20 ส.ค. 2022 เวลา 15:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ILM : Index Living Mall บริษัทค้าปลีกครบวงจรที่มีการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ
ลักษณะการประกอบธุรกิจ
มีลักษณะคล้าย Hypermart มีรายได้หลัก ๆ มาจาก 2 ส่วน
1. ธุรกิจจำหน่ายเฟอนิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
- ร้านค้าปลีก
- Standalone : Index living mall 31 สาขา
- Community Mall : Index Furniture Center 3 สาขา
- และร้านค้าภายใต้แบรนด์อื่น ๆ เช่น Winner, Trend design, BoDesign และ Momentous รวม 9 สาขา
- การขายงานโครงการแบบ Build to Suit ทั้งในรูปแบบบ้านและออฟฟิต สำนักงาน
- ตัวแทนจำหน่าวยในประเทศ ภายใต้แบรนด์ Winner
- ช่องทางออนไลน์
- Modern Trade OEM
2. การให้บริการพื้นที่เช่า
- พื้นที่เช่าภายในสาขา Index มีให้บริการ 15 สาขา
- พื้นที่ใน Community mall ขนาดกลาง ถึงเล็ก 5 สาขา
ข้อ 1 - 2 เป็นลักษณะการดำเนินการปกติของลักษณะธุรกิจธุรกิจซื้อมาขายไป แต่ ILM มี Supply Chain ที่ต่างออกไป โดย ILM มีการผลิตสินค้าภายใต้บริษัท IDF เป็นโรงงานของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ เช่น Index furniture, Winner, Younique และ Trend design
โครงสร้างรายได้
  • 1.
    หากพิจารณาใน Q2/2022 (ไตรมาสปัจจุบัน)
1
สัดส่วนรายได้ Q2/2022
รายได้จากการกำเนินการใน Q2/2022 มีมูลค่า
- รายได้ 90% เป็นการขายผ่านช่องทางในประเทศ
- รายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายผ่านช่องทางหน้าร้าน สัดส่วน 71%
- การขายในลักษณะ B2B Build to suit ให้กับงานโครงการต่าง ๆ 8%
- การขายผ่านตัวแทนจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Winner และอื่น ๆ 1%
- รายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ 11%
- รายได้จากการให้เช่าพื้นที่ 7%
- ยอดขายผ่านต่างประเทศ 2%
1
2. หากลอง Track ย้อนหลังตั้งแต่ช่วง IPO
สัดส่วนรายได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ถึงแม้สัดส่วนส่วนใหญ่จะยังคงเป็นยอดขายจากส่วนหน้าร้าน แต่พบการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญอยู่ 3 จุด ลองขายดูที่ละจุดกันครับ
- การลดลงของสัดส่วนรายได้หลักอย่างการขายหน้าร้านจาก 75-80% ลงมาเหลือ 70% +-
5
- การเพิ่มขึ้นของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์จากเดิมที่ Low Single digit แต่ในปัจจุบันมาเป็น double digit
3
- การลดลงของยอดขายงานโครงการ
สัดส่วนของยอดขายออนไลน์และยอดขายงานโครงการ
- สาเหตุดังกล่าวน่าจะมาจากปัจจัยทางด้านโควิดที่กระทบยอดขายหน้าสาขา และการลดลงของรายได้ เนื่องมาจากการยกเลิกการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ในส่วนงบการเงินจะมีการพูดถึงในส่วนถัด ๆ ไป
โครงสร้างการผลิต และต้นทุนการผลิต
ILM ได้มีการผลิตผ่านบริษัท IDF และจัดจำหน่ายภาพใต้แบรนด์ต่าง ๆ ตาม Focud group ที่ต่างกัน
