กซี่ที่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม อีก 3 เดือน ถึง 15 ก.ย. การขยายเวลาจะทำให้ PTT มีผลขาดทุนมากขึ้น 2 พันล้านบาท
โดย PTT ผลิตก๊าซ LPG 3.0mt ต่อปีจาก GSPs 2/3 ขายในตลาดในประเทศใกล้ราคาทุน (กำไร 1 เหรียญสหรัฐต่อ/ตัน) อีก 1/3 เป็นวัตถุดิบสำหรับปิโตรเคมีโดยมีราคาตามสัญญา รัฐบาลมีแผนเสนอส่วนลด 100 บาทต่อเดือนและเงินสด 100 บาทต่อเดือนให้ผู้ค้าหาบเร่ประเด็นนนี้จะไม่กระทบ PTT เนื่องจากรัฐบาลจะใช้เงินจากองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุน หากนโยบายจริงเป็นไปตามข้อมูลที่กล่าวมาจะทำให้กำไร PTT ลดลง 5,000 ล้านบาท ในไตรมาส 3/65
อย่างไรก็ตาม แม้แนะนำ ซื้อ PTT แต่ความไม่แน่นอนจะกดดันราคาหุ้น PTT เป็นตัวเลือกที่ดีหากนักลงทุนมองการลงทุนระยะยาวเนื่องจากมีส่วนลด 30% จาก NAV เทียบกับเฉลี่ย 10% ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาราคาเป้าหมายของเราอ้างอิง 11.4 เท่าปี 65 โดย P/E สอดคล้องไปกับค่าเฉลี่ย P/E 7 ปี (FY12-FY19) ก่อนการระบาด ประเมินราคาเป้าหมาย 47 บาทต่อหุ้น
PTTEP นักวิเคราะห์อัพกำไรสุทธิ
ขณะที่ PTTEP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 65 ขึ้นอีก 6% เป็น 6.72 หมื่นล้านบาท
และปี 66 ขึ้นอีก 18% เป็น 6.89 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น, ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และปริมาณยอดขายเพิ่มขึ้น จึงคาดว่าราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ PTTEP ในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 2% เป็น 54.50 เหรียสหรัฐต่อบาร์เรลต่อวัน และปีหน้าจะเพิ่มขึ้น 5%
ขณะเดียวกัน ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย DCF ปี 65 เป็น 173 บาท จากเดิม 165 บาท โดยใช้ WACC ที่ 8.7% และ terminal growth ที่ 1.0% เพื่อสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไร นอกจากนี้ ยังคงคำแนะนำถือ PTTEP
เนื่องจากเราคาดว่าราคาน้ำมันดิบในครึ่งหลังปี 65 จะลดลงเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 648,000 บาร์เรลต่อวัน จาก OPEC+ ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านและเวเนซูเอล่า
ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด มองว่าเศรษฐกิจโลกที่ดูเปราะบางขึ้นจะมีน้ำหนักกระทบต่อการฟื้นตัวข้างต้น อีกทั้งในไทยเองภาครัฐก็มีแนวโน้มแทรกแซงกำไรกลุ่มโรงกลั่นทำให้เป็นปัจจัยกดดันทั้งราคาหุ้นและผลประกอบการ
เราจึงมองว่าในไตรมาส 3/65 นี้ควรเลือกลงทุนเฉพาะกลุ่มพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP ที่ได้ประโยชน์จากปริมาณ-ราคาขายเพิ่มขึ้นในปีนี้ และไม่ได้ถูกแทรกแซงเหมือนโรงกลั่น คงน้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาด” และให้เป็น Top Pick ของกลุ่มฯ
ติดตามอัพเดตความรู้ทางการเงิน-การลงทุนได้ที่
.
Facebook : Wealthy Thai
โฆษณา