ยุคของ “Internet” ตั้งเเต่ Web 1.0 (Yahoo!, Hotmail) ทำให้ผู้คนกระจายข้อมูลผ่านตัวกลางได้ แต่ผู้ใช้ก็ทำได้แค่อ่านอย่างเดียวเท่านั้น ส่วน Web 2.0 (Youtube, FB) ที่เพิ่มระบบการทำงานร่วมกันและเพิ่มความกระจายศูนย์เข้าไปในตัวอีกระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังเก็บข้อมูลไว้บนตัวกลาง(เซิฟเวอร์)อยู่ดี ซึ่งการเปิดเซิฟเวอร์นั้นมีใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เลยแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ใช้ธรรมดาจะเป็นคนเจ้าของเซิฟเวอร์ได้
จึงนำไปสู่การใช้งานของ Third-Party servers ซึ่งข้อมูลที่อยู่บนเซิฟเวอร์นี้ สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการโฆษณาและการตลาดที่ตรงเป้าหมาย สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของเซิฟเวอร์ Web 2.0 นี้ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ Facebook, Amazon และ Google ได้เติบโตขึ้นและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แถมยังสามารถดึงข้อมูลของผู้ใช้งานมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย
ปัญหาที่เกิดขึ้นใน Web 2.0
แพลตฟอร์ม Web 2.0 จะมีระบบนิเวศในตัวเอง เช่น การใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple ก็จำเป็นต้องใช้งานสินค้าในระบบของ Apple เพราะอย่างที่เคยได้ยิน “Apple knows best” หรือว่าจะเป็นการเลือกซื้อ Xbox แทน Playstation คุณก็จะไม่สามารถเล่นกับเพื่อนที่เลือกแพลตฟอร์มอื่นได้ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีความชัดเจนมากขึ้นว่าระบบนี้ได้ล่วงล้ำข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาที่เหมือนกับการโดนดักฟัง การแพร่กระจายของข่าวปลอม และการสูญหายของข้อมูลผู้ใช้ผ่านการแฮ็ก