#รู้จัก...ชื่อพฤกษศาสตร์ใหม่ของ "เถาวัลย์เปรียง"
เถาวัลย์เปรียง พืชสมุนไพรที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี มีชื่อพฤกษศาสตร์ใหม่ว่า 𝘉𝘳𝘢𝘤𝘩𝘺𝘱𝘵𝘦𝘳𝘶𝘮 𝘴𝘤𝘢𝘯𝘥𝘦𝘯𝘴 (Roxb.) Miq. เดิมเคยใช้ชื่อพฤกษศาสตร์ถึง 18 ชื่อ (มีชื่อพ้อง 18 ชื่อ) โดยมีชื่อดั้งเดิมที่ตั้งชื่อถูกต้องตามกฎเกณฑ์ (basionym) ว่า 𝘋𝘢𝘭𝘣𝘦𝘳𝘨𝘪𝘢 𝘴𝘤𝘢𝘯𝘥𝘦𝘯𝘴Roxb. ตีพิมพ์ในวารสาร Plants of the Coast of Coromandel เล่มที่ 2(4) หน้า 49 ค.ศ. 1805 หรือ พ.ศ. 2348
เถาวัลย์เปรียงจึงมีชื่อพฤกษศาสตร์เป็นของตัวเอง เมื่อ 217 ปีมาแล้ว ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศเวท สิริจามร อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ดร. Fredericus Arnoldus Constantin Basil Adema นักพฤกษศาสตร์ชาวดัชต์ ได้ย้ายเถาวัลย์เปรียงและพืชชนิดอื่นที่อยู่ในสกุล 𝘋𝘦𝘳𝘳𝘪𝘴 ไปอยู่ในสกุล 𝘚𝘰𝘭𝘰𝘳𝘪 ใช้ชื่อพฤกษศาสตร์ใหม่ว่า 𝘚𝘰𝘭𝘰𝘳𝘪 𝘴𝘤𝘢𝘯𝘥𝘦𝘯𝘴 (Roxb.) Sirich. & Adema ตีพิมพ์ลงในวารสาร Taxon เล่มที่ 63(3) หน้า 533 ค.ศ. 2014
ในปี ค.ศ. 2017 คณะกรรมการชื่อพฤกษศาสตร์ของพืชมีท่อลำเลียง (NCVP) ได้เห็นชอบให้สงวนชื่อสกุล 𝘉𝘳𝘢𝘤𝘩𝘺𝘱𝘵𝘦𝘳𝘶𝘮 ไว้เหนือชื่อสกุล 𝘚𝘰𝘭𝘰𝘳𝘪 ตามข้อเสนอของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศเวท สิริจามร และ ดร. Fredericus Arnoldus Constantin Basil Adema ที่เสนอตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 ชื่อสกุล 𝘉𝘳𝘢𝘤𝘩𝘺𝘱𝘵𝘦𝘳𝘶𝘮 จึงเป็นชื่อที่ถูกต้อง และชื่อของเถาวัลย์เปรียงจึงกลับไปใช้ชื่อเดิมที่ตั้งไว้โดย ดร. Friedrich Anton Wilhelm Miquel ในปี ค.ศ. 1855 คือ 𝘉𝘳𝘢𝘤𝘩𝘺𝘱𝘵𝘦𝘳𝘶𝘮 𝘴𝘤𝘢𝘯𝘥𝘦𝘯𝘴 (Roxb.) Miq.
ล่าสุด ในปี ค.ศ. 2019 และ ค.ศ. 2020 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศเวท สิริจามร และ ดร. Fredericus Arnoldus Constantin Basil Adema ได้ย้ายชื่อชนิดทั้งหมดที่เคยตีพิมพ์ไว้ในสกุล 𝘚𝘰𝘭𝘰𝘳𝘪 ในปี ค.ศ. 2014 มาอยู่ในสกุล 𝘉𝘳𝘢𝘤𝘩𝘺𝘱𝘵𝘦𝘳𝘶𝘮 ตีพิมพ์ลงในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) เล่มที่ 48(1) หน้า 57-60 ค.ศ. 2020
เถาวัลย์เปรียง เป็นไม้เถาเนื้อแข็งหรือไม้พุ่มรอเลื้อย ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยเรียงตรงข้าม ช่อดอกคล้ายช่อกระจะ ยาว 10-28 ซม. กลีบเลี้ยงสีน้ำตาลอมแดงหรือสีน้ำตาลอมเขียว กลีบดอกสีขาวหรือสีขาวอมชมพู ผลเป็นฝักแบน ในไทยพบทุกภาค ต่างประเทศพบที่อินเดีย ศรีลังกา เมียนมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงออสเตรเลีย ในทางสมุนไพร รากและเถาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยเส้นเอ็น บำรุงเส้นเอ็น บำรุงธาตุ ใช้เบื่อปลาและฆ่าแมลง
อ้างอิง :
1. Taxon เล่มที่ 63(3) หน้า 522-538 ค.ศ. 2014
2. Blumea เล่มที่ 64(3) หน้า 278-279 ค.ศ. 2019
3. Thai Forest Bulletin เล่มที่ 48(1) หน้า 57-60 ค.ศ. 2020
4. ความหลากหลายทางชีวภาพพืชสมุนไพรในประเทศไทย เล่ม 1 หน้า 101 สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พ.ศ. 2559
ที่มา : สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
โฆษณา