24 ส.ค. 2022 เวลา 06:59 • กีฬา
ลาลีกา ฤดูกาลนี้ เปิดฉากมาแล้ว 2 เกม อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ของแอตเลติโก้ มาดริด ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองทั้ง 2 นัด ได้ลงนัดละ 29 นาทีพอดีเป๊ะ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีเหตุผลซ่อนอยู่ เราจะไปลำดับเรื่องราวด้วยกันตั้งแต่แรก
1
ย้อนกลับไป ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 บาร์เซโลน่าจ่ายเงินมหาศาล 140 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวอ็องตวน กรีซมันน์มาร่วมทีม
ตัวเลข 140 ล้าน แบ่งเป็นค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร, จ่ายเงินกินเปล่าให้นักเตะ 5 ล้านยูโร และ จ่ายเงินชดเชยให้แอตเลติโก้ มาดริด 15 ล้านยูโร เพื่อป้องกันการโดนฟ้อง ที่บาร์ซ่าแอบไปคุยกับนักเตะก่อนจะมาดีลกับสโมสร
ค่าตัวก็แพงแล้ว แต่ค่าเหนื่อยก็โหดไม่แพ้กัน ในสัญญา 5 ปีที่เซ็นกันนั้น บาร์ซ่าจะจ่ายกรีซมันน์แบบ Back Contract คือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 1 ล้านยูโร
2019-20 : 17 ล้านยูโร (สัปดาห์ละ 326,000)
2020-21 : 18 ล้านยูโร (สัปดาห์ละ 346,000)
2021-22 : 19 ล้านยูโร (สัปดาห์ละ 365,000)
2022-23 : 20 ล้านยูโร (สัปดาห์ละ 384,000)
2023-24 : 21 ล้านยูโร (สัปดาห์ละ 403,000)
ก็อย่างที่เขาบอกกันนั่นแหละ ว่ายุคของโจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บาร์ซ่าจ่ายเงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง คิดว่าสโมสรยังไงก็รวย โดนโก่งแค่ไหนก็จ่ายได้ พวกเขาไม่เคยคิดว่าสโมสรจะสูญเสียรายรับมหาศาลจากช่วงโควิด
การย้ายมาของกรีซมันน์ สามารถใช้คำว่าล้มเหลวได้เลย เพราะเขาลงเล่นกับบาร์ซ่าไป 2 ฤดูกาล ไม่สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ทั้งลาลีกา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ โทรฟี่ใบเดียวที่กรีซมันน์ทำได้ คือโกปา เดล เรย์ เท่านั้น
จำนวนประตูก็ยิงได้น้อย คือตอนอยู่แอตเลติโก้ มาดริด กรีซมันน์ไม่เคยยิงได้ต่ำกว่าซีซั่นละ 15 ลูกในลาลีกา แต่พอมาอยู่บาร์ซ่าปั๊บ เขายิงได้ 9 ลูกในปีแรก และ 13 ลูกในปีที่สอง ซึ่งก็นับว่าน่าประหลาดใจ เพราะศักยภาพของตัวรุก ตัวจ่ายบอลที่บาร์ซ่า ดูเหนือกว่าที่แอตเลติโก้ มาดริดชัดๆ
หลังผ่านมา 2 ซีซั่น บาร์ซ่าใช้งานกรีซมันน์ต่อไม่ไหวแล้ว ค่าเหนื่อยแพงขนาดนี้แต่ไม่ตอบแทนอย่างที่คาดหวัง สุดท้ายเลยต้องการจะขายทิ้ง แต่ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ก็หาคนซื้อไม่ได้ จนสุดท้ายมาได้ทางออก เมื่ออดีตต้นสังกัดเดิม แอตเลติโก้ มาดริด ยินดีจะรับกรีซมันน์มาดูแลแบบยืมตัว