แบรนด์ต่าง ๆ ภายใต้การผลิตของ IDF : ข้อมูลจากรายงานประจำปี ILM 2021
[ กำลังการผลิต ]
KEY HIGHLIGHT : ในปี 2020 ได้มีการลดกำลังการผลิตลงเพื่อควบคุมต้นทุน และปรับปรุงไลน์การผลิต โดยการผลิตสูงสุดได้ลดลง 65% YoY ในปี 2020
(ลดจาก 7 โรงงานเหลือ 3 โรงงาน)
- กำลังการผลิตสูงสุดในปี 2021 อยู่ที่ 89,100 ชิ้น ต่อเดือน ใช้ผลิตจริง 49,484 ชิ้น
- คิดเป็น Utilize Rate ที่ 56%
[ ประเภทสินค้าที่ผลิต ]
IDF สามารถผลิตสินค้าได้แทบทุกห้องในบ้าน รวมไปถึงออฟฟิต เช่น โต๊ะ และเก้าอี้ประเภทต่าง ๆ ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า โซฟา ชุดห้องครัว ที่นอน เป็นต้น
[ ต้นทุนการผลิต ]
ต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่เป็นค่าวัตถุดิบ 68.8%
1
วัตถุดิบหลัก ๆ ได้แก่ ไม้ปาร์ติเกิ้ลบอร์ด และแผ่นใยไม้อัด เหล็ก กระจก หนัง ผ้า และวัสดุ Fitting สำเร็จรูปเช่น มือจับ บานสวิง สปริง และรางลิ้นชัก เป็นต้น
1
โดยการสั่งซื้อวัตถุดิบมีการนำเข้าจากต่างประเทศ 10.2% ของยอดคำสั่งซื้อ
2
หากลองวิเคราะห์ต้นทุนที่เป็น Commodity เช่นราคาไม้ และราคาเหล็กควรพิจารณาประกอบภาวะต้นทุนของการผลิต
Cr. TradingView และ Finviz
หากพิจารณาคร่าว ๆ จากราคา Future ของสินค้าอ้างอิง 3 รายการ ได้แก่ ไม้ยาง (Lumber), ฝ้าย (Cotton) และเหล็ก
- ไม้ยางมีราคา Future ที่ปรับลงกว่า 60% จากราคาสูงสุด จาก $1300 เหลือ $516 ในปัจจุบัน
- ราคา Cotton ถึงแม้ใร ช่วง Q2/2022 จะมีการปรับขึ้นที่ค่อนข้างมาก แต่ช่วง Q3/2022 ก็ได้มีการปรับลดลงของราคาที่ใกล้เคียงช่วง Q1/2022 แล้ว
- ราคาเหล็ก ได้มีการปรับตัวลงมา 50% จากราคาสูงสุดที่เคยขึ้นไปถึง $220 และในปัจจุบันราคา $105.64
  • ต้นทุนการผลิตที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึง แต่มีการปรับราคาขึ้นมาในปัจจุบันคือด้านค่าไฟ ที่รัฐบาลมีการปรับค่า FT ขึ้นมาซึ่งมีผลต่อค่าไฟต่อหน่วยประมาณ 10-15% และในอนาคตที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับขึ้นคือค่าแรง ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ไม่ควรมองข้าม โดยปัจจุบัน IDF มีการใช้พนักงาน 1,282 คนในการผลิต และพนักงานขาย ประมาณ 1600 คน รวมพนักงานอื่น ๆ แล้ว ILM มีพนักงานทั้งสิ้น 3950 คน โดยมีค่าใช้จ่ายด้านแรงงานคิดเป็นประมาณ 15% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1
งบการเงินย้อนหลัง
3
[ Profit/Loss ]
ภาพรวมงบกำไรขาดทุน
- ประเด็นที่น่าสนใจ -
  • 1.
    รายได้เริ่มมีการฟื้นตัวจากช่วงโควิด แต่คงไม่กลับไปเท่าเดิมได้เร็ว ๆ นี้ เพราะด้วยการยกเลิกการขายสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • 2.
    แต่ถึงแม้รายได้ยังไม่กลับตัวได้ดีเท่าไหร่ แต่กำไรกลับไปใกล้เคียงก่อน Covid แล้ว เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายด้ายต้นทุนเงินกู้ได้ลดลง จากการทะยอยชำระเงินกู้ระยะยาว ทำให้ NPM กลับมาระดับ 7%+ ในช่วง 1H65
  • 3.
