11 ก.ค. 2022 เวลา 04:50 • ประวัติศาสตร์
พระเครื่อง ประวัติศาสตร์มีชีวิต Ep 16 เจดีย์ยุทธหัตถี ข้อโต้แย้งที่หาลทสรุปว่าตั้งอยู่ที่ใดกันไม่ได้ซักที: พระขุนแผน พิมพ์หน้าเทวดา กรุวัดบ้านกร่าง สุพรรณบุรี
เชื่อว่าคนไทยรู้จักเจดีย์ยุทธหัตถีกันอยู่แล้ว โดยเจดีย์นี้ตั้งอยู่ที่อำเภอดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี และก็น่าจะมีอีกหลายคนที่รู้ว่ามีประเด็นโต้แย้งถึงจุดที่ควรเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีตัวจริง ซึ่งอาจจะตั้งอยู่ที่อำเภอพนมทวน กาญจนบุรีมากกว่า ถึงขนาดที่ในปี 2515 รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความถูกต้องขึ้นมา และแม้จะได้ข้อสรุปว่าเจดีย์ที่พนมทวนเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตอนปลาย ไม่ทันเหตุการณ์ แต่ก็มีข้อสงสัยมากมายว่าเจดีย์ยุทธหัตถีในปัจจุบัน อาจจะไม่ใช่เจดีย์ยุทธหัตถีตัวจริงก็เป็นได้
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปที่การสืบค้นหาเจดีย์ยุทธหัตถีเกิดจากความเชื่อและการตีความของกรมพระยาดำรงค์ราชนุภาพ ที่ตีความตามพงศาวดารฉบับพันจันทานุมาศว่าพระนเรศให้สร้างเจดีย์ครอบพระศพพระมหาอุปราช สมเด็จในกรมจึงขยายความว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างตรงพื้นที่กระทำยุทธหัตถีและเรียกว่าเป็นเจดีย์ยุทธหัตถี และเริ่มตามหาแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 5
ล่วงเข้าสมัยรัชกาลที่ 6 มีการค้นพบพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิษฐ์ ที่ชำระในสมัยพระนารายณ์ แม้จะไม่ได้กล่าวถึงเจดีย์ครอบพระศพและเจดีย์ยุทธหัตถีเลย แต่ได้บอกเล่าว่าทัพพระนเรศตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสาหร่าย สมเด็จในกรมจึงเร่งหา โดยอาศัยชื่อพื้นที่นี้ ที่แม้จะมีถึง 3 ที่ชื่อซ้ำกัน และค้นพบเจดีย์เก่าทั้งสามที่ แต่หนองสาหร่ายที่อำเภอดอนเจดีย์ พบเจดีย์เก่าฐาน 4 เหลี่ยม และทรงยืนยันเอาว่าคือเจดีย์ยุทธหัตถี จนถึงสมัยจอมพล ป พิบูลย์สงครามจึงได้สร้างเจดีย์ยุทธฟัตถีปัจจุบันครอบฐานเจดีย์เดิม
ข้อโต้แย้งยังมีต่อไปว่าเจดีย์เดิมฐานสี่เหลี่ยมนั้นเสียหายมาก จึงไม่เห็นศิลปะส่วนบน แต่ฐานสี่เหลี่ยมอาจจะเป็นเจดีย์สมัยทวารวดีหรือไม่ เพราะพื้นที่นั้นเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองของทวารวดี แม้จะดูขนาดอิฐที่เล็กกว่าสมัยทวารวดี ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ สาเหตุหลักก็เพราะความเสียหายของเจดีย์ ทำให้ระบุยุคสมัยไม่ได้
ยิ่งเมื่อไปตรวจสอบพงศาวดารฉบับอูกาล่าและฉบับหอแก้วของพม่า ได้เกิดข้อโต้แย้ง 2 ประการ คือ ของพม่าระบุว่าพระศพของมังสามเกียรติมหาอุปราชถูกนำกลับไปยังหงสาวดี จึงไม่น่าจะมีการสร้างเจดีย์ครอบพระศพ และการศึกคราวนั้นเกิดขึ้นใกล้พระนคร ห่างไปเพียง 120 เส้นหรือราวครึ่งกิโลเมตรเท่านัเน โดยพระนครน่าจะหมายถึงอยุธยามากกว่า เพราะสุพรรณได้เสียแก่พม่าสมัยพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พระมหาจักรพรรดิ์จึงให้รื้อกำแพงเมืองสุพรรณเสีย ดังนั้นถ้าจะมีเจดีย์ใดเพื่อการนี้ น่าจะถูกสร้างใกล้ๆ พระนครศรีอยุธยาจึงจะถูกต้อง
เมื่อรวมกับเอกสารต่างชาติคือบันทึกหมอแกมเฟอร์ที่เข้ามาในสมัยพระเพทราชา ให้หลังสงครามราว 80 ปี ก็ยืนยันว่าศึกที่เอาชนะพม่าครั้งใหญ่เกิดในกรุงศรีอยุธยา และได้สร้างเจดีย์ที่ระลึกชัยชนะครั้งใหญ่เอาไว้คือเจดีย์ภูเขาทอง ก็น่าคิดว่าสถานที่กระทำยุทธหัตถีสอดคล้องกับพงศาวดารพม่าทั้งหมด เป็นไปได้หรือไม่ว่าที่จริงควรเกิดยุทธหัตถีขึ้นใกล้กรุงนี้เอง และเจดีย์ที่ถ้าบอกว่าคือเจดีย์ยุทธหัตถีควรเป็นเจดีย์ภูเขาทอง