1
แอตเลติโก้ มาดริด ขอให้กรีซมันน์ลดค่าเหนื่อยลงจากเดิม 40% ซึ่งกรีซมันน์ตอนนั้น คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ก็เลยตอบตกลง ยอมลดค่าเหนื่อยแล้วกลับมาเล่นให้ทีมตราหมีอีกครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ "เงื่อนไข" ในการยืมตัวของแอตเลติโก้ มาดริดนั้น โจน ลาปอร์ต้าประธานสโมสรบาร์ซ่าคนปัจจุบัน อธิบายไว้ว่า
กรีซมันน์ กับบาร์เซโลน่า มีสัญญาเหลืออยู่ 3 ปี โดยทางแอตเลติโก้ มาดริด จะยืมตัวใช้งานใน 2 ซีซั่นแรก (2021-22 และ 2022-23) แต่ถ้าหากนักเตะลงเล่นในลาลีกา เกิน 50% ของจำนวนนาทีที่สามารถลงได้ ก่อนจะเข้าสู่ซีซั่นที่สาม (2023-24) แอตเลติโก้ มาดริด จะต้องถูกบังคับซื้อขาด ด้วยราคา 40 ล้านยูโร
แต่ถ้าหากใน 2 ซีซั่นแรก นักเตะลงเล่นรวมกันไม่ถึง 50% ของจำนวนนาทีที่ลงได้ แอตเลติโก้ มาดริด สามารถส่งกรีซมันน์คืนบาร์ซ่าได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายค่าบังคับซื้อขาด 40 ล้านยูโร
2
ตอนที่บาร์ซ่ารับข้อเสนอนี้ ก็คิดตามคอมม่อนเซนส์ว่า ผู้เล่นระดับกรีซมันน์ คือกองหน้าดีกรีแชมป์โลก และการที่แอตเลติโก้ มาดริด ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้แพงขนาดนี้ ยังไงกรีซมันน์ก็ต้องถูกส่งลงตัวจริงทุกนัดอยู่แล้ว กับเงื่อนไขลงเล่นเกิน 50% ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ในมุมของบาร์ซ่า ไม่ต้องจ่ายค่าเหนื่อย 3 ปีที่เหลือ และขายคืนได้ 40 ล้านยูโรก็ยังดี อย่างน้อยก็ได้เงินก้อนอะไรกลับมาบ้าง
เอาล่ะ แต่ความซับซ้อนของเรื่องนี้ก็เกิดขึ้น เพราะตัวกรีซมันน์เมื่อกลับมาเล่นให้แอตเลติโก้ มาดริด เขากลับมีฟอร์มที่ย่ำแย่เหลือเชื่อมาก
ในฤดูกาล 2021-22 กรีซมันน์ลงเล่นในลาลีกาไป 26 เกม ยิงไปแค่ 3 ลูกเท่านั้น และเคยมีช่วงหนึ่งที่เขายิงไม่ได้ 15 เกมติดต่อกันมาแล้ว จนดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ เฮดโค้ชทีมชาติฝรั่งเศส ยอมรับว่าเป็นห่วงกับฟอร์มการเล่นที่ดร็อปลงไปอย่างน่าตกใจขนาดนี้
อายุของกรีซมันน์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันก็ 31 ปี เขาไม่ปราดเปรียวเหมือนเดิม ไม่คมเท่าเดิม จนฝั่งแอตเลติโก้ มาดริด ก็ตั้งคำถามว่า ด้วยค่าเหนื่อยที่แพง และประสิทธิภาพก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น สโมสรยังควรจะจ่ายเงิน 40 ล้านยูโรเพื่อซื้อขาดอีกหรือ?
1
นั่นจึงเป็นที่มาของปฏิบัติการ "ทำลายเงื่อนไขซื้อขาด" โดยแอตเลติโก้ มาดริด หาวิธีที่จะไม่ต้องเข้าเงื่อนไขบังคับซื้อที่ตกลงไว้กับบาร์เซโลน่า
และวิธีนั้น คือการทำให้กรีซมันน์ลงเล่น ต่ำกว่า 50% ของจำนวนนาทีที่เขาสามารถลงได้
การนับเงื่อนไข 50% จะนับเฉพาะเกมที่เขา Available นั่นคือ มีชื่อเป็นตัวจริง หรือตัวสำรอง แต่ถ้าเกมไหนที่กรีซมันน์บาดเจ็บหรือโดนแบน ไม่มีชื่อใน Squad จะไม่ถูกนับรวม
คิดตามหลักคณิตศาสตร์จะอธิบายได้ดังนี้ มันซับซ้อนนิดนึง แต่ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดนะครับ
1
-------------------
1) ในฤดูกาลแรก (2021-22) กรีซมันน์มีชื่ออยู่ใน Squad ของแอตเลติโก้ มาดริด ทั้งหมด 37 เกม
- ลาลีกา 27 เกม
- ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 9 เกม
- โกปา เดลเรย์ 1 เกม
37 เกม เมื่อแปลงเป็นนาที (37 x 90) จะได้เท่ากับ 3330 นาที
2) แต่กรีซมันน์ไม่ได้ลงเล่น 3330 นาทีเต็มๆ ในฤดูกาลแรกเขาลงเล่นให้แอตเลติโก้ มาดริดทั้งหมด 2256 นาที เท่านั้น คิดเป็น 67.7% ของจำนวนนาทีทั้งหมด
1
4) เมื่อแอตเลติโก้ มาดริด ตั้งใจแล้วว่าจะไม่ซื้อขาด พวกเขาจะต้องทำยังไงก็ได้ เพื่อให้จำนวนนาทีของกรีซมันน์ที่ลงเล่นในฤดูกาลที่ 2 เมื่อเอาไปบวกกับนาทีของฤดูกาลแรก รวมกันแล้วลดต่ำลงไม่เกิน 50% ของจำนวนนาทีที่ Available
5) ปัญหาคือเมื่อในเมื่อฤดูกาลแรก กรีซมันน์ลงเล่นไปถึง 67.7% (ซึ่งเกินตัวเลข 50% ไปแล้ว ถึง 17.7%) ดังนั้นในฤดูกาลที่สอง กรีซมันน์ก็ต้องลงเล่น น้อยกว่า 50% ไป 17.7% หรือคิดเป๊ะๆ คือ 32.3%
6) แปลว่าถ้าหากในฤดูกาลที่สอง กรีซมันน์ มีชื่อใน Squad 37 เกมเท่าเดิม แปลว่าเขาจะมีลิมิตลงเล่นได้ไม่เกิน 1075 นาทีเท่านั้น (32.3% ของ 3330)
7) เมื่อเอา 1075 นาที ÷ 37 เกม = 29.05 นาที
2
แปลง่ายๆ ว่า เฉลี่ยแล้วใน 1 เกม กรีซมันน์จะไม่สามารถลงเล่นได้เกิน 29 นาที หรือถ้าจะลงเล่นเกินล่ะก็ ในเกมอื่นก็ต้องลงเล่นให้น้อยลง เพื่อถัวเฉลี่ยให้เท่ากันนั่นเอง
ในฤดูกาลนี้ เกมแรกที่แอตเลติโก้ มาดริด ชนะ เกตาเฟ่ 3-0 กรีซมันน์ได้ลงเล่น 29 นาที โดยเป็นสำรองแทนโตมาส์ เลมาร์
จากนั้นเกมที่สองที่แพ้บียาร์เรอัล เขาก็ได้ลงเล่น 29 นาทีอีก โดยลงมาแทนมาร์กอส ยอร์เรนเต้
1
ดังนั้นเราพอจะเห็นความตั้งใจของแอตเลติโก้ มาดริด ที่ต้องการใช้งานกรีซมันน์ในลาลีกาไม่เกินเกมละ 29 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนนาทีเกินกว่า 50% กฎบังคับซื้อขาดจะได้ไม่ถูกใช้งาน
ทิศทางแบบนี้ ก็พอเดาได้ว่า หลังจบฤดูกาล แอตเลติโก้คงปล่อยกรีซมันน์คืนให้บาร์เซโลน่าแน่นอน
1
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะพวกเขาคงไม่อยากจ่าย 40 ล้านยูโรให้แน่ๆ ในเมื่อตัวนักเตะก็ไม่ได้โชว์ผลงานดีอะไรขนาดนั้น แถมซัมเมอร์ปีหน้าก็อายุ 32 แล้วด้วย สู้เก็บเงินก้อนนี้ไว้ใช้จ่ายอย่างอื่นดีกว่า
ปัจจุบันกองหน้าแอตเลติโก้ก็มีเยอะอยู่แล้ว ชูเอา เฟลิกซ์, อัลบาโร่ โมราต้า, มาเธอุส คุนญ่า และ อังเคล กอร์เรอา คือกรีซมันน์ไม่ได้เป็นคนที่ขาดไม่ได้ขนาดนั้น
ฝั่งกรีซมันน์เองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะถ้าแอตเลติโก้ มาดริด ไม่เซ็นถาวร เขาก็กลับไปรับเงินในสัญญาปีสุดท้ายกับบาร์ซ่าที่ 4 แสนยูโรต่อสัปดาห์ ได้เงินเยอะกว่าปัจจุบันที่อยู่แอตเลติโก้ เสียอีก
ขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสชุดไปลุยฟุตบอลโลกที่กาตาร์นั้น ต่อให้กรีซมันน์ลงเล่นไม่เยอะนัก แต่สเตตัสของเขาก็คือคนสำคัญของทีมชาติ เป็นผู้เล่นที่ยิงประตูสูงสุดในทีมชุดปัจจุบัน ยังไงโควต้าก็นอนมาอยู่แล้ว
ในเรื่องนี้ ถ้ากรีซมันน์ไม่ได้เซ็นถาวรกับแอตเลติโก้จริงๆ คนที่ต้องลำบากใจที่สุดคือบาร์เซโลน่าเนี่ยะแหละ เพราะเงิน 40 ล้านยูโร ก็ไม่ได้ แถมยังต้องจ่ายค่าเหนื่อย 4 แสนยูโรต่อวีก ให้กรีซมันน์ในฤดูกาลหน้าอีกต่างหาก
กองหน้าตอนนี้ก็ล้นทีม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, อุสมาน เดมเบเล่, เฟร์รัน ตอร์เรส, อันซู ฟาติ ยังไม่นับ โอบาเมย็อง, เดปาย หรือ เบรทเวธ อีก ที่ไม่รู้จะอยู่ต่อหรือไม่ คำถามคือกรีซมันน์กลับมา แล้วจะลงเล่นตรงไหน เผลอๆ ต้องจ่ายค่าจ้างฟรีๆ ไปปีนึงซะมากกว่า
เรื่องราวตอนนี้ก็จบลงตรงนี้ ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า แอตเลติโก้ มาดริด จะเปลี่ยนใจ ส่งกรีซมันน์ลงเล่นเยอะขึ้น เพื่อให้ทะลุเงื่อนไข 50% แล้วยอมจ่าย 40 ล้านยูโรหรือเปล่า แต่ดูจากโมเมนตั้มแล้ว ก็คงจะยาก
จะว่าไปแล้ว สำหรับดีลกรีซมันน์ เป็นอีกหนึ่งการซื้อขายที่บาร์ซ่าเสียท่าแอตเลติโก้ มาดริดเต็มๆ
- บาร์ซ่าจ่ายค่าตัวกรีซมันน์แพงมหาศาล แต่ใช้การไม่ได้เลย จน 2 ปีที่มีกรีซมันน์ ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์ได้
- แอตเลติโก้ มาดริด ที่ขายกรีซมันน์ ไปดึงเอาหลุยส์ ซัวเรซมาจากบาร์ซ่า แล้วคว้าแชมป์ลาลีกาได้สำเร็จซะงั้น
1
- บาร์ซ่าใช้งานกรีซมันน์ไม่เป็น แถมค่าเหนื่อยยังแพงเกินเหตุ เลยปล่อยคืนให้แอตเลติโก้ เท่ากับว่า แอตเลติโก้ได้ทั้งเงิน แถมได้นักเตะกลับมาใช้งานเฉยเลย
1
- สัญญายืมตัว บาร์ซ่ากะว่าจะขายขาดได้แน่ แต่ดูแนวโน้มแล้ว จะเสียรู้ให้แอตเลติโก้ มาดริดอีกครั้ง
ฝ่ายหนึ่งได้ทุกอย่าง ฝ่ายหนึ่งเสียทุกอย่าง บาร์ซ่าคงต้องเอาเคสนี้มาเป็นบทเรียนให้ตัวเองไปอีกนานเลยทีเดียว
#29MINUTES
โฆษณา