    GPM ปรับตัวดีขึ้น จากเหตุผลที่ยกเลิกการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าออกไป
  • 4.
    แต่ยังคงมีแรงกดดันจากค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น และในอนาคตต้นทุนแรงงานที่มีโอกาสปรับตัวด้วยเช่นกัน
  • 5.
    ต้นทุนทางการเงินลดลง
2
หากลองพิจารณาราย Segment ของรายได้
  • 1.
    รายได้ผ่านทางหน้าร้าน ลดลงจากผลกระทบโควิด และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดจำหน่าย ใน 1H22 ก็เติบโต YoY 2.6%
  • 2.
    รายได้ผ่านช่องทางตัวแทน 1H22 ฟื้นตัวพอสมควร YoY ที่ +10.9%
  • 3.
    รายได้พื้นฟื้นตัวอย่างมาก จากการที่ปีที่แล้วมีการให้ส่วนลด 1H22 +21.7% YoY
  • 4.
    รายได้จากต่างประเทศ 1H22 หดตัว YoY -29.3%
  • 5.
    ช่องทางการขายออนไลน์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง 1H22 +14.2% YoY
  • 6.
    รายได้จากงานโครงการ 1H22 หดตัว -14.8% YoY
[ Cashflow ]
- Free cash flow สูงขึ้น
- ค่าเสื่อมสูงขึ้น
- แต่มีประสิทธภาพของค่าเสื่อมที่ดีขึ้น ทั้งค่าเสื่อมต่อรายได้ที่ต่ำลง และรวมไปถึงเงินลงทุนต่อค่าเสื่อมเช่นกัน
[ Balance Sheet ]
ROA ROE
- บริษัทพยายามลกหนี้สินระยะยาวมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ IBD/E ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 0.31 ใน Q2/2022
3
- ประสิทธภาพของกำไรลดลงจากผลกระทบโควิด ทำให้ ROA ROE ในปี 2020-21 ลดต่ำลง แต่คาดว่าจะประตัวดีขึ้นใน 2022 จากกำไร 1H22 ที่กลับมาใกล้เคียงก่อนโควิด
UPDATE Project และ Key driver ต่าง ๆ
1. สาขาใหม่ที่ลาดกระบังมีแผนเปิดใน Q4 โดยมีค่าเสื่อมประมาณไตรมาสละ 2 ล้านบาท
2. ในปีนี้ปจบ. (ครึ่งปี 2565) ได้มีการปรับราคาสินค้าขึ้นแล้ว 2 ครั้งรวมประมาณ 20% และไม่ปรับขึ้นอีกแล้วในปีนี้
3. ในเดือน July มี SSSG +34% (ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า)
1
4. ค่า FT ที่ปรับขึ้นมีผลทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเดือนละ 2.5 ล้านบาท
5. ค่าแรงบ.มีการคาดการณ์ไว้หากปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 380 บาท จะทำให้ค้าจ้างเพิ่มขึ้น เดือนละ 2 ล้านบาท
#VIมือใหม่
ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งนะครับในการเปิด Page ใน Platform ใหม่ ๆ
หากมีข้อผิดพลาด หรือข้อมูลตกหล่นไปประการใดสามารถท้วงติง เพื่อให้ผมนำไปแก้ไขได้เลยนะครับ
และสุดท้าย บทความนี้เป็นเพียงบทความวิเคราะห์จากข้อมูลที่เป็น Fact ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริม หรือชักชวนให้เกิดการซื้อขายครับ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงควรพิจารณาและตัดสินใจด้วยตัวท่านเองครับ
คนฉลาดจะเดิมพันอย่างเต็มที่เวลาโลกให้โอกาส พวกเขาจะพนันหนักมือเวลาโอกาสชนะสูง ส่วนเวลาที่เหลือพวกเขาก็จะไม่พนันอะไร
ชาร์ลี มังเกอร์
1
โฆษณา