ในส่วนเจดีย์ยุทธหัตถีนั้นจะมีจริงหรือไม่ก็ยิ่งให้น่าสนใจ เพราะตามที่เล่าไปแล้วว่าสมเด็จในกรมทรงตีความจากคำว่า "เจดีย์ครอบพระศพ" ไม่ใช่เจดีย์ยุทธหัตถี ในส่วนพงศาวดารฉบับพันจันฯ จะกล่าวถึงนอกจากส่วนนี้ก็ระบุว่าพระนเรศไปกราบสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้รับคำแนะนำให้สร้างเจดีย์ฉลองชัย จึงมักตีความว่าเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคลคือองค์นั้น เพราะวัดใหญ่ฯ คือวัดป่าแก้วเดิม
แต่หากพิจารณาให้ดีพระพนรัตน์แนะนำให้สร้าง แต่ไม่ได้บอกว่าสร้างที่ใด จึงอาจจะไม่ใช่เจดีย์วัดใหญ่ฯ ก็เป็นได้ ยิ่งเจดีย์วัดใหญ่ฯ เป็นทรงระฆังสูงบนฐาน 8 เหลี่ยมศิลปะสุพรรณบุรี-สรรคบุรี นิยมในอยุธยาตอนต้นเท่านั้น เจดีย์วัดใหญ่ฯ จึงสร้างก่อนเหตุการณ์แน่ๆ ดังนั้นเจดีย์ที่ว่าเป็นการฉลองชัยจึงควรตีความว่าน่าจะเป็นเจดีย์ภูเขาทองมากกว่า ยิ่งมีฐานแบบมอญด้วยแล้วก็น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะสร้างตามคติที่ผู้ชนะมีอำนาจเหนือผู้แพ้สงคราม แบบที่พระเจ้าบุเรงนองเคยสร้างในหงสาวดี
1
แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีหลักฐานตัวใดยืนยันว่าเป็นเจดีย์ยุทธหัตถี เพราะต้องเข้าใจกันก่อนว่าเจดีย์ยุทธหัตถี ต้องเป็นเจดีย์ที่สร้างบนสถานที่กระทำยุทธหัตถีจริงๆ เพื่อระลึกถึงการกระทำยุทธหัตถีจริงๆ ไม่ใช่แค่เพื่อระลึกชัยชนะในสงครามโดยรวมตามที่กล่าวพงศาวดาร ดังนั้นข้อสันนิฐานนี้ก็ยังไม่ทำให้ประเด็นถกเถียงพบข้อสรุปได้
เหนือสิ่งอื่นใดอย่าลืมว่าสงครามกู้กรุงครั้งที่ 1 ประกอบด้วยศึกน้อยใหญ่จำนวนมาก ลำพังศึกใหญ่ก็มีถึง 4 ครั้งแล้ว ได้แก่ ศึกพระเจ้าเชียงใหม่ ศึกนันทบุเรง ศึกพระมหาอุปราชครั้งแรกที่รบกันที่สุพรรณบุรี และศึกยุทธหัตถีที่สิ้นพระมหาอุปราช ดังนั้นการจดจำของผู้คนเมื่อผ่านเหตุการณ์ไปอาจนำรวมเข้ามาเป็นหนึ่งเดียว ผสมผสานหรือเรียกว่าสับสนก็เป็นได้ และอาจจะมีเจดีย์หลายองค์ถูกสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกหรือถวายเป็นกุศลแก่ผู้สละชีพในสงครามแต่ละครั้งแต่ละส่วนแยกกัน
ดังนั้นเจดีย์ที่ได้รับการสงสัยก็อาจจะใช่และไม่ใช่เจดีย์ยุทธหัตถีได้อยู่ดี ทั้งนี้เพราะไม่มีเอกสารตัวใดที่กล่าวถึงเจดีย์ยุทธหัตถีตรงๆ เลย จึงยังควน่าสงสัยถึงความมีอยู่ของเจดีย์แห่งความภูมิใจของคนไทย
พระขุนแผนกรุบ้านกร่าง เป็นพระพิมพ์ศิลปะอยุธยา ปางประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนใหญ่เป็นปางมารวิชัย แต่มีปางสมาธิบนท่านั้งขัดสมาธิราบบ้าง จึงเชื่อว่าเป็นของสมัยอยุธยาตอนกลางลงมาแล้ว เพราะรับอิทธิพลลัทธิลังกาใหม่แล้ว
เดิมเชื่อกันว่าสร้างโดยพระนเรศเพื่อเป็นการถวายพระกุศลแก่ทหารที่เสียชีวิตในสงครามยุทธหัตถี เพราะเจอพระบางพิมพ์ศิลปะเหมือนกับที่เจอในกรุวัดใหญ่ชัยมงคล หากแต่เมื่อวัดใหญ่ฯ สร้างมาแต่ก่อนสมัยของพระองค์ก็อาจจะเป็นได้ที่พระในกรุอาจจะสร้างก่อน หรืออาจจะนำมาบรรจุในสมัยพระองค์เพิ่มเติมจริงก็ได้ จึงเกิดข้อถกเถียงเช่นเดียวกับเจดีย์
อย่างไรก็ดีการตีความใดๆ เกีายวกับประวัตอศาสตร์มักรองรับเอาตามความเขื่อส่วนบุคคล ซึ่งหากมองให้เป็นกลางน่าจะเป็นเรื่องสนุกของผู้สนใจประวัติศาสตร์ และดีกว่าเชื่อแบบใส่ความคิดของตนเป็นที่ตั้ง เพราะกรณีที่มิได้ข้อสรุปแบบนี้ ควรถือเอาเป็นแบบฝึกหัดทางความคิดมากกว่าการะเอาชนะคะคานกัน โดยทั้งหมดนี้ส่วนมดผิดพลาดไปขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ
โฆษณา