19 ส.ค. 2022 เวลา 04:54 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
"Svalbard Global Seed Vault" อุโมงค์นิรภัยเมล็ดพันธุ์ ความหวังวันสิ้นโลก
Svalbard Global Seed Vault อุโมงค์เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์แห่งสวาลบาร์ด คือ สถานที่เก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เฉพาะตัว อุโมงค์แห่งนี้ทนทานต่อกาลเวลาและภัยพิบัติทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่ามนุษยชาติจะยังมีอาหารแม้ในวันสิ้นโลก
อุโมงค์นิรภัยสำหรับเก็บรักษาพันธุ์พืชนี้ ถูกสร้างขึ้นท่ามกลางพื้นที่หนาวเย็นของทวีปอาร์คติก ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 130 เมตร ในเมืองลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) บนเกาะสปิตส์เบอร์เกน (Spitsbergen) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้คนอาศัยอยู่เพียงเกาะเดียวในหมู่เกาะสฟาล์บาร์ (Svalbard) ประเทศนอร์เวย์
เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 มีลักษณะเป็นอุโมงค์ทรงสี่เหลี่ยมเจาะลงไปในภูเขาหินทรายใต้ชั้นดินลึกราว 120 เมตร ตลอดอุโมงค์ประกอบด้วยผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งท่อความร้อน และท่ออากาศสำหรับผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งประตูเหล็กหนาหลายชั้น และระบบรักษาความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์
อุโมงค์นิรภัยเมล็ดพันธุ์พืชโลกสฟาลบาร์ เก็บรักษาเมล็ด และหัวพันธุ์พืชมากถึง 1,125,419 ตัวอย่าง ของพืช 5,481 สายพันธุ์จากทั่วโลก พันธุ์พืชทั้งหมดจะถูกบรรจุในหีบห่อที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมและวัสดุศาสตร์ ช่วยให้เมล็ดพืชเผาผลาญอาหารต่ำ ยืดอายุการเก็บรักษาได้นานกว่าการเก็บพันธุ์พืชด้วยบรรจุภัณฑ์ทั่วไป
จากนั้นจึงผนึกไว้ในกล่อง เก็บไว้บนชั้นในห้องนิรภัยความชื้นต่ำ ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ด้วยระบบประหยัดพลังงาน ทั้งนี้หัวและเมล็ดพันธุ์พืชที่ถูกเก็บไว้ในกล่อง เป็นสมบัติของประเทศที่ส่งพันธุ์พืชมาเก็บรักษาไว้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยอุโมงค์นิรภัยเมล็ดพันธุ์พืช ทั้งนี้จะมีการระบุชื่อ หน่วยงาน และประเทศของผู้ฝาก และหากจะทำการถอนนำหัวและเมล็ดพันธุ์นั้นมาใช้ ก็ต้องกระทำโดยผู้ที่มีข้อมูลระบุอยู่บนกล่องเช่นกัน
สำหรับส่วนของการจัดเก็บข้อมูลของหัวและเมล็ดพันธุ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ภายในอุโมงค์นิรภัย จะอยู่ในฐานข้อมูลออนไลน์ของศูนย์ทรัพยากรพันธุกรรมพืชนอร์ดิก (Nordic Genetic Resource Center หรือ NordGen) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแล และสนับสนุนของรัฐบาลประเทศนอร์เวย์ นอกจากนี้ยังมีการนำฐานข้อมูลของพืชต่าง ๆ เก็บรักษาไว้บนแผ่นนาโนฟิล์ม (Nanofilm) ที่ทนต่ออุณหภูมิเย็นจัด
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนามาจากไมโครฟิล์ม (Microfilm) แนบติดอยู่บนกล่องเก็บพันธุ์พืช และสามารถนำออกมาดูด้วยเครื่องฉายภาพจากแผ่นฟิล์ม และแว่นขยาย เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย หากฐานข้อมูลแบบออนไลน์ถูกทำลาย
อย่างไรก็ตาม การเบิกเมล็ดพันธุ์ออกจากอุโมงค์เมล็ดพันธุ์โลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิด โดยเมื่อปี 2015 สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียทำให้ศูนย์วิจัยการเกษตรในพื้นที่แห้งระหว่างประเทศ (International Center for Agricultural Research in Dry Areas : ICARDA) ยื่นเรื่องถอนเมล็ดพันธุ์บางส่วนที่ได้สำรองไว้เพื่อทดแทนเมล็ดพันธุ์ที่มีในธนาคารยีนที่ถูกทำลายจากภัยสงครามไปแล้วในเมืองอะเล็ปโป
ความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหารส่วนหนึ่งเกิดจากการสูญเสียความหลากหลายของพืชพันธุ์ จนอาจเหลือเพียงสายพันธุ์ที่ไม่สามารถปรับตัวต่อความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นหรือศัตรูพืชชนิดใหม่ โดยในช่วงระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา วิถีการเกษตรของโลกได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการทำเกษตรเชิงเดี่ยวทำให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชผลได้จำนวนมหาศาลและตอบสนองความต้องการอาหารของประชากรโลกได้
แต่ก็ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพหายไป จนถึงจุดที่ขณะนี้ 95% ของอาหารมนุษย์มาจากพืชผลเพียงแค่ประมาณ 30 พันธุ์เท่านั้น สถานการณ์เช่นนี้ทำให้แหล่งอาหารโลกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง เสมือนเร่งหายนะระดับวันสิ้นโลกให้มาถึงเร็วกว่าเดิม
ขอบคุณครับ :)
โฆษณา