22 ก.ค. 2022 เวลา 02:50 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รู้จัก ชุมพร จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัว สูงสุดในภาคใต้
7
แม้ภาคใต้ จะมีการทำเกษตรกรรมในหลายจังหวัด เช่น ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน
แต่รู้หรือไม่ว่า “ชุมพร” เป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ ที่มีรายได้หลักมาจากภาคเกษตรกรรมมากที่สุดถึง 55% และมีขนาดของภาคเกษตรกรรมใหญ่กว่า 69,000 ล้านบาท
ในขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ มีรายได้หลักมาจากภาคบริการแทบทั้งหมด
1
แล้วทำไมชุมพรถึงกลายมาเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดในภาคใต้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
1
ชุมพร เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ที่มีลักษณะเรียวยาวและแคบ เพราะมีแนวเทือกเขาทางทิศตะวันตกขนาบข้าง โดยพื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ราบลุ่ม และที่ราบชายฝั่งทะเล
ด้วยเหตุนี้เองทำให้ชุมพรเป็นพื้นที่รับมรสุมอย่างเต็มที่ มีปริมาณฝนตกที่สูง ประกอบกับดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะสมต่อการทำเกษตรกรรม
ชุมพรมีพื้นที่เพาะปลูกได้รวมกว่า 1,600,000 ไร่
โดยมีพืชเศรษฐกิจที่โดดเด่น ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน และกาแฟสายพันธุ์โรบัสตา
3
และเมื่อไปดูสัดส่วนการปลูกพืชเศรษฐกิจเหล่านี้ในพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด พบว่า
53% ปลูกปาล์มน้ำมัน
10% ปลูกทุเรียน
1% ปลูกกาแฟโรบัสตา
3
ซึ่งพืชเศรษฐกิจหลักพวกนี้เอง ได้กลายมาเป็นพืชรายได้หลักให้กับคนชุมพรในทุก ๆ ปี
เพราะคนชุมพรกว่าครึ่งหนึ่งของจังหวัด ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร
1
โดยเราจะมาเริ่มกันที่พืชเศรษฐกิจอย่างแรกคือ “ปาล์มน้ำมัน”
แม้พื้นที่การเพาะปลูกจะลดลงเล็กน้อย แต่ปาล์มน้ำมันยังคงสร้างผลผลิตต่อไร่ได้ในระดับสูง
โดยชุมพรมีเนื้อที่การเพาะปลูกมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากสุราษฎร์ธานี และกระบี่
3
อย่างไรก็ตาม ผลผลิตขั้นต้นอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้
อีกทั้งผลผลิตกว่า 8 แสนตันต่อปี คงล้นตลาดอยู่ไม่น้อย
3
ชุมพรจึงมีโรงงานปาล์มน้ำมันถึง 19 แห่ง ซึ่งมีหลายบริษัทที่ทำธุรกิจนี้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด หรือ VPO
ประกอบธุรกิจจำหน่ายน้ำมันปาล์มและผลพลอยได้จากการผลิต
ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1,000 ล้านบาท
2
และยังมีบริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด หรือ CPI
ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มตรา “ลีลา” มีมูลค่าบริษัท 2,100 ล้านบาท
1
ด้วยผลผลิตที่ออกมานี้เอง จึงทำให้ปาล์มน้ำมันสามารถสร้างรายได้ให้กับคนชุมพรในทุก ๆ ปี ได้อย่างต่อเนื่อง
และพืชเศรษฐกิจที่โดดเด่นรองลงมาของชุมพร ก็คือ “ทุเรียน”
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นในระยะหลังของจังหวัดชุมพร เนื่องด้วยมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการในตลาดโลกมากขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศจีน ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก
1
ทำให้ชุมพรกลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจันทบุรีเท่านั้น
หากเรามาดูผลผลิตย้อนหลังไป 3 ปี พบว่า
- ปี 2562 ผลผลิตทุเรียน 277,000 ตัน
- ปี 2563 ผลผลิตทุเรียน 315,500 ตัน
- ปี 2564 ผลผลิตทุเรียน 408,830 ตัน
ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี
และหากเปรียบเทียบพื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนกับจันทบุรี
พบว่า ชุมพรมีความได้เปรียบในด้านนี้ เพราะมีการปลูกทุเรียนในพื้นที่ที่เหมาะสมถึง 55%
ในขณะที่จันทบุรี มีการปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพียง 37%
และปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสมน้อยถึง 38%
1
แต่จันทบุรี ยังคงความได้เปรียบในด้านอุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสมมากกว่าชุมพร
ซึ่งทำให้ทุเรียนของจันทบุรียังคงเป็นอันดับ 1 ของปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาด
1
นอกจากนี้ ยังมีผลผลิตทางการเกษตรอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นมากของชุมพร
แม้จะมีพื้นที่การเพาะปลูกไม่มากนัก
นั่นคือ “กาแฟโรบัสตา”
5
ชุมพรเป็นแหล่งผลิตกาแฟโรบัสตาชั้นเลิศ เพราะเป็นกาแฟที่ต้องปลูกในสภาพอากาศร้อนชื้น
อุณหภูมิอยู่ในช่วงระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส และมีปริมาณฝนที่ไม่มากจนเกินไป
3
แม้ว่าชุมพรมักพบเจอมรสุมอยู่บ่อย แต่เมื่อดูปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย
ระดับดังกล่าวอยู่ในความเหมาะสมต่อการปลูกกาแฟเป็นอย่างมาก
2
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจังหวัดนี้ กลายเป็นอันดับ 1 ของผลผลิตกาแฟอันเลื่องชื่อ
ที่ส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดกว่า 24,000 ตันต่อปี
8
และไม่ได้มีเพียงแค่ผลผลิตในขั้นต้นเท่านั้น
แต่เกษตรกรชุมพร มีการรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตกาแฟคั่วหรือผลิตภัณฑ์ที่ “สร้างมูลค่าเพิ่ม” ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น กาแฟเขาทะลุ กาแฟขี้ชะมด กาแฟถ้ำสิงห์ เป็นต้น
3
ถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าชุมพรไม่ได้มีเพียงผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังมีการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเหล่านั้นอีกด้วย
3
ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดกาแฟ ที่มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือปาล์มน้ำมัน ที่มีโรงงานแปรรูปในจังหวัดของตัวเอง
รวมถึงการขยายพื้นที่การเพาะปลูกทุเรียน เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก
ทำให้ชุมพรมีพืชเศรษฐกิจหลักที่มากขึ้น
1
อีกทั้ง ยังมีการรวมกลุ่มเกษตรกร เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านราคา เมื่อเกิดความผันผวน
นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าขั้นต้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย
1
ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว
ชุมพรมีรายได้ต่อหัวเพียง 69,000 บาทต่อปี
เป็นอันดับที่ 21 ของประเทศ และเป็นอันดับที่ 5 ของภาคใต้ เท่านั้น
แต่ปัจจุบัน ชุมพร มีรายได้ต่อหัวสูงถึง 250,823 บาทต่อปี
กลายเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับที่ 12 ของประเทศ
10
แถมยังเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในภาคใต้ แซงหน้าภูเก็ตที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจในช่วงโควิด 19 และที่น่าสนใจคือ ชุมพรมีรายได้หลักมาจากภาคเกษตรกรรมที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ อีกด้วย..
4
หนังสือ BRANDING THE NATION หนังสือที่เล่าถึงการสร้างแบรนด์ของแต่ละประเทศที่ทำให้ แต่ละประเทศเป็นแบบทุกวันนี้
3
เช่น ทำไมเยอรมนีเป็นประเทศแห่งรถยนต์ ทำไมฝรั่งเศสเป็นประเทศแห่งแบรนด์หรู สั่งซื้อเลยที่
โฆษณา