มีบัญชีอยู่แล้ว?
ยังไม่พ้นดงหนาม !!!!
เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ตลาดปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งแรกของปี
Nasdaq +12.4%
S&P500 +9.1%
Dow Jones +6.7%
ส่วนหนึ่งมาจาก
- ฐานการปรับตัวที่ตกลงมามาก ในช่วงครึ่งแรกของปี
- เงินเฟ้อเริ่มปรับตัวดีขึ้นและน่าจะ Peak ในช่วงครึ่งหลังของปี
- ตลาดมองว่าเฟดน่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยไปมาก โดยจาก Implied overnight rate ตลาดมองว่า Fed Funds จะขึ้นไปที่ประมาณ 3.273% และจะปรับลดลงมาในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งลดลงจากที่เคยมองไว้สูงสุดที่ 3.375% ก่อนเฟดจะประชุมครั้งที่แล้ว
ทั้งนี้ ภาษาของเฟดที่เปลี่ยนไป จาก "เศรษฐกิจคึกคักอย่างยิ่ง" มาเป็น "เศรษฐกิจเริ่มอ่อนตัวลง" ยิ่งช่วยย้ำให้ตลาดมั่นใจว่าเฟดน่าจะเริ่มผ่อนมือ ลดสูตรยาลงได้บ้าง และเริ่มคิดว่า "The worst is behind us" ซึ่งทำให้หลายคนหวนเข้าตลาดอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม
ในวิกฤตรอบนี้ ปัญหาจะมาเป็นระลอก ระลอก ระลอก ยังมีหลุ่มมีบ่อรออยู่อีกพอสมควร
แม้ความท้าทายในช่วงแรก การเร่ง Exit ออกจากตลาด ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2021 ได้ผ่านไปมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมี
(1) ความท้าทายระลอกที่สอง "ดอกเบี้ยขาขึ้น" ที่เพิ่งเริ่มต้น
ตลาดยังคงต้องรับข่าวอีกพอสมควร ว่า "เฟดยังไม่จบง่าย"
ดอกเบี้ยที่คิดว่าน่าจะพอที่ประมาณ 3.3-3.4% จริงๆ แล้วยังไม่สามารถที่จะจัดการกับเงินเฟ้อได้
โดยท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง เงินเฟ้อจะยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมลงมาที่เป้าหมาย 2%
เฟดจึงต้องขึ้นดอกเบี้ย ใส่ยา เพิ่มลงไปเรื่อยๆ
สุดท้ายเกินกว่าที่ตลาดคาดไว้ไปมาก จากที่เคยคิดไว้ว่า 3.3-3.4% ก็น่าจะเพียงพอ แต่สุดท้ายแล้ว อาจจะต้องขึ้นไปมากกว่า 4.5-5.0% จึงจะเอาเงินเฟ้ออยู่
ตลาดจึงยังมี Surprise จากเฟดรออยู่ ที่ตลาดยังจะต้องปรับตัว
(2) ความท้าทายระลอกที่สาม เศรษฐกิจถดถอย หรือ Recession ที่เพิ่งเริ่มเช่นกัน
โดยมีสัญญาณประปรายว่า เศรษฐกิจสหรัฐบางส่วนเริ่มอ่อนตัวลง
การใช้จ่าย การลงทุน การผลิต รวมถึงตลาดอสังหาสหรัฐที่เริ่มปักหัวลง
แม้ยังมีอีกหลายส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ยังคงแข็งแรงอยู่ โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ภาคส่งออก
แต่เมื่อครั้นเฟดขึ้นดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ เพื่อเอาเงินเฟ้อที่สูงลิ่วมากกว่า 9% ลงมาที่เป้าหมาย 2%
จุดที่เศรษฐกิจอ่อนแอ จะเริ่มกระจายวงกว้าง
จากภาคการใช้จ่าย ภาคการผลิต ภาคอสังหาสหรัฐ เริ่มส่งผลต่อคนที่เกี่ยวข้องตลอด Supply chain
โดยเฉพาะเมื่อ Global Recessions มาถึง Earning ของบริษัทต่างๆ ก็จะถูกกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญ
ตลาดก็จะต้องเริ่มตัวอีกครั้ง
(3) ส่วน Emerging Markets ยังมีความท้าทายระลอกที่สี่รออยู่
ดอกเบี้ยสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็ง จะส่งผลต่อประเทศที่กู้มามาก
ทำให้หลายประเทศ ประสบปัญหาในการชำระหนี้และดอก
เช่นตอนนี้ ศรีลังกา ปากีสถาน บังคลาเทศ อียิปต์ แซมเบีย มาลี และอีกหลายประเทศ กำลังเข้าคิวคุยกับคุณหมอใหญ่ IMF เพื่อขอความช่วยเหลือทางการเงินและขอคำแนะนำในการปรับปรุงเศรษฐกิจ ให้พ้นจากวิกฤต
แต่ถ้าเศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง ดอกเบี้ยสหรัฐเพิ่มขึ้น จำนวนประเทศที่ต้องเข้ารับการช่วยเหลือ ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
ท้ายสุด จะทำให้ Asset Class ที่เป็นส่วนของ Emerging Markets โดยรวมได้รับแรงกดดันไปอีกช่วง
หมายความว่า ไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของ Emerging Markets ก็จะต้องฟันฝ่าความท้าทายนี้เช่นกัน
ทั้งหมดนี้ จึงหมายความว่า เรายังไม่พ้นดงหนาม ยังมีหลุ่มบ่อรออยู่ข้างหน้า ก่อนที่ทางจะสะดวก
แม้จะดีในช่วงนี้ ก็ยังตายใจไม่ได้
ยังต้องลงทุนด้วยความระมัดระวังไปอีกระยะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน
#ท่องเศรษฐกิจกับดรกอบ
#APEC2022COMMUNICATIONPARTNER
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ยุโรปกำลังระแวงชาวรัสเซียที่หนีการเกณฑ์ทหารข้ามเข้ามา อาจเป็น"โทรจัน ม้าไม้แห่งเมืองทรอย"
      โอกาสในการลงทุน “ทองคำ” มาถึงแล้ว แม้ว่าสถานการณ์ทองคำในช่วงนี้จะไม่เป็นใจมากนัก แต่หากใครจะหาราคาทองคำที่ดีแบบนี้ก็คงหาไม่ได้ง่าย ๆ เช่นกัน
      สรุปวิธีเลือกทำเลร้าน ให้คนแน่นตลอด ของ สุกี้ตี๋น้อย
      ทุนสำรองแบงก์ชาติดิ่งหนัก สัปดาห์เดียววูบเฉียด 7 พันล้านดอลลาร์ พิษสกุลเงินทั่วโลกอ่อนค่ารุนแรง สถานการณ์การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ที่พุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปี กดดันให้สกุลเงินต่างๆ ทั่วโลกอ่อนค่าลงรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่ลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดเพียงแค่สัปดาห์เดียว เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงไปเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์
      ดูทั้งหมด