มีบัญชีอยู่แล้ว?
“ธนาคารกลางญี่ปุ่น” กำลังงัดข้อกับตลาดการเงิน
ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจและตลาดการเงินของญี่ปุ่นกำลังถูกพูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องค่าเงินเยนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น
ที่ทั้งสองตลาดมีความผันผวนอย่างยิ่ง ซึ่งเบื้องหลังสำคัญเป็นผลมาจาก “การงัดข้อระหว่างธนาคารกลางญี่ปุ่นกับนักลงทุนในตลาดการเงิน”
ซึ่ง Bnomics จะสรุปให้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้
📌 ดอกเบี้ยนโยบายที่แตกต่างระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทำให้เงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่น
อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ถูกกำหนดจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดตอนนี้สำหรับญี่ปุ่น คือ “ความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”
โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างมาก (ครั้งล่าสุดขึ้นถึง 0.75%) เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ
ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคง “อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ” เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ซบเซามายาวนาน
เมื่อดอกเบี้ยของสหรัฐฯ สูงขึ้น แต่ญี่ปุ่นยังเท่าเดิม ก็ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเลือกจะดึงเงินออกจากประเทศญี่ปุ่น ไปลงทุนในสหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทน
การไหลออกของเงินทุนนี้ ทำให้ปริมาณความต้องการขายเงินเยนเพื่อไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้น
ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนอ่อนค่าไปแตะระดับ 136 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ต่ำสุดในรอบ 24 ปี!!
ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงไป ก็กำลังกดดันต้นทุนการนำเข้า และอัตราเงินเฟ้อจากราคาอาหารและพลังงาน ที่ญี่ปุ่นต้องจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งก็มีโพลของ Nikkei เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่มแรงกดดันในเรื่องนี้
โดย 64% ของคนตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาไม่สามารถทนได้กับอัตราเงินเฟ้อที่สูง
ที่เป็นผลมาจาก ราคาโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่าลง
1
และมีแค่ 29% เท่านั้น ที่ตอบว่า พวกเขาสามารถทนกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้ได้
📌 การงัดข้อในตลาดพันธบัตรรัฐบาล
ไม่เพียงแต่ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลเอง ธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังเจอปัญหากวนใจอยู่เช่นกัน
โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสำคัญที่ต้องจับตามอง คือ พันธบัตรรัฐบาลอายุไถ่ถอน 10 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งตัวอ้างอิงสำคัญของทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของญี่ปุ่น
โดยทางธนาคารกลางญี่ปุ่นพยายามจะคงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ไว้ให้ไม่เกิน 0.25% เพราะ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นตัวกำหนดต้นทุนทางการเงินของประชาชนและธุรกิจอื่นด้วย
ถ้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ธุรกิจและประชาชนก็ต้องกู้ยืมเงินด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ก็จะซ้ำเติมเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่
แต่ในด้านของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักลงทุนชาวต่างชาติ ก็เริ่มไม่เชื่อว่า ญี่ปุ่นจะฝืนคงอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษแบบนี้ไปได้ตลอด จึงเริ่มท้าทายธนาคารกลางญี่ปุ่น
เช่น ในสัปดาห์วันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นสัปดาห์ที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรญี่ปุ่นมากที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกไว้ในปี 2001
“เป็นมูลค่ากว่า 4.6 ล้านล้านเยนในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว!!!”
2
นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มทำการ Short พันธบัตรและค่าเงินของญี่ปุ่นผ่านวิธีต่างๆ หรือ แปลง่ายๆ คือ พวกเขากำลังพนันอยู่กับธนาคารกลางญี่ปุ่น
2
ถ้าสุดท้ายธนาคารกลางญี่ปุ่นสู้ไม่ไหว ต้องโดนบังคับขึ้นดอกเบี้ย พวกนักลงทุนก็จะได้เงินไป
2
ซึ่งตอนนี้ ทางธนาคารกลางญี่ปุ่นยังต่อสู้เต็มกำลัง
อย่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ที่เมื่อมีการเทขายจากนักลงทุนออกมามาก ก็กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นจนจะเลยระดับ 0.25% ที่เป็นระดับเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่น
1
สิ่งที่พวกเขาทำก็ คือ ทำการเข้าซื้อพันธบัตรเติมเต็มส่วนของส่วนที่ขายออกมา เพื่อปรับให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับเข้าไปสู่กรอบอีกครั้ง
2
แต่หลายคนก็กังวลใจว่า การเข้าไปซื้อครั้งนี้ อยู่ในระดับที่มากเกินไปหรือเปล่า
อ้างอิงจากรายงาน Nikkei ตอนนี้ ทางธนาคารกลางญี่ปุ่นถือครองพันธบัตรรัฐบาลเกินกว่า 50% แล้ว
2
หรือก็หมายความว่า “เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลญี่ปุ่น คือ ธนาคารกลางญี่ปุ่น” เอง มันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกันว่า เป็นการพิมพ์เงินออกมาให้รัฐใช้จ่ายในอัตราดอกเบี้ยต่ำเกินไปหรือเปล่า?
4
เรื่องนี้จะดำเนินต่อไปเช่นไร และจะมีจุดไหนไม่ว่าจะเป็นในปัญหาค่าเงิน เงินเฟ้อ หรือพันธบัตร ที่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่นจะตัดสินใจหยุดงัดข้อกับตลาด
หรือในทางตรงข้าม จะมีจุดไหนที่ตลาดหยุดงัดข้อกับธนาคารกลางญี่ปุ่นเสียที ต้องคอยติดตามกันต่อไปครับ
1
ผู้เขียน : ณัฐนันท์ รำเพย Economist, Bnomics
ภาพประกอบ : จินดาวรรณ อรรถมานะ Graphic Designer, Bnomics
▶️ ติดตามช่องทางของ Bnomics ได้ที่
Line OA : @Bnomics https://bit.ly/3eYkTJC
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
References :
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    สารัชถ์ รัตนาวะดี ก้าวเป็น บุคคลรวยสุดในประเทศไทยแล้ว แซงเสี่ยเจริญ และเสี่ยธนินท์ วันนี้ คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ได้แซงหน้าคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในไทยแล้วตามการจัดอันดับของ Forbes
    เงินปันผล SCM กำหนดสิทธิผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผล โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 ส.ค. 2565 และจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 5 ก.ย. 2565
    - พาชมจัดเต็มทุกมุม! “ศูนย์ฯ สิริกิติ์” โฉมใหม่ อลังการกลิ่นอายสถาปัตยกรรมไทย พร้อมเปิดกันยายน’65 - 1) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ปิดปรับปรุงไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 และกำลังจะเปิดบริการใหม่อีกครั้งวันที่ 12 กันยายน 2565 โดย บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ใช้งบลงทุนไปกว่า 15,000 ล้านบาทในการพลิกโฉมใหม่ทั้งหมด
    ชำแหละหนี้กองทุนน้ำมัน ส่อเค้าวุ่น! ชำแหละหนี้กองทุนน้ำมันส่อเค้าวุ้นหนัก หลังที่ประชุม ครม.อนุมัติวาระลับ! ให้คลังค้ำประกันการชำระหนี้ และกู้ยืมเงินอีก 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน กองทุนน้ำมันติดลบอยู่ 1.17 แสนล้านบาท โดยแต่ละเดือน กองทุนน้ำมันอุดหนุนติดลบเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 หมื่นล้านบาท หากไม่มีการเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมัน หรือยังคงอุดหนุนราคาพลังงานในระดับปัจจุบัน ช่วงปลายปี 2565 กองทุนน้ำมันจะติดลบแตะ 2 แสนล้านบาท
    ดูทั้งหมด