26 ก.ค. 2022 เวลา 12:00 • คริปโทเคอร์เรนซี
อนาคตของ Multichain
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา เริ่มด้วยการคุยกันปากต่อปาก โทรเลข จดหมาย การคุยผ่านโทรศัพท์ จนมาถึงการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่เป็นได้มากกว่ามือถือ ไม่ว่าจะพูดคุยผ่าน VDO Call ท่องเว็บไซด์ หรือแม้แต่เล่นเกมออนไลน์ร่วมกันกับเพื่อนๆ
ในอดีด
ยุคของ “Internet” ตั้งเเต่ Web 1.0 (Yahoo!, Hotmail) ทำให้ผู้คนกระจายข้อมูลผ่านตัวกลางได้ แต่ผู้ใช้ก็ทำได้แค่อ่านอย่างเดียวเท่านั้น ส่วน Web 2.0 (Youtube, FB) ที่เพิ่มระบบการทำงานร่วมกันและเพิ่มความกระจายศูนย์เข้าไปในตัวอีกระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังเก็บข้อมูลไว้บนตัวกลาง(เซิฟเวอร์)อยู่ดี ซึ่งการเปิดเซิฟเวอร์นั้นมีใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เลยแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ใช้ธรรมดาจะเป็นคนเจ้าของเซิฟเวอร์ได้
จึงนำไปสู่การใช้งานของ Third-Party servers ซึ่งข้อมูลที่อยู่บนเซิฟเวอร์นี้ สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการโฆษณาและการตลาดที่ตรงเป้าหมาย สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของเซิฟเวอร์ Web 2.0 นี้ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ Facebook, Amazon และ Google ได้เติบโตขึ้นและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แถมยังสามารถดึงข้อมูลของผู้ใช้งานมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย
ปัญหาที่เกิดขึ้นใน Web 2.0
แพลตฟอร์ม Web 2.0 จะมีระบบนิเวศในตัวเอง เช่น การใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple ก็จำเป็นต้องใช้งานสินค้าในระบบของ Apple เพราะอย่างที่เคยได้ยิน “Apple knows best” หรือว่าจะเป็นการเลือกซื้อ Xbox แทน Playstation คุณก็จะไม่สามารถเล่นกับเพื่อนที่เลือกแพลตฟอร์มอื่นได้ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีความชัดเจนมากขึ้นว่าระบบนี้ได้ล่วงล้ำข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาที่เหมือนกับการโดนดักฟัง การแพร่กระจายของข่าวปลอม และการสูญหายของข้อมูลผู้ใช้ผ่านการแฮ็ก
เทคโนโลยี Blockchain Web 3.0
การเติบโตของเทคโนโลยี Blockchain ทำให้ผู้ใช้งานแพลต์ฟอร์มเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างทางธุรกิจและสังคมไปอย่างคาดไม่ถึง
โดยเกมเมอร์ก็สามารถหาเงินได้จากการเล่นเกมแบบ Play-To-Earn ได้ ในขณะที่ศิลปินต่างๆก็สามารถเข้าถึงแฟนคลับได้ง่ายขึ้น และนักลงทุนก็สามารถเข้าถึงการใช้งานเครื่องมือทางการเงินต่างๆได้มากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่มีเฉพาะนักลงทุนชั้นนำเท่านั้นที่จะได้ใช้งานเครื่องมือเหล่านั้น รวมไปถึงชุมชนก็สามารถเริ่มต้นระดมทุนจากไอเดียโปรเจคตัวเองโดยไม่ต้องพึงตัวกลางใดๆ ซึ่งถ้าเป็นในอดีตไอเดียเจ๋งๆเหล่านี้ อาจจะถูกละเลยหรือปล่อยทิ้งไปเลยก็ได้
ถึงแม้ Web 3.0 จะทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ และโครงสร้างพื้นฐานของระบบแตกต่างไปจาก Web 2.0 แต่อย่างไรก็ตามการใช้งานเหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัดของผู้ใช้ที่ต้องแบ่งเเยกกันไปตาม Network Chain ที่แตกต่างกัน และด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ต่างจากการที่ Web 2.0 แบ่งผู้ใช้ฝ่าย Console ของบริษัทคู่แข่งออกจากกัน
Cross-chain interoperability หรือ ระบบการทำงานข้ามเครือข่าย
ด้วยการยอมรับระบบการทำงานแบบข้ามเครือข่ายนี้ จะทำให้ปัญหา Network Chain ที่ต่างกันหมดไป
การมีอยู่ของระบบ Single Chain (เครื่อข่ายเดียว) นั้นเป็นการมุ่งสร้างชุมชนในภาพเล็ก เหมือนกับการเพิ่มส่วนแบ่งพิซซ่า แต่การยอมรับในระบบ Multichain (การทำงานหลายเครือข่าย) เปรียบเสมือนการเพิ่มขนาดของ “พิซซ่าทั้งชิ้น” ให้กับระบบนิเวศ และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้ใช้งานได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ใช้จะมีอิสระในการใช้งานของตัวเองอย่างสมบูรณ์ตามความต้องการอย่างไม่มีขีดจำกัด
ด้วย Web 3.0 จะทำให้ข้อจำกัดต่างๆใน Web 2.0 หมดไป และนี่เป็นสิ่งที่ GuildFi มุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นที่การส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับเกมเมอร์รวมไปถึงผู้ใช้ประเภทอื่นๆ เนื่องจากเรามีโอกาสในการสร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคน และพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกัน
โฆษณา