11 ส.ค. 2022 เวลา 16:32 • ดนตรี เพลง
[รีวิวอัลบั้ม] RENAISSANCE - Beyoncé
ขุดรากเหง้ามาดิ้น
[รีวิวอัลบั้ม] RENAISSANCE - Beyoncé
-การกลับมาในรอบ 6 ปีของ Beyoncé Giselle Knowles-Carter รอบนี้เป็นการพยายามบาลานซ์ตัวตนป็อปยุคแรกๆกับความโซลขรึมยุคเปลี่ยนผ่าน Self-Titled ได้อย่างแนบเนียนอย่างไม่น่าเชื่อ ต่อให้มีโปรดิวซ์เซอร์เกือบ 20 กว่าชีวิตก็ไม่ทำให้ 16 แทร็ครู้สึกกระจัดกระจายโหลงเหลงแต่อย่างใด นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเจ๊บีเนี่ยโคตรให้ความสำคัญกับการจัดเรียงชุดความคิดแบบอัลบั้มอย่างเป็นรูปธรรมในช่วง 2 อัลบั้มที่ผ่านมา ซึ่งอัลบั้มเหล่านั้นมันจะมีแก่นบางอย่างที่จับต้องได้เสมอ
-Self-Titled เล่นแก่นของ “ความเป็นตัวของตัวเอง” อย่างจริงจัง ในขณะที่ Lemonade เล่นแก่นของ “การโดนนอกใจ” ที่ดูเหมือนประเด็นน้ำเน่าละครหลังข่าว แต่หนักแน่นและสตรองทางความรู้สึกเสียจนคล้อยตามได้เป็นลำดับความ ผมไม่เถียงเลยว่านี่คืออัลบั้มขึ้นหิ้งในใจของใครหลายหลายคน
-แต่สำหรับ RENAISSANCE ผมขอให้นิยามแก่นของอัลบั้มนี้ไว้ว่า “Dance Floor” ซึ่งเป็นฟลอร์เต้นรำที่ลืมโลกแบบสุดๆไปเลยฮะ เป็นการสร้างพื้นที่แห่งการหลีกหนีโลกแห่งความเป็นจริงที่อยากให้ทุกคนละทิ้งความคิดมากทางภาระใน everyday life ไปก่อน แล้วมาปลดปล่อย 1 ชั่วโมงเต็มๆในแบบที่ไม่มีความกังวลมาสะกิด ซึ่งเจ๊แกก็ตรงไปตรงมาใน nature ระดับนึง บอกให้รู้ว่าคุณจะต้องเจอกับปาร์ตี้ไม่ใช่ครุ่นคิดประเด็นสังคมที่ผ่านมาแน่ ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่เจ๊เคยโพสต์ลง IG ตามนี้ครับ
“การสร้างสรรค์อัลบั้มนี้ทำให้ฉันมีที่สำหรับได้ฝันและปลีกตัวจากช่วงเวลาที่น่ากลัวสำหรับโลกใบนี้ มันทำให้ฉันมีอิสระและได้ผจญภัยในขณะที่ทุกอย่างผ่านไปอย่างช้าๆ ความตั้งใจของฉันคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ที่ๆไม่มีการตัดสิน ที่ๆไม่ต้องสมบูรณ์แบบหรือต้องคิดเยอะ พื้นที่ที่จะได้กรีดร้อง ได้ปลดปล่อย รู้สึกเป็นอิสระ มันเป็นการเดินทางสำรวจที่สวยงาม ฉันหวังว่าคุณจะสนุกไปกับอัลบั้มนี้ หวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณออกมาโยกย้าย รู้สึกพิเศษ แข็งแกร่ง และเซ็กซี่ในแบบที่คุณเป็น”
-ด้วยความที่เจ๊บีทรงอิทธิพลต่อวงการเพลง ความได้เปรียบในการรวบรวมบุคลากรโปรดิวซ์เซอร์ การกวาดทุก sub-genre ของเพลงแดนซ์ทั้งกลุ่มคนขาวคนดำ รวมไปถึงแซมเปิ้ลเพลงเก่าๆอันเป็นรากสำคัญในการแปลงเพลงแดนซ์ที่ขับเคลื่อนด้วยบีทแต่ละแขนงทั่วๆไป เพิ่มเติมด้วยการ tribute ถึงรากเหง้าของศิลปินยุคบุกเบิก อาจจะเป็นการ represent ความงดงามของมรดก black culture ที่บันเทิงเริงรมย์จนทำให้เธอไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
-เปิดอัลบั้มด้วย I’M THAT GIRL บีท reggaeton อึมครึม แอบแฝงด้วยอารมณ์เฉิดฉายของซุปตาร์สาวที่ตื่นขึ้นมาก็อยู่บนกองเพชรพลอย เสื้อผ้าสุดหรู และตื่นตาตื่นใจไปกับบีทเพลงของตัวเอง เป็นการส่งสัญญาณบอกให้พร้อมในการไหลตามไปความสนุกโดยที่ไม่ต้องพึ่งยาอะไรเลย พร้อมทั้ง swag ความเรียบหรูตั้งแต่หัวจรดเท้า ยันไปจนถึงรูปศิลปะ Basquiats บนกำแพง
-นอกจากวลี Please, motherfuckers ain't stoppin' me ในแซมเปิ้ล Still Pimpin ของ Tommy Wright III ที่คอยเป็น earworm ให้เราเริ่มจะดิ้นไม่หยุดแล้ว การ switch beat ไปสู่โทนฮิปฮอปก็โคตรตื่นตา จุดเครื่องติดตั้งแต่แรกฟังเลย transition ไปสู่เพลง COZY ได้อย่างแนบเนียน ด้วยบีทชวนโยกได้ที่ ปลุกใจให้ทุกคนภูมิใจกับสีผิวตัวเอง
-ใน verse 2 ที่เป็นการป้ายสีต่างๆนั้น มีสาวกของเธอแกะสาสน์ได้ว่า เธอต้องการจะสื่อถึงธง Progress Pride Flag ที่ออกแบบโดย Daniel Quasar ที่ไม่ได้มีแค่สีรุ้งอย่างเดียว ยังแต่งแต้มสีอื่นที่เป็นตัวแทนของคนที่เป็น HIV อีกด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับเจตจำนงที่เจ๊ต้องการ tribute ให้ Johnny ลุงของเธอที่เป็นเกย์และเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์เช่นกัน เป็นการตีความที่สมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย น่าจะไม่ยกสีทั้งหลายมาใส่ในเนื้อเพลงพร่ำเพรื่อแน่ๆ
Black like love too deep
Dance to the soles of my feet
Green eyes envy me
Paint the world pussy pink
Blue like the soul I crowned
Purple drank and couture gowns
Gold fangs a shade God made
Blue, black, white, and brown
Paint the town red like cinnamon
Yellow diamonds, limoncello glisterin'
Rainbow gelato in the streets
Renaissance, yachtin' in Capri
COZY - Beyoncé
-ALIEN SUPERSTAR เพลงที่มีแนวโน้มตัดเป็นซิงเกิ้ลถัดไป เป็นการเปรียบเปรยสัตว์ประหลาดในกาแลกซี่เป็นตัวแทนแห่งความแปลกที่พิเศษกว่าคนอื่นในแบบที่มีเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีใครเหมือนได้ นอกจากจะได้ฉายามาประดับยศตัวเจ๊ได้แล้ว เจ๊ยังส่งมอบพลังของการประเมินความต่าง ความ unique ในแบบของตัวเองอย่างเชิดหน้าชูตา
-การแซมเปิ้ลด้วย Moonraker เพลง interlude ของ Foremost Poets เสียงคีย์ต่ำของเจ๊แม่งช่างปลุกความเป็นเทยในตัวคุณจังวะ มันเป็นสำเนียงพิเศษที่ผมก็พยายามหาคำตอบเหมือนกันว่าทำไมมันถึงสะกิดต่อมจริตได้มากขนาดนี้ ที่แน่ๆเทคโนบีทสุดกระเซ่าแม่งล้ำใช้ได้เลยฮะ โดยที่ไม่ต้องบิดคีย์อิเล็กทรอนิกส์พุ่งปรี๊ดแต่อย่างใด อาศัยการเคาะบีทแบบไต่ระดับแทน
-เข้าสู่โทนสว่างเบิกบาน CUFF IT มาในสไตล์ Dance Pop ที่แฟนเพลงยุคแรกต่างคุ้นเคย แต่เพิ่มเติมด้วยท่วงทำนองทรัมเป็ตเพิ่มความครื้นเครงกันอย่างแช่มชื่น แล้ว transition ต่อด้วย ENERGY อย่างแนบเนียน ที่ได้ BEAM มาสร้างสีสันเรียกแขกได้เป็นอย่างดี
-ถึงแม้ว่าบริบทของเพลงจะมาคนละแนวจากเพลงก่อน แต่รับไม้ต่อจากเพลงก่อนอย่างลงล็อค(อีกแล้ว) ซึ่งเราก็ได้เห็นการรัวลิ้นทำเสียงปืนจากเจ๊ด้วย ต่อให้เป็นเพลงขนาดสั้น แต่โคตรส่งต่อพลังงานให้แทร็คถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแทร็คนั้นก็คือซิงเกิ้ลแรกที่ทุกคนยังเฉยๆในตอนแรกอย่าง BREAK MY SOUL
-ไม่น่าเชื่อว่าพอ BREAK MY SOUL มารวมในอัลบั้มนี้ปุ๊บ ดันทำให้น่าฟังขึ้นเป็นกอง ถึงเพลงนี้จะไม่ได้อยู่ในลำดับกึ่งกลางอัลบั้มเลยด้วยซ้ำ แต่ได้ทำหน้าที่เป็น centerpiece ในอัลบั้มนี้ไปแล้วเรียบร้อย สาส์นของเพลงนี้ก็ตั้งใจบอกสิ่งที่ Act i ต้องการจะเป็นด้วย
-ปลุกเร้าความสตรองของจิตวิญญาณและอุดมการณ์ที่พร้อมปลดแอกจาก everyday job เพื่อทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง แซมเปิ้ลของเจ๊ใหญ่ Big Freedia กลายเป็นส่วนผสมที่โคตรปลุกเร้า ผสมปนเปกับแซมเปิ้ล Show Me Love ของ Robin S. ที่พรั่งพรู disco ballroom ได้อย่างสะดีดสะดิ้ง
-นี่ก็แสดงให้เห็นถึงการวางแผนในการสร้าง perception ให้คนฟังได้เก่งมาก ถ้าไม่มั่นใจก็คงไม่ปล่อยออกมา ชอบมากกับความโป๊ะเชะที่แต่ก่อนเราดันเฉยๆกับ lead single ที่ปล่อยออกมา แต่ไอ้ lead single นี้แหละเสือกเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในอัลบั้ม ถ้าซิงเกิ้ลไหนไม่ดีจริง คงไม่สามารถ represent อะไรได้ซักอย่างจริงๆ
-ต่อด้วยการโชว์สกิลแร็ปสลับร้องแบบสนุกปากในเพลง CHURCH GIRL ที่ฟิวชั่นความเป็น Southern Hip-Hop และกอสเปลเข้าด้วยกัน อันเป็นซิกเนเจอร์หลักที่คุ้นเคยกันดีจาก No I.D. สมัยที่แกไปโปรดิวซ์ให้ผัวเจ๊บีใน session 4:44 จังหวะนิ้งหน่องเพลงนี้โคตรโดดเด่นเลย
-แดนซ์เนื้อเต้นต่อเนื่องกันมาแล้วตัดเบรคด้วย PLASTIC OFF THE SOFA ที่คลุ้งความเป็น Lo-Fi ตามแบบฉบับของสาว Syd ที่มาทำหน้าที่เป็นหนึ่ง PD และคอรัสร่วมในเพลงนี้ด้วย อารมณ์จู๋จี๋สามีด้วยท่าทีอยากจะนวดปรนเปรอมากกว่าที่จะมาเข้าจังหวะกันเหมือนในเพลงต่อไป VIRGO’S GROOVE ที่ขอเล้าโลมอย่างไม่มีรีรอ ด้วยความที่พวกเขาไม่มีเวลาเหมือนแต่ก่อนแล้ว มาในสไตล์ดิสโก้สุดระยิบระยับ ไร้ซึ่งการแซมเปิ้ล ออริจินัลของจริง
-MOVE เปลี่ยนตีมแดนซ์ฟลอร์ให้เป็นตีมป่า african-style คลุกฝุ่นด้วยท่วงทำนอง afrobeat การคำรามอันกระตุกจิตกระชากใจเป็นการตบเท้าปลุกผู้ฟังให้ตื่นจากการได้เห็นภวังค์การจู๋จี๋ของเจ้าของเพลงในช่วงสองแทร็คก่อนหน้า ได้ Grace Jones และ Tems มาฟีทกวักมือเรียกสาวๆที่มัวแต่หลบอยู่มุมหลังห้องให้ออกมาโยกย้ายกันเสียหน่อย
-แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ที่ Tems น่าจะได้ซีนโชว์สำเนียงไนจีเรียมากกว่านี้ เอฟเฟ็คกลบความเป็น native ของเธอไปเลย โผล่มาประหนึ่ง cameo มีฟีทเจอร์ก็เหมือนไม่มีแหะ HEATED เปิดโหมด afrobeat อย่างต่อเนื่อง แต่เพิ่มเติมด้วยความร้อนระอุของเนื้อเสียง low-tone การคลอแร็ปที่ใส่เอฟเฟ็คเป็นจุดสร้างสีสันไม่ให้มิติเพลงแบนราบจนเกินไป
-มาถึงช่วงสามแทร็คต่อไปนี้ เริ่มเปิดโหมด night vibe ขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ THIQUE เป็นการเคลมเอวระเบิดและฐานะความมั่งคั่งด้วยเสียงร้องโทนต่ำสุดขมึงทึง ราวกับเจ๊บีจ้องหน้าผู้ฟังตลอดเวลา เทคโนบีทอันแตกพร่าเป็นช่วงๆเป็นการไม่รบกวนการโชว์ความมั่นของเธอ
-ALL UP IN YOUR MIND สะกดสะกิดใจด้วย hyperpop ตามแบบฉบับของ A. G. Cook ที่เราต่างคุ้นเคยกันดีจากเพลงของ Charli XCX พอมาอยู่ในมือของเจ๊บีก็เป็นอะไรที่เข้าทีเหมือนกัน นอกจากสะกดจิตแล้ว เจ๊บีตั้งตนเป็นแป้ง(โคเคน) ทำเอาอเมริกาปั่นป่วนไปกับเพลงของเธอในเพลง AMERICA HAS A PROBLEM ที่ตัวเพลงโฉบเฉี่ยวหวือหวาเป็นพิเศษ
-PURE/HONEY เพลงที่จงใจแบ่งเป็นสองพาร์ท แต่ทำยังไงดันไม่แตกสองพาร์ท (งงอ่ะดิ) มันกลมกลืนเลยด้วยซ้ำ แต่ก็สัมผัสถึงอารมณ์ความขรึมปนๆกับดิสโก้หวานๆตัดสลับกันได้ประมาณนึง ปิดท้ายด้วย SUMMER RENAISSANCE เป็นการเฉลิมฉลองเชิง tribute ถึงมรดกของสุ้มเสียงที่บรรพบุรุษคนผิวสีได้ทิ้งไว้
-ให้อารมณ์ดิสโก้แบบเดียวกับ BREAK MY SOUL แต่เป็นเวอร์ชั่นโทนสว่างราวกับผ่านช่วงการแดนซ์ยามราตรีอันแสนยาวนาน โผล่มาอีกทีก็ฟ้าสางเลย จริงๆแล้ว SUMMER ไม่ได้หมายถึงฤดูร้อนที่กำลังเฉิดฉายเพียงอย่างเดียว ยังเป็นการ tribute ให้กับตำนานดิสโก้ผู้ล่วงลับ Donna Summer ที่เจ้าตัวเอาเพลง I Feel Love มาแซมเปิ้ลในเพลงนี้อีกด้วย เป็นการปิดท้ายที่ไม่เน้นความอลังการ แต่เน้นความไม่ลืมรากเหง้านั่นเอง
พื้นที่ตรงนี้สามารถ Tie-In โฆษณาได้ สินค้า บริการ ครีมได้หมด (ยกเว้นของผิดกฏหมาย)
สนใจโฆษณาลงบนโพสต์ของเพจที่มีผู้ติดตามมากกว่า 16,000 คน
ติดต่อได้ที่ inbox เพจ และอีเมล์ 💌 iamistyle.4real@gmail.com
-ตั้งแต่ยุคเปลี่ยนผ่าน Self-Titled ผมสังเกตได้อย่างนึงคือ เจ๊บีแกเริ่มคายความ original ในแบบฉบับของตัวเองเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ การกลับมาป็อปแดนซ์แบบ RENAISSANCE จึงไม่ใช่ป็อปแดนซ์ที่เราเห็นในยุคแรกๆแล้ว ห่างไกลจากความเป็นป็อปธรรมดาสามัญมาเป็นป็อปยกระดับชั้นสูงขึ้นมาอีกครา ต้องขอชมว่ามีคลาสขึ้นเนี่ยแหละ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมถูกโฉลกกับความออริจินัลแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้มากๆ
-ถ้าเจ๊เลือกที่จะ repeat ความป็อปแบบ Crazy In Love, Love On Top หรือ Single Ladies ก็คงจะวกวนเป็นแน่นแท้ ผิดกับยุคหลังเปลี่ยนผ่านที่เจ๊แกสามารถเลือกที่จะบิดพริ้วสไตล์ความอนุรักษ์นิยมแบบคนดำ ความโมเดิร์นแบบคนขาวตามใจชอบได้แล้ว
-RENAISSANCE จึงเป็นความสนุกที่แบ่งห้องเต้นรำได้วาไรตี้จริงเชียวตั้งแต่ disco, afrobeat, reggaeton, hiphop ไปจนถึง hyperpop อันเป็นทางเลือกที่ไม่วกอยู่กับฟอร์มเพลงแดนซ์คนดำแบบเดิมๆ นอกจากการให้ความสำคัญกับแก่นความเป็น “แดนซ์ฟลอร์” ที่ตรงจุดแล้ว สิ่งสำคัญที่อัลบั้มจำนวนแทร็คเยอะๆที่คนปล่อยของมักจะมองข้ามนั่นก็คือ ความต่อเนื่อง การ transition ที่ส่งต่อแทร็คถัดไปได้อย่างแนบเนียนเป็นกลเม็ดที่ดีในการให้คนฟังคล้อยตามที่จะลุยต่อได้
-ผมโคตรชอบการ transition ในอัลบั้มนี้มากมาย เหมือนจูงใจผมได้อยู่หมัดอ่ะครับ สิ่งที่ทำให้คนเอ็นจอยกับอัลบั้มมันต้องให้ความสำคัญในจุดนี้อ่ะครับ มองอีกด้านนึงเนี่ย…. ไอ้ความต่อเนื่องนี้ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเพลงที่โดนตัดซิงเกิ้ลต่อๆไป เวลาฟังแยกเราจะอินเหมือนเดิมหรือไม่ ?
-อย่างที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตในเพลง BREAK MY SOUL เนี่ยแหละ จุดนี้อาจต้องแลกด้วยการไม่มีสถิติที่เพลงใดเพลงนึงทำชาร์ตในอันดับสูงๆเพิ่มขึ้นในคอลเลคชั่นก็เป็นได้ เหมือนในสมัย Lemonade ที่มีอยู่ไม่กี่เพลงที่ติดท็อปชาร์ทเท่านั้น
-อีกเรื่องที่ผมครุ่นคิดหลังจากฟังงานเพลงชุดนี้ ทั้งๆที่เจ๊แกก็ไม่อยากให้เราคิดตามหรอกนะ นั่นก็คือ สาสน์ empowerment ของเจ๊แกว่ามันน่าคล้อยตามรึเปล่า ? คำตอบในใจผมคือ ไม่เชื่อเป็นตุเป็นตะแน่นอน และผมก็เชื่อว่าคนอื่นๆน่าจะแยกแยะความบันเทิงกับโลกความเป็นจริงได้นะครับ มันมีสาสน์ motivation บางอย่างที่แหม่เจ๊แกก็พูดง่ายไปว่ะ
-ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนมีด้าน freak มีด้าน unique เป็นของตัวเอง การลาออกจากงานประจำอันแสนน่าเบื่อเพื่อปลดแอกออกไปทำตามใจตนเองเรียกร้องคือสิ่งที่ควรทำ once in the lifetime ซึ่งสาสน์เหล่านี้กลั่นออกมาจากคนที่เป็นอีลีตชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอ่ะดิ ได้เปรียบทั้งหน้าตาและมากด้วย connection มันจึงง่ายมากๆที่จะเร้าให้คนทำแบบนั้น ทั้งๆที่กว่าจะได้ค่าแรงมาก็ยากลำบาก งานก็หายากด้วย จะให้ quit job ออกไปเตะฝุ่นก็ตายห่ากันพอดี
-การสะกดจิตให้ทุกคนมองเห็นด้านคุณค่าความ imperfection ทั้งรูปร่างและหน้าตา แน่นอนครับว่าเป็นสิ่งที่ดี เราต้องปรับ mindset เพื่อให้เห็นคุณค่าในตัวเองบ้าง แต่ก็เข้าใจว่าไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะทุกวันนี้มีเหยื่อโดนบูลลี่รูปร่างหน้าตาบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งเป็นคนดำในเมกาไม่อยากจะนึกเลย แม้กระทั่งคนเอเชียเองก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังว่าจะโดนดักทำร้ายหรือไม่ ?
-สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ไม่อยากให้ไปเออออตามขนาดนั้น ถ้าอยากจะสนุก มองข้ามสาสน์เหล่านั้นไปได้เลยครับ โคตรจะอีลีตชนเลย Beyoncé is not your savior. ดีนะที่เจ๊แกเก็บตัวเงียบ ไม่อุตริปล่อยเพลงในช่วง pandemic ที่กำลังอัดเพลงชุดนี้อยู่พอดี
-ประเด็นเรื่องการแซมเปิ้ลที่หนักหน่วงกว่าครั้งไหนๆ ผมไม่เถียงเรื่องความไม่แปลกใหม่ เพราะโครงเพลงแซมเปิ้ลเดิมยังค้างเติ่งอยู่ ในอีกมุมนึงผมเองก็ยังไม่เจอความแปลกใหม่ที่สุดเหมือนกัน ผมอาจจะฟังเพลงน้อยไปเลยยังไม่ค้นพบก็เป็นได้ การเอาวัตถุดิบเก่ามาดัดแปลงน่าจะเป็นเรื่องปกติทั้งวงการเพลงหรือวงการหนังไปแล้ว
-บางทีของแบบนี้ขึ้นอยู่กับการเอามาดัดแปลง ตีความใหม่ให้ลงล็อกทางบริบทและสไตล์ของคนๆนั้น ซึ่ง RENAISSANCE เป้าประสงค์ชัดเจนในแง่การอยาก tribute ถึง black culture สร้างพื้นที่ปลดปล่อย เปิดกว้าง LGBTQ ถึงจะไม่มีสาสน์ปลอบประโลมก็เถอะ เพราะมัวแต่เต้นเอามันส์
-อีกหนึ่งข้อโต้แย้งที่ไม่เถียงเลยคือ สู้ Lemonade ไม่ได้ ผมก็ให้งานเพลงนั้นยืนหนึ่งเหมือนกัน RENAISSANCE เป็นความสนุกที่ไม่ได้สร้างมาตรฐานใหม่มากนัก ด้วยเหตุของความไม่แปลกใหม่ การแซมเปิ้ล หรือ wording ที่ไม่มีอะไรคมคายมากนัก ไม่มีอะไรไปมากกว่าสนุกลืมโลก ไม่รีรอที่จะรักถึงวันสุดท้าย
-16 แทร็คอาจจะมากไปนิดหน่อย ยอมรับว่าเริ่มวกวน แต่ยังสามารถตอกย้ำความเป็น entertainer ตัวยงที่ยังคงหนักแน่น และ unique กว่าที่เธอเคยเป็นในยุคแรกที่แมสมาก เป็นความกล้าได้กล้าเสียเพื่อที่จะสร้างอัตลักษณ์ตัวเองอย่างสุดตัว มากกว่าเน้นสร้างเพลงฮิตโดยที่ละทิ้งความสำคัญของอัลบั้มเต็มรูปแบบไปโดยปริยาย
ควีนจริงต้องคิดมาแล้ว
Top Tracks: I’M THAT GIRL, COZY, ALIEN SUPERSTAR, BREAK MY SOUL, CHURCH GIRL, VIRGO’S GROOVE, MOVE, HEATED, ALL UP IN YOUR MIND, AMERICA HAS A PROBLEM
Give 8/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา