Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิเคราะห์บอลจริงจัง
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
23 ส.ค. 2022 เวลา 08:47 • กีฬา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะโดนแซวตลอด ว่าเป็นทีมที่ใช้เวลาในการเจรจานักเตะนานมาก บางคน 2-3 เดือน กว่าจะเจรจากันจบ บางรายลากยาวเป็นปีเลยก็มี แต่ในเคสของคาเซมิโร่ ทุกอย่างสิ้นสุดในเวลาแค่ "4 วัน" เท่านั้น
ทุกคนรู้ดีว่าแมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาอย่างรุนแรงในเรื่องมิดฟิลด์ เกมแรกที่แพ้ไบรท์ตัน พวกเขาใช้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ยืนคู่กัน ซึ่งแน่นอนว่า คู่หูแม็ค-เฟร็ด โดนไบรท์ตันข่มยับเยิน จนสุดท้ายแพ้คาบ้านไป 2-1
รอย คีน อดีตกัปตันทีมปีศาจแดง ด่าตรงๆ แบบไม่ยั้งว่า "เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ ไม่ดีพอจริงๆ พวกเขาไม่มีวันพาแมนฯ ยูไนเต็ด ไปสู่ระดับสูงสุดได้ เราเห็นกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว สองคนนี้ไม่ไหวหรอก"
หลังจากแพ้ไบรท์ตัน ผู้จัดการทีมเอริค เทน ฮาก เลยปรับแก้มิดฟิลด์ดูในเกมเจอเบรนท์ฟอร์ด ด้วยการส่งคริสเตียน อีริคเซ่นมายืนคู่กับเฟร็ดแทน ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้เละ 4-0
สองนัดโดนยิงไป 6 ลูกจมบ๊วยอยู่ท้ายตาราง ถึงตรงนี้ มันเป็นคำตอบแล้วว่ากองกลางที่แมนฯ ยูไนเต็ดมี มันยังไม่ตอบโจทย์ เพราะไม่มีใครสักคนที่เป็นตัวรับจริงๆ คนประเภทที่สามารถยืนประคองให้ทีมได้
ดังนั้นช่วงก่อนตลาดจะปิด แมนฯ ยูไนเต็ดต้องเดินหน้าหากองกลางตัวรับสักคนเข้ามาช่วยแก้วิกฤติอย่างเร่งด่วน
เฟรงกี้ เดอ ยอง เป้าหมายหลัก ที่แมนฯ ยูไนเต็ดเล็งมานาน ถามว่าเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ (DMC) ได้ไหม คำตอบคือพอได้ แต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัดที่สุด เพราะเดอ ยองเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง (MC) แต่ก็เคยเล่นตัวรับมาบ้างเป็นบางเกม
แต่เมื่อเดอ ยอง ไม่อยากมาแมนฯ ยูไนเต็ดขนาดนั้น ยื้อต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ แมนฯ ยูไนเต็ดจึงเล็งเป้าหมายใหม่ คืออาเดรียง ราบิโอต์ จากยูเวนตุส
แมนฯ ยูไนเต็ดตกลงค่าตัวกับยูเวนตุสได้เรียบร้อยแล้ว ในเรตราคา 15 ล้านปอนด์ แต่ปัญหาคือ ไม่สามารถตกลงเรื่องค่าเหนื่อยส่วนตัวได้
คุณแม่เวโรนิก ราบิโอต์ ที่เป็นเอเยนต์ของนักเตะด้วย เรียกค่าเหนื่อยในตัวเลขที่สูงเกินไป คือ 240,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ มากกว่าที่ได้รับอยู่กับยูเว่เกินครึ่ง และเป็นตัวเลขที่เทียบเท่าบรูโน่ เฟอร์นันเดส นอกจากนั้นยังขอเงินกินเปล่าอีก 8.5 ล้านปอนด์อีกต่างหาก
แม้แมนฯ ยูไนเต็ด จะ Panic แค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่หมูให้ใครเชือดขนาดนั้น ดีลกับราบิโอต์จึงไม่สามารถตกลงกันได้ และนั่นเอง เป็นสาเหตุที่ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ตัวรับจากเรอัล มาดริด
คาเซมิโร่ดูเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อมในตอนแรก เพราะนี่คือนักเตะที่ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 5 สมัย เป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่เก่งกาจที่สุดในโลกคนปัจจุบัน เขาอยู่กับเรอัล มาดริด ก็แฮปปี้ดีอยู่แล้ว การันตีตำแหน่งตัวจริงทีมชาติไปลุยฟุตบอลโลกที่กาตาร์แน่ๆ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องมาเสี่ยงกับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังอยู่อันดับ 20 ของพรีเมียร์ลีกเลยสักนิด
----------------------
[ ตอนแรกคาเซมิโร่ยังไม่มีท่าทีจะย้าย ]
15 สิงหาคม 2022 เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะ อัลเมเรีย 2-1 ในเกมนัดเปิดสนามลาลีกา โดยเกมนั้นด้วยความที่ไม่ได้เจอคู่แข่งที่หนักเกินไป อันเชล็อตติส่งมิดฟิลด์สามคนคือ โทนี่ โครส- ออเรเลียง ชูอาเมนี่ - เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า พักคาเซมิโร่ และ ลูก้า โมดริช เป็นตัวสำรอง
สามมิดฟิลด์เกมนั้น มีแค่โทนี่ โครส คนเดียวที่สอบผ่าน ด้วยผลงาน จ่ายบอลเข้าเป้า 96.4% และ สัมผัสบอล 115 ครั้ง ขณะที่ชูอาเมนี่ และ คามาวิงก้า หายไปจากเกม ทั้งสองคนรวมกัน ยังสัมผัสบอลไม่เท่าโครสคนเดียว
หลังจบเกม อันเชล็อตติให้สัมภาษณ์ว่า "ชูอาเมนี่ กับ คามาวิงก้า ไม่สามารถแสดงศักยภาพเหมือนที่เราได้เห็นในตอนซ้อม แต่นั่นก็ปกติ เพราะเสื้อเรอัล มาดริดตัวนี้ มันหนักมาก"
คำพูดของอันเชล็อตติ พอจะบอกได้ว่า แม้ชูอาเมนี่ (22 ปี) และ คามาวิงก้า (19 ปี) จะมีพรสวรรค์ แต่เขายังไม่พร้อมจะให้ยืนเป็นตัวหลักในช่วง 1 ปีนี้ แกนหลักจะยังคงเป็นเซ็ตเดิม คือ โครส- โมดริช- คาเซมิโร่ นี่คือ 3 กองกลางที่สมบูรณ์อยู่แล้ว ความฟิตก็ยังมี ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเปลี่ยนแปลง
1
หนังสือพิมพ์อาส รายงานว่า ใน 3 มิดฟิลด์ ถ้าจะมีคนโดนโรเทชั่นบ่อยหน่อย คือโมดริช เพราะจะมีบอลโลกรออยู่ปลายปี สโมสรไม่อยากให้นักเตะที่อายุย่าง 37 ปี ลงหนักเกินไป แต่เคสของคาเซมิโร่ จะการันตีลงเล่นเกมสำคัญตลอดแน่นอน
16 สิงหาคม 2022 เรอัล มาดริด ไม่มีโปรแกรมซ้อม จากนั้นวันที่ 17 สิงหาคม 2022 ทั้งทีมกลับมาซ้อมตามปกติ และคาเซมิโร่ก็มาด้วย บรรยากาศยังไม่มีวี่แววของการย้ายทีมเลย
----------------------
[ ดีลวันที่หนึ่ง : 17 สิงหาคม 2022 ]
ช่วงเย็นของวันที่ 17 สิงหาคมนี้เอง เดวิด ออร์นสตีน ผู้สื่อข่าวจาก ดิ แอธเลติก รายงานเป็นคนแรก ว่าทีมปีศาจแดงจะเดินหน้าคว้าตัวคาเซมิโร่อย่างเต็มที่ เพราะมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถตกลงกับราบิโอต์ได้
ออร์นสตีน เป็นอดีตผู้สื่อข่าวบีบีซี และมีข้อมูลอินไซเดอร์เยอะมาก คำพูดของเขาถือว่ามีน้ำหนัก จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง แซม วอลเลซ นักข่าวจากเดลี่ เทเลกราฟ รายงานว่าแมนฯ ยูไนเต็ดพร้อมยื่นข้อเสนอ 50 ล้านปอนด์ให้เรอัล มาดริด
ตอนแรกแฟนบอลเรอัล มาดริดไม่เชื่อว่าต้นสังกัดจะยอมปล่อย เพราะคาเซมิโร่ คือแกนหลักของทีม เขามีสัญญากับเรอัล มาดริด ถึงซัมเมอร์ปี 2025 ในขณะที่โมดริช และ โครส จะหมดสัญญาในซัมเมอร์ปี 2023 พร้อมกัน แปลว่า ถ้าโมดริชและโครสย้ายออกไป อย่างน้อยทีมก็ควรจะมีคาเซมิโร่เป็นหัวใจค้ำไว้อยู่สักหนึ่งคนก็ยังดี
ตาติ มันโตวานี่ นักข่าวจากมาร์ก้าเรดิโอ คอมเมนต์ว่า "การย้ายออกจากทีมแชมป์ยุโรปไปเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด ที่อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่มาก พวกเขาไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยซ้ำ แถมย้ายก่อนฟุตบอลโลกไม่กี่เดือน ไม่เห็นทางเลยว่าจะเกิดขึ้นได้"
กลางดึก วันที่ 17 สิงหาคม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอเข้ามาที่ 70 ล้านยูโร (60 ล้านปอนด์)
หนังสือพิมพ์อาส ระบุว่า นี่เป็นตัวเลขที่เรอัล มาดริดพอใจ เพราะคาเซมิโร่อายุ 30 ปีแล้ว การขายได้ราคามากขนาดนี้ ในแง่ธุรกิจถือว่าถูกต้อง คือซื้อมาจากเซาเปาโลแค่ 6 ล้านยูโร แต่ปล่อยได้ 70 ล้านยูโร มันกำไรเกินกว่า 10 เท่าเสียอีก
1
สโมสรโอเคแล้ว แต่คราวนี้ อยู่ที่ตัวคาเซมิโร่เอง ว่าจะสนใจย้ายหรือไม่
----------------------
[ ดีลวันที่สอง : 18 สิงหาคม 2022 ]
คาเซมิโร่ยังไปซ้อมตามปกติ ตอนนี้เรอัล มาดริดพอใจกับข้อเสนอ จึงอนุญาตให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคุยสัญญาส่วนตัวกับนักเตะได้แล้ว
แต่เมื่อสโมสรพร้อมจะปล่อย คาเซมิโร่จึงเข้าไปคุยกับคาร์โล อันเชล็อตติ ถึงความตั้งใจของเขา และจะได้บทสรุปในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
----------------------
[ ดีลวันที่สาม : 19 สิงหาคม 2022 ]
ฟาบริซิโอ โรมาโน่ รายงานว่า ตอนนี้ปัญหาติดขัดอยู่ตรงที่คาเซมิโร่ ขอสัญญาที่นานขึ้น และค่าเหนื่อยที่มากขึ้น เป็นการวัดใจว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยากได้ตัวเขามากแค่ไหน
สำนักข่าว Cope ระบุว่า ข้อเสนอที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยื่นให้คาเซมิโร่ สูงมหาศาลถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เขาได้รับมากกว่าที่เรอัล มาดริดสองเท่า และตัวเลขนี้ ในแมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นรองแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ดาบิด เด เกอาเท่านั้น
1
ขณะที่ความยาวของสัญญา แมนฯ ยูไนเต็ด จะให้สัญญาระยะยาว คือเซ็น 4 ปี มีอ็อปชั่นเพิ่มอีก 1 ปี แปลว่าถ้าคาเซมิโร่อยู่ครบสัญญา 5 ปีเต็ม เขาจะได้เงินรวมทั้งสิ้น 91 ล้านปอนด์ (3,844 ล้านบาท)
นี่เป็นตัวเลขที่มหาศาลมาก สามารถคัฟเวอร์ค่าใช้จ่ายได้ตลอดชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และค่าเหนื่อยระดับนี้และสัญญายาวขนาดนี้ ยอมรับกันตรงๆ ก็คือคาเซมิโร่ไม่สามารถได้จากสโมสรไหนอีกแล้ว นี่เป็นโอกาสทองที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งเดียวเท่านั้น
ถ้ามองในแง่ว่าความสำเร็จในสนาม ตัวคาเซมิโร่ก็ได้มาหมดแล้ว แชมป์ยุโรปก็ได้ 5 สมัยแล้ว การไปหาความท้าทายใหม่ๆ ในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับโกยเงินมหาศาล น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีเอามากๆ ในช่วงวัย 30 แบบนี้
ช่วงเย็นของวันที่ 19 สิงหาคม มาร์ก้ารายงานว่า ตัวคาเซมิโร่ ตอบ "โอเค" กับการย้ายไปแมนฯ ยูไนเต็ด และเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกายทันที แม้อันเชล็อตติพยายามเหนี่ยวรั้งให้อยู่ต่อ ก็ไม่เป็นผล
1
ช่วงดึกวันเดียวกัน คุณแม่ของคาเซมิโร่ ฟอลโลว์แมนฯ ยูไนเต็ด ในอินสตาแกรม เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการโยกย้ายจะเกิดขึ้นแน่
ขณะที่ค่าตัวนั้น ไซม่อน สโตน นักข่าวจากบีบีซี มาสรุปดีเทลของสัญญา ว่าเคาะกันที่ 70 ล้านยูโร โดยแบ่งเป็น 60 ล้านแรกเป็นค่าตัว อีก 10 ล้านจะเป็นอ็อปชั่นเสริม โดยสัญญาคือ 4 ปี + 1 ปี นอกจากนั้นเรอัล มาดริด ต้องแบ่งรายได้ 3% ให้กับต้นสังกัดเดิมของคาเซมิโร่ คือเซาเปาโลด้วย ตามสัญญาที่เคยเซ็นกันไว้ตั้งแต่ปี 2013
อันเชล็อตติ ออกมายอมรับว่า คาเซมิโร่ไปแน่ และจะไม่หาใครมาแทนด้วย อันเช่กล่าวว่า "กองกลางของเรามี โมดริช, โครส, ชูอาเมนี่, บัลเบร์เด้, คามาวิงก้า และ เซบายอส 6 คนก็พอกับซีซั่นนี้แล้ว และพวกเขาก็มีคุณภาพสูงมากด้วย"
มีรายงานว่า คาเซมิโร่ เดินทางไปสนามซ้อมวันนี้ เป็นวันสุดท้าย และซ้อมร่วมกับเพื่อนเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นก็กลับเข้าห้องแต่งตัวเพื่อรอเพื่อนๆ และกล่าวอำลากับทุกคนอย่างเป็นทางการ
3
กลางดึกวันที่ 19 ส.ค. ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ขึ้น Here we go ยืนยันว่าคาเซมิโร่ย้ายทีมแน่นอน 100%
----------------------
[ ดีลวันที่สี่ - 20 สิงหาคม 2022 ]
เรอัล มาดริด ขึ้นคลิปวีดีโอ #GraciasCasemiro เป็นการขอบคุณความพยายามอันยาวนาน
ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส เขียนสาส์นอำลาด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะสามประสานสุดยอดที่ร่วมกันคว้าแชมป์มากมาย จะสิ้นสุดการเดินทางร่วมกันตรงนี้
ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศ Official ในเว็บสโมสร ว่าตกลงกับเรอัล มาดริดเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เรื่องวีซ่า และ ตรวจร่างกาย ซึ่งก็ไม่ควรจะมีปัญหาอะไร คาเซมิโร่ จะกลายเป็นนักเตะใหม่ของทีมปีศาจแดงอย่างแน่นอน
มันเป็นจังหวะที่ทุกอย่างลงตัวพอดี เรอัล มาดริด ยอมขายเพราะได้ราคาที่ดีพอ ส่วนคาเซมิโร่ ก็ต้องการหาความท้าทายใหม่ และจะมีอะไรท้าทายไปกว่าการกู้ชีพทีมปีศาจแดงตอนนี้ แถมเป็นสัญญาระยะยาวฉบับสุดท้ายของเขา ที่จะโกยเงินก้อนโต ก่อนจะรีไทร์อีกด้วย
2
ตามปกติการดีลของแมนฯ ยูไนเต็ด กับผู้เล่นคนอื่นๆ จะมีความยืดเยื้อเป็นมหากาพย์ แต่ดีลคาเซมิโร่ จบแค่ 4 วันเท่านั้น ถือว่าเร็วสุดๆ จริงๆ
[ แมนฯ ยูไนเต็ดจะได้อะไรบ้าง ]
อย่างแรกคือเรื่องในสนาม คาเซมิโร่ เป็นผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวรับขนานแท้ เป็น Expert ในการเป็นกองกลางตัวรับ
1
ตอนอายุ 12 คาเซมิโร่เริ่มเล่นจากตำแหน่งกองหน้า เขาไปคัดตัวเข้าสโมสรเซาเปาโล โดยตอนนั้นมีเด็กๆ 300 คน มาร่วมคัดตัวด้วย แต่สโมสรจะเอาแค่ 50 คนเท่านั้น
คาเซมิโร่เล่าว่า "ผมจำได้ดีเลยตอนนั้นโค้ชถาม 300 คนว่า ใครเล่นกองหน้าบ้าง มีเด็กประมาณ 40 คนยกมือกันสลอนเลย ผมเลยบอกกับตัวเองว่า 'คู่แข่งเยอะเป็นบ้าเลย งั้นเราไม่ไปแข่งเป็นกองหน้ากับเขาดีกว่า' จากนั้นโค้ชถามว่า แล้วใครเล่นกองกลางตัวรับบ้าง มีแค่ 7-8 คนที่ยกมือ ผมเลยคิดในใจว่า 'โอเค งั้นเราเป็นมิดฟิลด์ตัวรับละกัน' " และสุดท้ายคาเซมิโร่ ก็คัดตัวผ่านจริงๆ ซะด้วย
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นคือ ตั้งแต่อายุ 12 เขาเล่นกองกลางตัวรับมาตลอด และไม่เคยเปลี่ยนตำแหน่งไปไหน ในขณะที่ผู้เล่นหลายคน จะเริ่มจากตำแหน่งอื่นมาก่อน แล้วค่อยมาเล่นกลางรับ
อย่างฟาบินโญ่ตอนอยู่เรอัล มาดริด และโมนาโกช่วงแรกๆ เล่นแบ็กขวาอย่างเดียวเลย แต่ค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาเป็นมิดฟิลด์ตอนหลัง หรือเอ็นโกโล่ ก็องเต้ จริงๆ เริ่มจากปีกซ้าย แต่ค่อยๆ พัฒนามาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับช่วงที่อยู่เลสเตอร์นี่เอง
1
แค่คาเซมิโร่นั้นต่างกัน เขาเล่นเกมรับแบบจริงจังมากมาตลอดตั้งแต่เด็ก และผลงานก็บอกคาแรคเตอร์ของเขาอย่างชัดเจน
1
ในลาลีกา ฤดูกาลที่แล้ว (2021-22) ที่เรอัล มาดริดได้แชมป์ สถิติบอกว่า คาเซมิโร่ได้สัมผัสบอลทั้งหมด 2,448 ครั้ง เชื่อหรือไม่ ว่าเป็นการสัมผัสบอลในเขตโทษแค่ 1 ครั้งเท่านั้น มันบ่งบอกว่า หน้าที่ของเขาคือการปัดกวาด การเล่นเกมรับอย่างมีวินัย ไม่ดันขึ้นมั่วซั่วจนทีมเสียบาลานซ์
3
นอกจากนั้น ยังเป็นผู้เล่นที่ทำสถิติ "แย่งบอล" (แย่งจากเท้า และ ตัดลูกส่ง) ได้มากที่สุดในลาลีกา คือเฉลี่ย 9.2 ครั้งต่อเกม เป็นสถิติของตัวรับอย่างแท้จริง
1
ซีเนอดีน ซีดาน เคยกล่าวชมคาเซมิโร่ว่า "ตำแหน่งที่เขาเล่น ถ้าเขาไม่อยู่ ไม่มีใครแทนที่ตรงนั้นได้" คือ มิดฟิลด์ตัวรับขนานแท้ พวกที่ชอบปิดทองหลังพระ เล่นเกมรับแบบรับจริงๆ ไม่อยากเป็นฮีโร่เด่นดัง ในยุคนี้มันหายากมากๆ
1
ดังนั้นเมื่อคาเซมิโร่ย้ายมา เอริค เทน ฮาก ไม่ต้องปวดหัวแล้วว่าจะใช้แม็ค-เฟร็ด หรือ ถอยอีริคเซ่นมาเล่น พวกเขามีกองกลางตัวรับระดับท็อปไฟว์ของโลกอยู่ทั้งคน เป็นประเภทที่แกะซองพร้อมกินได้เลย อย่างน้อยเรื่องกองกลางหลวมก็จะมีคนมาช่วยแก้ปัญหาให้
นอกจากเรื่องในสนามแล้ว สิ่งที่คาเซมิโร่ มีมาตลอดและทำให้แฟนๆ เรอัล มาดริดรักเขา คือสปิริตนักสู้ คิดถึงทีมก่อนตัวเองเสมอ
ย้อนกลับไปในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2019 เรอัล มาดริด ลงเล่นเกมปรีซีซั่นกับ แอตเลติโก้ มาดริด แล้วแพ้ไปยับ 7-3
1
เกมนั้นคาเซมิโร่ไม่ได้ลง เนื่องจากเขาเพิ่งช่วยบราซิลคว้าแชมป์โคปา อเมริกา ดังนั้นจะมีเวลาพักร้อนนานกว่าเพื่อนคนอื่น ไม่ต้องรีบไปปรีซีซั่นเร็วนักก็ได้
แต่คาเซมิโร่ รีบบินไปสมทบกับเพื่อนทันที เขากล่าวว่า "ผมไม่สามารถพักร้อนอยู่คนเดียวแล้วเห็นทีมอยู่ในสภาพแบบนั้นได้ ผมบอกกับลูกสาวของผมว่า 'คุณพ่อต้องไปจัดการปัญหาที่ทำงานให้เรียบร้อยนะ' " แทนที่เขาจะพักผ่อนสบายๆ แต่เข้าไปอยู่กับทีมทันที เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็นตัวเลือกให้โค้ชได้ใช้งานด้วย
1
รูปร่างดี ส่วนสูง 185 ซม. บวกกับคุณสมบัติกลางรับที่ตอบโจทย์ พร้อมทั้งความจริงจังในการซ้อมและการลงเล่น ดังนั้นถ้าเขาปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกได้เร็ว ก็พอจะคาดเดาได้ว่า คาเซมิโร่จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์เพื่อเติมเต็มส่วนที่แมนฯ ยูไนเต็ดขาด
1
คือถ้าคิดจะหาผู้เล่นกองกลางตัวรับสักคน แทนที่จะไปเอาคนที่ครึ่งๆ กลางๆ เกรด B ถึง B+ แบบราบิโอต์ ก็จ่ายแพงแล้วเอาตัวท็อปแบบคาเซมิโร่ไปเลยให้มันจบเรื่องจบราวกันไป
การได้คาเซมิโร่เข้ามา เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องยอมแลก คือ "เงิน" พวกเขาต้องจ่าย 60 ล้านปอนด์ กับค่าจ้างระดับ 350K เป็นเวลา 5 ปี มันเป็นตัวเลขที่เยอะเว่อร์วังมาก
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่นักเตะอายุเกิน 30 เขาต่อสัญญากันปีสองปี หรือถ้าเป็นตัวท็อปสุดๆ จริงๆ แบบซาลาห์ ก็ยังต่อแค่ 3 ปี แต่แมนฯ ยูไนเต็ด สู้ค่าเหนื่อยไปจนสุดแม็กซ์ 5 ปีเลย
ในจุดนี้สโมสรก็โดนแฟนๆ ตั้งคำถามเหมือนกัน ว่าสโมสรเราจะต้องจ่ายแพงๆ แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ แต่ถ้าคิดตามความเป็นจริง ตอนนี้ทีมอยู่อันดับ 20 ของตารางคะแนน เหมือนคนไข้ที่อาการหนักสุดๆ กำลังจะตายแล้ว
คนกำลังจะตาย ต้องการหมออัจฉริยะมาช่วยผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ยอมจ่ายค่าหมอแพงๆ ไว้ก่อน เอาให้ชีวิตรอดก่อน จากนั้นเรื่องทฤษฎี เรื่องหลักการทั้งหลาย ค่อยตามมาทีหลัง ตอนนี้ต้องกู้ชีพให้ได้เป็นเป้าหมายแรก
ในภาษาอังกฤษ เราจะเรียกกันเซ็นสัญญาผู้เล่นอย่างคาเซมิโร่ว่า Marquee Signing หรือการคว้าตัวซูเปอร์บิ๊กเนม ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของสโมสรในฤดูกาลนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ
แต่ ... อย่างที่ทุกคนรู้ว่า พรีเมียร์ลีก คือลีกปราบเซียน นักเตะสตาร์บราซิลหลายคน มาเล่นลีกนี้แล้วพินาศกลับไปก็เยอะ เช่น โรบินโญ่, อเล็กซานเดร ปาโต้, เคลแบร์สัน ฯลฯ ดังนั้นคาเซมิโร่อาจจะเหนื่อยกว่าที่คิดก็ได้ ใครจะรู้
1
บทสรุปของเรื่องนี้ คือเราต้องติดตามกันต่อไป ว่าผู้เล่นอย่างคาเซมิโร่ ที่ประสบความสำเร็จทุกอย่างมาแล้ว จะกอบกู้ทีมปีศาจแดงให้ฟื้นจากปากเหว หรือจะร่วงไปอยู่ปากเหวร่วมกับเฟร็ด และ แม็คโทฯ เป็นอะไรที่เดาได้ยากจริงๆ
#TURNINGPOINT
16 บันทึก
71
7
19
16
71
7
19
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย