24 ส.ค. 2022 เวลา 03:30 • ธุรกิจ
เจาะลึก การร่วมงานกับ Harry Potter และ Disney จาก คุณอูน Diamond Grains
“ลูกค้า ไม่ได้มีหน้าที่ รองรับความชอบของเรา”
ประโยคนี้ มาจากคุณอูน เจ้าของ Diamond Grains และแฟนตัวยงของ Harry Potter และ Disney ที่จะอธิบายว่า ทำไมทำธุรกิจมานานถึง 10 ปี แต่เพิ่งจะร่วมงานกับ Harry Potter และ Disney ทั้ง ๆ ที่ทีมงานของเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็มาชักชวนให้ร่วมงานกันนานแล้ว
1
ซึ่งล่าสุดหลาย ๆ คนอาจจะได้เห็นสินค้าในอาณาจักร Diamond Grains หลายชิ้น ที่ทำงานร่วมกับ Disney และ Harry Potter ไม่ว่าจะเป็น
ชีตมาสก์หน้า ลาย “ปีเตอร์ แพน” จากแบรนด์ “Moleculogy”
เสื้อยืดจากแบรนด์ “Home To My Heart” ที่ถูกสกรีนด้วยลายเจ้าหญิง Disney
หรือกระติกน้ำที่มีสติกเกอร์ลายเจ้าหญิง Disney ในแบรนด์ “ผักฉ่ำ คำหอม”
แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ ก็คือ การทำงานร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นอย่างไร ?
วันนี้ลงทุนเกิร์ล จะพาทุกคนไปเจาะลึก การทำงานกับแบรนด์ระดับโลก ในแบบฉบับของคุณอูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ กันค่ะ
ในความคิดของคุณอูน การร่วมงานกับเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้ง Disney และ Harry Potter เริ่มต้นจาก “ความโชคดี” ที่ทั้ง 2 บริษัทเป็นฝ่ายติดต่อทาง Diamond Grains มาด้วยตัวเอง
แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่า การซื้อลิขสิทธิ์ของบริษัททั้ง 2 รายนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะยิ่งเป็นแครักเตอร์ที่มีผู้คนรู้จักในระดับโลก เจ้าของลิขสิทธิ์ก็คงไม่อยากนำภาพลักษณ์มาเสี่ยง จึงทำให้ต้องมีการคัดเลือกที่เข้มงวด
แล้วทาง Disney และ Harry Potter กำลังมองหาอะไร ถึงมาเอ่ยปากชวน Diamond Grains ร่วมงาน ?
อันดับแรก คือ ผลการดำเนินงานของบริษัท
เนื่องจากทางเจ้าของลิขสิทธิ์เอง ก็ต้องมั่นใจว่า เป็นสินค้าที่ทำออกมาแล้วจะขายได้ และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของแครักเตอร์ถูกลดทอนลง จนกลายเป็นสินค้าที่ขายไม่ออก
รวมถึงการเลือกร่วมงานกับแบรนด์หนึ่ง ก็เท่ากับว่า ในช่วงเวลานั้นเจ้าของลิขสิทธิ์ จะเสียโอกาสในการร่วมงานกับแบรนด์อื่น ๆ ที่ทำธุรกิจคล้าย ๆ กัน
ดังนั้น หากจะต้องให้เลือกร่วมงาน กับแบรนด์ที่ขายสินค้าคล้าย ๆ กัน สิ่งที่จะใช้พิจารณาได้ง่ายที่สุด ก็คือ ผลการดำเนินงานของบริษัท
ซึ่งถ้าหากเราพิจารณาจาก ผลประกอบการของ บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด เจ้าของ Diamond Grains จะพบว่า
ปี 2562 รายได้ 225 ล้านบาท กำไร 30 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 220 ล้านบาท กำไร 15 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 459 ล้านบาท กำไร 90 ล้านบาท
รายได้ เติบโตเฉลี่ย 43%
กำไร เติบโตเฉลี่ย 73%
โดยเฉพาะในปี 2564 ที่รายได้ของบริษัท เติบโตจากปีก่อนหน้า สูงถึง 109% เนื่องจากบริษัทมีการขยายธุรกิจใหม่ ๆ เช่น
- Moleculogy แบรนด์อาหารเสริม
- Aurora's Potion แบรนด์ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
- ผักฉ่ำ คำหอม แบรนด์อาหารมังสวิรัติโฮมเมด
รวมทั้ง ในปีนี้ Diamond Grains ก็ยังคลอดแบรนด์น้องใหม่ อย่าง Home To My Heart แบรนด์เสื้อผ้า และสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายกับตัวตนของตัวเอง และขจัดปัญหา Toxic บนโลกออนไลน์ จากการวิจารณ์รูปลักษณ์ต่าง ๆ
จากแบรนด์ทั้งหมดนี้ ทำให้เครือ Diamond Grains มีสินค้าหลากหลายประเภท ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ และเป็นอีกจุดเด่นสำคัญ ที่ทำให้ Disney สนใจในบริษัท Diamond Grains
เนื่องจากตัวละครทุกตัวของ Disney มีการกำหนด “ภาพลักษณ์” และ “เรื่องราว” ที่ชัดเจน ว่าควรจะจับคู่กับสินค้าประเภทไหน ?
ดังนั้น การที่ Diamond Grains มีสินค้าที่หลากหลาย ก็ช่วยเพิ่มตัวเลือกให้กับ Disney ในการเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับแครักเตอร์ในอาณาจักรมากที่สุด
ซึ่งความท้าทายในการร่วมงานกันก็คือ “การหาวิธีจับคู่ที่ลงตัว”
สำหรับในเคสของ Harry Potter ที่ตัวละครมีแครักเตอร์ลึกล้ำ ทาง Diamond Grains ก็ต้องเชื่อมโยง สินค้าให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ “จินตนาการของเจ้าของลิขสิทธิ์”
1
เช่น กลิ่น “Hogwarts” ที่แบรนด์ Aurora’s Potion ปรุงขึ้นมาใหม่ และนำไปใช้ในโรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี
โดยเริ่มจากที่ทางเจ้าของลิขสิทธิ์จะส่ง “กลิ่นตัวอย่าง” ของ Hogwarts มาให้แบรนด์ Aurora’s Potion เห็นภาพว่า กลิ่น Hogwarts มีอารมณ์ประมาณไหน
หลังจากนั้น ทาง Aurora’s Potion ก็จะนำกลิ่นนั้น มาปรับให้เป็นสไตล์ของแบรนด์มากขึ้น
แล้วจึงค่อยส่งกลิ่นที่ปรุงขึ้นใหม่ ไปให้บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้อนุมัติ
ส่วนการทำงานร่วมกับ Disney ก็เช่นกัน
เพราะทาง Diamond Grains ต้องมีการศึกษา และ “เข้าใจเรื่องราว” ของตัวละครนั้นจริง ๆ เพื่อที่จะดึงเสน่ห์ของแต่ละแครักเตอร์ ออกมาอยู่ในสินค้าให้ได้มากที่สุด รวมถึง “คุณภาพ” ของสินค้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแบรนด์ระดับโลก
อย่าง ชีตมาสก์ คอลเลกชัน “Peter Pan Made with Pixie Dust”
ที่มีส่วนช่วยเรื่องความอ่อนเยาว์ ตรงตามคอนเซปต์ของ “ปีเตอร์ แพน” หัวหน้าเด็กหลงทาง ผู้ปฏิเสธการเติบโต ส่วนเรื่องคุณภาพก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะผลิตจากโรงงานในประเทศเกาหลีใต้ 100%
หรือจะเป็น เสื้อยืด จากแบรนด์ Home To My Heart ที่สกรีนลายเจ้าหญิงดิสนีย์ หลากหลายเชื้อชาติและสีผิว เพื่อเป็นตัวแทนให้เห็นว่า แม้เราจะต่างวัฒนธรรม แต่ก็สามารถสนับสนุนกันได้เสมอ และยังตรงกับคอนเซปต์ของ Home To My Heart ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจกับตัวตนของตัวเอง
นอกจากนี้ คุณอูนก็ยังได้แบ่งปัน แนวคิดในการตัดสินใจร่วมงานกับทั้งสองเจ้าของลิขสิทธิ์ว่า
“เรื่องราวที่หยิบมาเล่าต่อต้องเป็นประโยชน์”
สินค้าที่ทำออกมาแล้ว เราสามารถส่งสารอะไร กลับไปในสังคมได้บ้าง
อย่างเช่น การร่วมงานระหว่างแบรนด์ Home To My Heart กับ Disney
- เสื้อยืดเจ้าหญิง จะมาในธีม “Racial Equality” หรือก็คือ ความเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติ
- เสื้อยืดคนแคระทั้ง 7 ที่แสดงถึง แครักเตอร์ที่แตกต่างกันของคนในสังคม
ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มเนิร์ด, คนขี้หงุดหงิด, คนขี้อาย ไปจนถึง คนขี้เซา
แต่เราทุกคนสามารถอยู่ด้วยกันได้ และความแตกต่างนี้เอง ที่ทำให้การอยู่ด้วยกัน สนุกยิ่งขึ้น
ดังนั้น คอนเซปต์ของสินค้าแต่ละชิ้น ที่คุณอูนได้วางไว้
จึงเป็นเหมือนการสร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ให้ทุกคนได้รับรู้
ควบคู่ไปกับ การทำธุรกิจ ที่ไม่เพียงโฟกัสแค่เฉพาะตัวเลข ของรายได้หรือกำไรเพียงอย่างเดียว
แต่มันยังเป็นเหมือนการได้สร้างคอมมิวนิตีเล็ก ๆ ที่ให้ทั้งคุณอูนและลูกค้า ได้ร่วมกันแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ด้วยกัน..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
สำหรับใครที่สงสัยว่า เพลง “เฮอร์ไมโอน้อง” ต้องผ่านการอนุมัติจาก J. K. Rowling ก่อนหรือไม่ ?
คำตอบคือ เพลงนี้เป็นการใช้งานลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยชอบ หรือ Fair Use ทำให้เพลงไม่ติดลิขสิทธิ์
 
รวมถึงชื่อตัวละครต่าง ๆ ในบทเพลง ไม่ว่าจะเป็น เฮอร์ไมโอนี่, จัสมิน และสโนว์ไวท์ ก็คือ ชื่อเรียกทั่วไป (Generic Name) ที่ไม่มีการจด Trademark
Sponsored by JCB
JCB แฮปปี้ทุกไลฟ์สไตล์ มากกว่าส่วนลดและสิทธิประโยชน์ แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ในการใช้บัตรเครดิต JCB อย่างคุ้มค่าตลอดทั้งปี รวบรวมทั้งร้านอาหารชั้นนำ ปั๊มน้ำมัน ซูเปอร์มาเก็ต แพลตฟอร์มการสั่งอาหาร ส่วนลดการจองที่พัก ร้านค้าชั้นนำอีกมากมายทั้งหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์อีกกว่า 100 ร้านค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ติดตามได้ที่ www.facebook.com/JCBCardThailandTH และ LINE Official Account : @JCBThailand (https://bit.ly/JCBTHLine)
#JCBใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา #JCBThailand #JCBOwnHappinessOwnStory
References
-สัมภาษณ์โดยตรงกับคุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทแบรนด์ Diamond Grains
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
โฆษณา