18 ก.ค. 2022 เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
อินเดีย มีตลาดซื้อขายล่วงหน้า ใหญ่สุดในโลก แซงสหรัฐอเมริกา - BillionMoney
เมื่อพูดถึงตลาดซื้อขายล่วงหน้า ชื่อที่เรามักจะคุ้นเคยกันคือ CME
หรือ ตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้าชิคาโก (Chicago Mercantile Exchange)
ซึ่งเป็นตลาดที่นักลงทุน สามารถซื้อขายสินค้าล่วงหน้าได้ ตั้งแต่สินค้าเกษตร ไปจนถึงบิตคอยน์
1
แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา CME ก็ได้เสียตำแหน่ง ตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้กับตลาดซื้อขายสินทรัพย์ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โดยตลาดแห่งนั้น มีชื่อว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติของอินเดีย (National Stock Exchange of India)
1
โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติของอินเดียนั้น เพิ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1992
หรือก็คือ หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อตั้งขึ้นถึง 17 ปี
1
เหตุผลที่รัฐบาลอินเดีย ต้องก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ขึ้นมา
ทั้งที่มีตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ ซึ่งก่อตั้งมา 100 กว่าปีอยู่แล้ว
ก็เนื่องจาก ตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ เป็นการจัดตั้งโดยเอกชน
จึงกำกับดูแลได้ยาก และเปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจ ในการปั่นราคาหุ้นด้วย
1
เพราะฉะนั้น การมีตลาดหลักทรัพย์ ที่จัดตั้งโดยรัฐบาลเอง
ก็จะทำให้ หน่วยงานของรัฐ ทำการกำกับดูแลได้ง่ายกว่า
โดยในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติของอินเดีย เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 9 ของโลก
ด้วยมูลค่าซึ่งมากถึง 124 ล้านล้านบาท ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
และยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ ที่อายุน้อยที่สุด ในบรรดาตลาดหลักทรัพย์ ที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกด้วย
1
ตลาดหลักทรัพย์แห่งนี้ ได้อนุญาตให้มีการซื้อขาย สัญญาซื้อขายสินค้าล่วงหน้า
หรือที่เรียกว่า ฟิวเจอร์ส ในปี 2000 โดยเริ่มจากฟิวเจอร์ส ของดัชนีหุ้น NIFTY 50 ของอินเดีย จากนั้นก็ตามมาด้วย ฟิวเจอร์สค่าเงิน, อัตราดอกเบี้ย และสินค้าโภคภัณฑ์
2
ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปริมาณการซื้อขาย สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในตลาดแห่งนี้
ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอด โดยจะเห็นได้จาก จำนวนสัญญาที่ทำการซื้อขายย้อนหลัง 3 ปี
ปี 2019 จำนวนสัญญาซื้อขายทั้งหมด เท่ากับ 4,705 ล้านสัญญา
ปี 2020 จำนวนสัญญาซื้อขายทั้งหมด เท่ากับ 8,850 ล้านสัญญา
ปี 2021 จำนวนสัญญาซื้อขายทั้งหมด เท่ากับ 17,255 ล้านสัญญา
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ นักลงทุนกลุ่มที่ซื้อขาย สัญญาฟิวเจอร์ส มากที่สุด
ไม่ใช่นักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนสถาบันแต่อย่างใด แต่กลับเป็นนักลงทุนรายย่อย ที่กินสัดส่วนถึง 39% ของจำนวนนักลงทุน ที่ซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์ส เมื่อปีที่ผ่านมา
2
เหตุผลเบื้องหลัง ที่ทำให้นักลงทุนของอินเดีย ชื่นชอบการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส ที่ทั้งมีความเสี่ยงสูงและดูเข้าใจยากนั้น ก็เป็นเพราะว่าชาวอินเดียนั้น คุ้นเคยกับการซื้อขายสินทรัพย์ ที่คล้ายคลึงกับฟิวเจอร์ส มาช้านานแล้ว
นั่นก็คือ “ฮาวาลา (Hawala)”
1
ซึ่งฮาวาลานั้น เป็นวิธีการโอนเงินให้แก่กัน โดยไม่ต้องมีการส่งมอบเงินโดยตรง
ที่ทำกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 หรือก็คือก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหง เกือบ 400 ปี
2
วิธีการส่งมอบเงินแบบฮาวาลา สามารถยกตัวอย่างง่าย ๆ ได้ ดังนี้
3
สมมติว่านาย A ต้องการโอนเงินจำนวน 100 บาท ให้กับนาย B
นาย A จะต้องไปแจ้งกับผู้ให้บริการฮาวาลา ในพื้นที่ของตน หลังจากนั้นผู้ให้บริการก็จะติดต่อไปยังผู้ให้บริการในพื้นที่ของนาย B ให้จ่ายเงิน 100 บาทให้กับนาย B ก่อน
2
หลังจากนั้นผู้ให้บริการในพื้นที่ของนาย A จึงค่อยตามไปเก็บเงิน จำนวน 100 บาทกับนาย A ทีหลัง เพื่อนำไปคืนให้กับผู้ให้บริการในพื้นที่ของนาย B
1
การโอนเงินให้กัน ด้วยการตกลงกันล่วงหน้าก่อน แล้วค่อยจ่ายเงินจริงตามหลัง
ก็เหมือนกับการทำสัญญาฟอร์เวิร์ด ที่เหมือนกับสัญญาฟิวเจอร์ส แต่เป็นการตกลงกันนอกตลาด ซึ่งการโอนเงินผ่านฮาวาลา ได้ถูกรัฐบาลอินเดียสั่งห้าม เพื่อป้องกันการฟอกเงิน ในปี 2000
 
และนอกจากประสบการณ์ ในการซื้อขายล่วงหน้า มาตั้งแต่โบราณแล้ว
พวกเขายังมีประสบการณ์ ในการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส ตามแบบฉบับสากล
มาตั้งแต่ปี 1875 ที่ผู้ค้าฝ้ายในสมาคมค้าฝ้ายบอมเบย์ เริ่มทำการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส ระหว่างกัน
1
จนกระทั่งรัฐบาลอินเดีย ได้กำหนดให้การซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส ผิดกฎหมาย ในปี 1952 ทำให้การซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สของอินเดีย เปลี่ยนไปเป็น การทำสัญญาฟอร์เวิร์ดแทน
1
จากประวัติศาสตร์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าชาวอินเดีย รู้จักกับการซื้อขายล่วงหน้ามานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีตลาดที่มีมาตรฐาน ให้ชาวอินเดียได้ซื้อขายกัน
2
การที่รัฐบาลอินเดีย อนุญาตให้มีการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส นี้เอง
ก็คล้ายกับการดึงตลาดซื้อขายล่วงหน้า ที่แฝงตัวอยู่ในสังคมอินเดียมานาน
ให้ขึ้นมาอยู่บนตลาดที่มีมาตรฐาน และได้รับการควบคุมดูแลจากรัฐ
1
ผนวกกับเทคโนโลยีการซื้อขาย ที่ได้รับการพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไป
ก็ได้ทำให้การซื้อขายสะดวกสบายยิ่งขึ้น
1
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่จำนวนสัญญาฟิวเจอร์ส ในตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติของอินเดีย จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนขึ้นมาแย่งตำแหน่ง ตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในที่สุด
โฆษณา