Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ใช้ชีวิตคิดแบบ “สามก๊ก”
•
ติดตาม
21 ก.ค. 2022 เวลา 04:08 • ปรัชญา
“โจโฉ มองการณ์ไกล”
รอบข้าง โจโฉ มีกุนซือ มากมาย ซุนฮก ซุนฮิว กุยแก กาเซี่ยง
แต่ก็ยังค้นหาเพิ่มอีกมากมาย แม้นกระทั้งตัว ซิซี เอง โจโฉ ก็นำตัวไปได้ และก็วางบทบาทให้ทุกๆคนได้ทำงานเพื่อเป้าหมายของความสำเร็จ
จะเห็นได้ในการศึกที่ภาคเหนือ (ศึกกั๋วต๋อ) แม้นมีทหารน้อยกว่ามาก แต่ด้วยสติปัญญาของกุนซือ ฝีมือของขุนพล และการบริหารของโจโฉเองทำให้ พิชิตภาคเหนือได้
แต่โจโฉเองก็ยังไม่ลืมวางแผนพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ การพัฒนาผู้นำยุคใหม่คือสิ่งสำคัญมาก เพราะการเป็นผู้นำ ผู้บริหารต้องมีคนรับช่วง องค์ต้องมีคนสานต่อ หากผู้นำคนปัจจุบันมองข้ามเรื่องนี้ เภทภัยอาจมาเยือนในระยะยาวได้
เมื่อโจโฉได้พบ สุมาอี้ หลักจากจบศึก”เซ็กเพ็ก” และพูดคุยกับเขาด้วยความสนใจ สุมาอี้แสดงความสามารถและวิสัยทัศน์ทางการเมืองและการทหารให้โจโฉได้เห็น ทำให้โจโฉทึ่งในตัวสุมาอี้มาก และแต่งตั้งสุมาอี่ให้เป็นราชบัณฑิต พร้อมมอบหมายงานสำคัญให้สุมาอี้ทำ . “ข้าแต่งตั้งท่านเป็นราชบัณฑิต ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนโจฉง ลูกชายคนเล็กที่ข้ารักที่สุด”
สุมาอี้ทำหน้าผิดหวังอย่างรุนแรง ถึงกับเอ่ยปากว่า “คุณชายโจฉงอายุแค่ 10 ขวบข้าจะไปสอนอะไรเขา เช่นนี้แล้วข้าขอเป็นนายอำเภอ
โจโฉจึงบอกว่า “สุมาอี้ ความปราชัยที่ผาแดงทำให้ข้าคิดแล้วคิดอีกว่า การผนึกดินแดนนั้นต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี หรืออาจสองสามชั่วคนก็ได้ "
เมื่อ โจฉงตาย สุมาอี้ก็ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับ โจผี เมื่อผู้นำองค์ดีมองการณ์ไกล องค์กรของ โจโฉ ก็สามารถสืบทอดไปได้ถึง 4 อายุคน คนในสกุลได้เป็นถึงฮองเต้
****สรุปได้ว่าโจโฉเป็นผู้วางรากฐานแก่องค์กรของตัวเองได้ยังแม่นยำ ถึงแม้นอาจจะสูญสลายไปตามละกาลเวลา แต่ก็พูดได้เต็มปากว่า โจโฉ ได้มองการณ์ไกลมาก”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย