29 ก.ค. 2022 เวลา 04:33 • สุขภาพ
ยาที่ใช้ในโรคหลอดเลือดสมองแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Antiplatelets) ซึ่งในที่นี้จะขอเน้นยาที่อยู่ในรูปแบบยารับประทาน ได้แก่
▶️Aspirin ( แอสไพริน )
อาการข้างเคียง :
1.ตัวยาอาจระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้องหรืออาเจียนหลังรับประทาน บางรายอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารเพราะ ฉะนั้นไม่ควรรับประทานยาในขณะท้องว่าง ควรรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือหลังดื่มนม และควรดื่มน้ำตามมาก ๆ ภายหลังรับประทานยา
2.ยานี้อาจทำให้เลือดออกง่าย เนื่องจากทำให้การเกาะตัวของเกล็ดเลือด (Platelets Aggregation) ลดลง จึงควรระวังในผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีเลือดออก เช่น ไข้เลือดออก โรคเลือดต่าง ๆ
ข้อควรระวัง :
1. ในผู้ที่มีอาการแพ้ยานี้ โดยอาจมีผื่นคันหรือลมพิษขึ้น ถ้าแพ้มาก ๆ อาจมีหอบหืดหรือชัก ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวให้หยุดยาทันที แล้วให้รีบมาพบแพทย์ และไม่ควรรับประทานยานี้อีกอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้อีก
2.ถ้าใช้ขนาดมากเกินไปจะเป็นพิษ ทำให้มีอาการมึนงง ใจสั่น หูอื้อ หากเป็นรุนแรงอาจชัก ซึมจนถึงไม่รู้สึกตัว ดังนั้น จึงควรรับประทานยาให้ถูกต้องตามที่แพทย์สั่งและเก็บยาไว้ให้มิดชิด พ้นจากมือเด็ก
3. ไม่ควรใช้ยาในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ หรืออีสุกอีใส เพราะอาจทำให้เกิดโรคเรย์ซินโดรม (Reye's Syndrome)ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้
4.ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เพราะอาจทำให้ตกเลือดได้ง่าย และอาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับทารกได้
⏩Clopidogrel ( โคลพิโดเกรล )
1) ใช้กับผู้ที่ไม่สามารถใช้​แอสไพรินได้ เฉพาะกรณีที่ใช้เป็น secondary prevention
2) ให้ร่วมกับ aspirin หลังการใส่ขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือด (stent) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
3) ใช้ในกรณี ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่ได้รับแอสไพริน​แล้วยังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome-ACS) หรือ recurrent thrombotic events
4) ในกรณีที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นภาวะหัวใจ ขาดเลือดเฉียบพลัน ชนิดที่ไม่พบ ST segment elevation (non-ST elevated acute coronary syndrome) ให้ใช้ clopidogrel ร่วมกับ aspirin เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
ผลข้างเคียงจากยา :
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสามารถทนต่ออาการข้างเคียงของยาได้ดี โดยอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อย ก็เช่นเดียวกับยาต้านเกล็ดเลือดอื่น ๆคือการมีเลือดออกผิดปกติ และอาจพบอาการท้องเสีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง แผลในทางเดินอาหาร และกลุ่มอาการอาหารไม่ย่อย
ข้อควรระวัง :
ผู้ป่วยที่แพ้ยานี้ ผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพของภาวะตกเลือดที่กำลังดำเนินอยู่ เช่น ภาวะเลือดออกในสมอง
หมายเหตุ: ต้องระมัดระวังว่าการให้ยา clopidogrel ร่วมกับ aspirin อาจทำให้เกิดเลือดออกมากกว่าการใช้​ aspirin หรือ​clopidogrel เพียงชนิดเดียว
⏭️Ticlopidine (ทิโคลพิดีน)
ใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้​ clopidogrel ได้
ยกเว้นกรณี​หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation)
ข้อควรระวัง: อาจทำให้เกิดภาวะที่มีจำานวนเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil ต่ำลง (neutropenia)​ การสั่งใช้ต้องติดตามระดับเม็ดเลือดขาวทุก 2 สัปดาห์ติดต่อกันใน 3 เดือนแรก จากนั้นควรติดตามเป็นระยะร่วมกับการตรวจการทำงานของตับ
หมายเหตุ: ต้องระมัดระวังว่าการให้ยา Ticlopidine ร่วมกับ aspirin อาจทำให้เกิดเลือดออกมากกว่าการใช้​ aspirin หรือ​clopidogrel เพียงชนิดเดียว
.
2. ยาต้านการเกิดลิ่มเลือด (Anticoagulants) ในที่นี้จะขอเน้นเฉพาะยาที่อยู่ในรูปแบบยารับประทาน ได้แก่
⏭️Warfarin ( วาฟาริน )
ผลข้างเคียงจากยา :
อาการข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ภาวะเลือดออก (bleeding) ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการหยุดยาหรือการลดขนาดยาลง หากมีอาการเลือดออกที่ไม่รุนแรง
ข้อควรระวัง :
ยานี้ห้ามใช้ในระหว่างตั้งครรภ์
.
.
💢
เนื้อหา
🤔 สามารถสั่งจ่ายยา ASPIRIN คู่กับยา clopidogrel ได้หรือไม่ ยาทั้งสองแตกต่างกันอย่างไร
📚อ่านเพิ่มเติม
P2Y12 receptor inhibitors สำหรับการป้องกัน atherothrombosis ในผู้ป่วย acute coronary syndromes
POSTED 2022.07.29
โฆษณา