Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
LH Bank
•
ติดตาม
21 ก.ค. 2022 เวลา 06:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Special Update 21.07.2022
Tesla ประกาศผลประกอบการ Q2 2022 มีรายได้เติบโต 42% YoY ถึงแม้จะประสบปัญหาปัญหาเรื่อง Supply Chain ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย +1.45% ในช่วง After-Hours
- บริษัทประกาศรายได้รวมแตะระดับ $1.69 หมื่นล้านดอลลาร์คิดเป็นการขยายตัว 42% YoY (แต่หดตัว -9% QoQ) รายได้จากการขายรถยนต์และ Leasing เป็นรายได้หลักของบริษัทกว่า 86%
- ในไตรมาสที่ผ่านมามีการส่งมอบรถยนต์ไปทั้งสิ้น 254,695 คัน ใกล้เคียงกับที่ผลิตได้ โดยส่วนใหญ่เป็น Model 3 และ Model Y
- ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากค่าบริการ เช่น การติดตั้งแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งในไตรมาสที่ผ่านมามีจำนวนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3,971 แห่ง (+34% YoY) และ รายได้การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาประสบกับปัญหาทางด้าน Supplychain ทำให้การผลิตและติดตั้งแผงโซลาร์เป็นไปได้ช้ากว่ากำหนด
- Tesla เผชิญกับหลายปัจจัยลบใน Q2 2022 โดยเฉพาะการ Lockdown ในจีนที่ทำให้การผลิตต้องหยุดชะงัก ประกอบกับต้นทุนของวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามสภาวะเงินเฟ้อ และ คู่แข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงสู่ระดับ 27.9% จาก Q1 2022 ที่ 32.9% ทั้งนี้บริษัทยังสามารถสร้างอัตรากำไรจากดำเนินงานได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรมที่ 14.6% และสร้างกำไรสุทธิได้สูงถึง $2.26 พันล้านดอลลาร์ (+98% YoY) หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 13%
- ค่ายรถยนต์ที่นักลงทุนรู้จักกันดีส่วนใหญ่ยังสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ในระดับที่ต่ำกว่า Tesla เช่น VW (17%), BMW (17%), Daimler (16%) และ Ford (15%)
- Tesla มีประกาศลดสัดส่วนการลงทุนใน Cryptocurrency ที่ได้เข้าซื้อในช่วงปีที่ผ่านมา ประมาณ 75% โดยให้เหตุผลเรื่องความไม่แน่นอนของสถานการณ์การ Lockdown ในจีนว่าจะมีความยืดเยื้อหรือไม่ บริษัทจึงต้องเตรียมเงินสดสำรองไว้กรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้บริษัทยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง
- แผนในอนาคตของบริษัท คือ จะเร่งพัฒนาความสามารถในการผลิตของโรงงานให้ผลิตได้จำนวนมากขึ้น และพยายามรักษาเป้าการผลิตและส่งมอบรถให้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 50% ในระยะยาว (Multi-Year Horizon) รวมถึงอาจจะมีแผนการผลิต Cybertruck ที่เคยเปิดตัวในปี 2019 ไปจนถึงหุ่นยนต์ Humanoid Robot ขณะที่โรงงานใหม่ใน Texas และ โรงงานใกล้กรุง Berlin (Berlin-Brandenburg) เริ่มทำการผลิตได้สัปดาห์ละ 1,000 คัน
- ความเสี่ยงของบริษัทคือ ผู้เล่นที่เริ่มเข้ามาในกลุ่มอุตสาหกรรม EV ที่มากขึ้น ซึ่งล่าสุดค่ายรถยนต์จากจีนไม่ว่าจะเป็น BYD, GMW, XPeng ได้มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ขณะที่ค่ายรถยนต์ที่เคยเป็นเจ้าตลาด ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นก็ได้หันมาผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น Plug-In Hybrid , Hybrid ไปจนถึง EV มากขึ้นและมีแผนจะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้ามาแทนที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน
- ปัจจุบัน Tesla มีมูลค่าตลาด (Marketcap) ประมาณ $7.69 แสนล้านดอลลาร์ ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ด้วยรายได้เฉลี่ยไตรมาสละ $1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทที่มีมูลค่าตลาดอันดับที่ 1 ของโลกอย่าง Apple มีรายได้เฉลี่ยไตรมาสละ $1 แสนล้านดอลลาร์ โดยค่า Fwd P/E ของ Tesla อยู่ประมาณ 57 เท่า เทียบกับ Apple ประมาณ 24 เท่า บ่งชี้ให้เห็นถึงนักลงทุนให้พรีเมียมกับผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla พอสมควร
- ราคาหุ้นของ Tesla ปรับตัวลดลง -38% จากต้นปี (YTD) แต่ยังให้ผลตอบแทน +13% และ +1,030% ในรอบ 1 ปี และ 5 ปีที่ผ่านมา
*กองทุนที่มีการถือครองหุ้น Tesla ใน 10 อันดับแรก
1. ONEUGG/KF-GG ผ่านกองทุน Ballie Gifford LTGG เป็นอันดับที่ 2 (6%)
2. TMB-ES-GINNO ผ่านกองทุน ARKK เป็นอันดับที่ 2 (8%)
#LHBankAdvisory
tesla
เศรษฐกิจ
cryptocurrency
1 บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
จับเทรนด์ลงทุน by LH Bank Advisory
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย