ด้วยความที่ คาเซมิโร่ คือกองกลางตัวรับที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และอยู่กับสโมสรที่ได้แชมป์มากที่สุดของยุโรปในปี 2022 อย่าง เรอัล มาดริด มันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง "เกินฝัน" มาก กับการที่จู่ๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีข่าวว่าอยากจะไปดึงตัวเขามา
แต่เมื่อสื่อเจ้าดังที่น่าเชื่อถือทั้ง ดิ แอธเลติก กับ เทเลกราฟ ยังรายงาน มันจึงไม่น่าจะเป็นแค่ข่าวเต้า แต่ทีมปีศาจแดงกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นจริงๆ
ผมลองหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองให้แฟนบอลผีแดงแบบสุดๆ เลยนะครับ ว่ามันพอจะมีจุดขายอะไรบ้าง ที่ทำให้นักเตะอย่าง คาเซมิโร่ จะยอมย้ายมาร่วมทีมแบบฟลุคๆ (ผมแฟนผียังต้องขออนุญาตใช้คำนี้)
ซึ่งถ้ามันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ คิดว่ามันต้องมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่เขาจะโอเค นั่นคือ "อยากเล่นในพรีเมียร์ลีก โดยการันตีตัวจริง"
นี่คือโอกาสดีสุดๆ แล้วและอาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ที่ คาเซมิโร่ จะได้ย้ายไปเล่นที่อังกฤษในสถานะที่พร้อมเป็นคนสำคัญของทีมใหม่
เพราะเจ้าตัวอายุ 30 ปีแล้ว มันคงเหลือโอกาสอีกไม่มากที่ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกพร้อมดึงเขาไปเล่น แล้วการันตีตำแหน่งตัวจริงให้เลย
ซัมเมอร์ปีนี้ ทีมอย่าง แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, เชลซี และ อาร์เซน่อล มีนักเตะตำแหน่งของเขาหมดแล้ว (โรดรี้-ฟิลลิปส์, ฟาบินโญ่, ฮอยเบียร์ก-บิสซูม่า, พาร์เตย์-เอลเนนี่) แต่เขาจะเป็นตัวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดอยู่แน่นอน
ถ้าไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่แบน คุณพร้อมเป็นนักเตะที่ เอริค เทน ฮาก ส่งลงเป็น 11 คนแรกเสมอชัวร์ๆ
ซึ่งถ้าจะรอย้ายปีหน้า ตอนนั้นจะมีนักเตะอย่าง เดแคลน ไรซ์, จู๊ด เบลลิงแฮม โผล่เข้ามาเป็นผู้เล่นที่ยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอยากจะดึงไปอยู่ด้วยมากกว่า (เพราะสดใหม่กว่าเยอะ) และอันนี้ยังไม่รวมว่าถึงปีหน้า ก็อาจจะมีชื่อพวกนักเตะที่ฟอร์มดีในฤดูกาลนี้คนอื่นๆ โผล่ขึ้นมาอีก
ถ้ากองกลางทีมชาติบราซิลคิดอยากไปเล่นในพรีเมียร์ลีกสักครั้งในชีวิตจริงๆ ต้องตัดสินใจตอนนี้เลยเท่านั้น ถึงจะดีที่สุด
ทีนี้มาดูที่ฝั่งของต้นสังกัดนักเตะอย่าง เรอัล มาดริด กันบ้าง ใช่ว่าพวกเขาไม่มีโอกาสที่จะขาย เพราะตอนนี้มีตัวแทนรออยู่แล้ว นั่นคือ เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า กับ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ แต่แน่นอนว่า คาเซมิโร่ คือตัวหลัก เพราะฉะนั้น ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไม่ยอมปล่อยตัวในราคาถูกๆ แน่นอน
แต่ถ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอให้ในระดับ 50-60 ล้านปอนด์ขึ้นไปให้ล่ะ? ผมเชื่อว่า เปเรซ จะพิจารณา แล้วคงมีการเรียกนักเตะมาหารือว่า "เราได้ข้อเสนอดีๆ จาก แมนฯ ยูไนเต็ด มา คุณคิดว่าไง?"
ต้องไม่ลืมนะครับ หลังจากนี้เป็นต้นไป ทีมราชันชุดขาวจะไม่มีทางขาย คาเซมิโร่ ได้ในราคาระดับนี้อีกแล้ว ปีหน้าเขาจะอายุ 31 แล้วถ้าเขาไม่ใช่คนที่ลงตัวจริงสม่ำเสมอเหมือนเดิม เพราะต้องแบ่งโอกาสลงสนามให้ กามาวินก้า กับ ชูอาเมนี่ หรือจู่ๆ เจออาการบาดเจ็บเล่นงาน หรือจู่ๆ มีตัวเลือกในตลาดโผล่มาอีกหลายคน ตอนนี้ของปีหน้าราคาจะตกลงไปหลายสิบล้านปอนด์เลยทีเดียว
ส่วนเรื่องที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนี้ นั่นอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่มากอย่างที่ใครๆ คิด เพราะแกเคยได้แชมป์ยุโรปไปแล้วตั้ง 5 สมัย แกอาจไม่ได้มองว่าต้องเล่นรายการนี้ให้ได้เท่านั้นเหมือนคนบางคน
ถ้า คาเซมิโร่ มองว่า เขาดีพอจะช่วยให้ทีมปีศาจแดงเข้าป้ายท็อปโฟร์ หรือเป็นแชมป์ ยูโรปา ลีก ได้ภายใน 2 ปี โดยที่ตัวแกเองสนใจที่จะไปเล่นในพรีเมียร์ลีกมากๆ ไอ้ประเด็น UCL จะไม่สำคัญอะไรมากนักหรอก เขาประสบความสำเร็จกับ เรอัล มาดริด ทุกรายการมาจนอิ่มแล้ว แกอาจจะมองปัจจัยอื่นมากกว่าก็เป็นได้ในการเลือกทีมใหม่ (ถ้ามีความคิดอยากจะลองย้ายนะครับ)
1
อารมณ์คงเหมือน กาเบรียล เชซุส ย้ายไปอาร์เซน่อล คือไม่ได้มองที่ต้องเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที หรือมองว่าทีมใหม่ที่จะไปต้องได้ลุ้นแชมป์ตอนนี้เลย แต่จะมองถึงโอกาสเป็นคนสำคัญในทีมได้อีกอย่างน้อย 2-3 ปี
ซึ่งในวัย 30 ปี แล้วกำลังจะเจอคลื่นลูกใหม่อย่าง กามาวินก้า กับ ชูอาเมนี่ โผล่ขึ้นมาแย่งตำแหน่ง ผมว่าบางที คาเซมิโร่ อาจจะมีเอาไปคิดบ้างเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสเป็นตัวจริงชัวร์ๆ ให้ทีมอื่น โดยที่พร้อมเปิดโอกาสให้รุ่นน้องได้ทันทีตอนนี้ หลังจากตัวเองประสบความสำเร็จในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว จนหมดแล้ว
ตัวอย่างชัดเจนของนักเตะที่ยอมทิ้งทีมที่ประสบความสำเร็จทุกอย่างเพื่ออยากลองมาหาประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก ก็คือ ราฟาแอล วาราน ที่กล้าเซ็นสัญญายาวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 4 ปี ซึ่งแกเพิ่งให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานว่าตัวเองคิดไม่ผิด (แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วแกคิดแบบนั้นจริงหรือเปล่า)
สำหรับประเด็นที่แฟน แมนฯ ยูไนเต็ด บางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักวิเคราะห์ของต่างประเทศมองว่า การดึงผู้เล่นในวัย 30 ปีเข้ามาในราคาแพงแสนแพง มันขัดกับปรัชญาเริ่มสร้างทีมใหม่ของ เอริค เทน ฮาก ผมไม่ค่อยเห็นด้วยในเรื่องนั้นซะทีเดียว
"การสร้างทีม" มันไม่จำเป็นว่าต้องใช้แต่ผู้เล่นเลือดใหม่เท่านั้นสถานเดียว คุณอย่าลืมสิว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้ ไม่มีใครที่พร้อมเป็นผู้นำในทีมได้จริงๆ จังๆ ด้วยซ้ำ และไม่มีใครที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์การยืนตำแหน่งในแดนกลางที่ถูกต้องให้ดาวรุ่งได้เลย
เชลซีที่เร่งเสริมทัพหลังจากพ้นยุคพึ่งพาดาวรุ่งเป็นหลัก ยังต้องดึง ติอาโก้ ซิลวา ไปถ่ายทอดประสบการณ์ให้กองหลัง หรือ บาร์เซโลน่า ตอนนี้ ยังต้องดึงผู้เล่นมากประสบการณ์อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไปเพิ่มความเฉียบขาดและเก๋าเกมในแดนหน้า
ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้กลางคุณภาพที่ประสบการณ์โชกโชน และสถิติเจออาการบาดเจ็บค่อนข้างน้อยมาเสริม ผมว่าอายุ 30 ปีมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
ทีนี้คำถามสำคัญมากๆ เลย ก็คือถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเอาจริง ตัวของ คาเซมิโร่ สนใจบ้างไหม
ถ้าเขาสนใจ มองว่าตัวเองคือคนสำคัญของ Project กู้ซาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อข้อเสนอดีๆ มันลงตัวกับทุกฝ่าย ดีลมันก็เกิดขึ้นได้ แต่คุณต้องส่งคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องฟุตบอลของสโมสรในช่วงต่อจากนี้ไปคุยนะ ไม่ใช่ให้นักธุรกิจไปขายฝัน แล้วโดนเขาปฏิเสธกลับมา
แต่ถ้าแกไม่เหลียวแลเลยสักนิด ยืนยันชัดเจนว่าไม่คิดจะย้ายหนี เรอัล มาดริด แน่นอนล่ะก็ ข่าวนี้มันจะหายเข้ากลีบเมฆอย่างรวดเร็วใน 48 ชั่วโมง และนี่จะเป็นแค่อีกข่าวหนึ่งที่สื่อโยงขึ้นมาขายให้แฟนผีแดงฟินกันแปปๆ เท่านั้น
ซึ่งจะว่าไปมันก็เป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากแหละครับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีแพลนจะใช้งานเขาแต่แรกจริงๆ แล้วมีแผนเรื่องโปรเจ็คต์ฟุตบอลที่ชัดเจนไปคุยกับนักเตะตอนนี้
เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เอริค เทน ฮาก คงขอให้สโมสรลองดีลไปตั้งนานแล้วแหละ ไม่ใช่เพิ่งมาเร่งเอาตอนนี้ ที่ทีมกำลังจะผิดหวังจากการรอคอย เฟรงกี้ เดอ ยอง
1
#เสียบสามเหลี่ยม #คาเซมิโร่ #เรอัลมาดริด #ราชันชุดขาว #ผีแดง #แมนยู #แมนฯยูไนเต็ด #แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด #ปีศาจแดง #ตลาดซื้อขาย #ตลาดนักเตะ #ข่าวซื้อขาย #ข่าวย้ายทีม
1.8K รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “โนฮาระ ฮิโรชิ” พ่อชินจัง ผู้ชายเท้าเหม็นที่สุดในโลกที่แม่บ้านญี่ปุ่นบอกว่านี่แหละ คือ สามีในฝัน! ‘คุณพ่อสุดเท้าเหม็น ขี้เมา ขี้หลี แต่สู้งานเพื่อครอบครัว และใส่ใจลูกเท่าที่จะทำได้’ ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ “โนฮาระ ฮิโรชิ” จากเรื่องชินจังจอมแก่นกลายเป็นสุดยอดคุณพ่อในดวงใจที่คนญี่ปุ่นยกย่อง
      Cultivating Organizational Capabilities - in a nutshell แนวทางสร้างสรรค์ ความสามารถ เชิงองค์กร ฉบับย่อ
      ภาพเซ็ตนี้คงเป็นภาพเซ็ตที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุด ที่ผมจะได้เห็นในรอบสัปดาห์เลยล่ะ เมื่อ คุณ Anastasia ถ่ายรูปในวันหิมะโปรยปราย
      Shopee แจ้งปิดให้บริการ “ชำระผ่านบัญชีธนาคาร” ถาวร ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หลังประสบปัญหา มีผู้ใช้งานที่ผูกบัญชีธนาคารไว้กับแพลตฟอร์ม Shopee โดนสูบเงินออกจากบัญชีจำนวนมาก โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ทำธุรกรรมเอง และไม่ได้รับข้อความการแจ้งเตือนใด ๆ
      ดูทั้งหมด