26 ส.ค. 2022 เวลา 15:32 • หุ้น & เศรษฐกิจ
TIPH : บริษัทประกันภัยแรกในรูปแบบ Holding Company
(เสริมเนื้อหาทำความเข้าใจอุตสาหกรรมประกัน อย่างง่าย)
โดย VI มือใหม่
1
[ทำความเข้าใจพื้นฐานบริษัทประกัน และประเภทของบริษัทประกัน]
บริษัทประกันภัยนั้น สำหรับผมนิยามเป็น Financial Company รูปแบบหนึ่ง หน้าที่หลัก ๆ คือให้บริการคุ้มครองลูกค้าภายใต้ข้อตกลงที่เขียนไว้ในกรมธรรม์ โดยมีภาระผูกพันธ์เป็นเงินที่รับมาล่วงหน้าจากลูกค้า ซึ่งต้องทำหน้าที่บริหารเงินก้อนนั้นไปด้วยอีกทางหนึ่ง
โดยบริษัทประกันจะถูกแบ่งออกเป็น 2 + 2 กลุ่ม
2 กลุ่มแรกคือ ตามรูปแบบของกรมธรรภ์เลยครับ
  • 1.
    ประกันชีวิต (Life Insurance) เช่น BLA TLI เป็นบริษัทประกันที่ให้ความคุ้มครองในรูปแบบเสียชีวิต อาจจะในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างกันไป
  • 2.
    ประกันวินาศภัย เช่น TIPH BKI SMK เป็นการให้บริการประกันในรูปแบบการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสินทรัพย์ (ในทีนี้รวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับบุคคลด้วย) เป็นลักษณะประกันที่อายุสั้น ๆ ส่วนใหญ่จะจบใน 1 ปี
  • ประกันชีวิต
ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต มี 5 ประเภทหลัก ๆ
ประกันภัยอย่างเดียว มี 2 ผลิตภัณฑ์
- Term Insurance (ประกันชีวิตแบบจำกัดช่วงเวลา) โดยจำกัดระยะเวลาคุ้มครอง 1-30 ปี
- Whole Life Insurance เป็นประกันสุดฮิต ที่ทุกคนคงคุ้นเคยกันดี พูดง่าย ๆ คือ จ่ายเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดเช่น 10 ปี แล้วจะคุ้มครองจนกว่าเราจะเสียชีวิต (ระยะการคุ้มครองถึงอายุ 90-99 ปี)
แบบควบการลงทุน มี 3 ผลิตภัณฑ์
- แบบสะสมทรัพย์
- Unit Link
- แบบควบการลงทุน
(คร่าว ๆ คือ เป็นประกันที่ให้ผลตอบแทนด้วย ตามข้อตกลงในกรมธรรม์)
Cr. ธนาคารไทยพาณิช
ขอกระซิบแบบนี้ครับ อะไรที่ Bundle มามักไม่ได้ถูกจริง เพราะ 3 ผลิตภัณฑ์ท้าย คนขายประกันจะได้ค่าคอมสูงมาก รวมถึงบริษัทประกันกำไรดีสุด ๆ
(เขาถึงเชียร์เราซื้อไง)
** จะเห็นได้ว่าธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต จะมีการกินเวลายาวนานมาก ๆ
(เก็บข้อสังเกตุนี้ไว้ แล้วผมจะอธิบายในส่วนถัดไปครับ)
  • ประกันวินาศภัย
เป็นประกันที่มีรูปแบบหลากหลายมาก หากพูดรวม ๆ มันคือประกันที่เกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด กับตัวเราและทรัพย์สิน โดยประกันวินาศภัยที่เราคุ้นเคย เช่น ประกันอัคคีภัย อุทกภัย ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันรถยนต์
1
ตัวอย่างหุ้นประกันภัย เช่น TIPH BKI
** จุดร่วมสำคัญของประกันพวกนี้คือ คุ้มครองเมื่อจ่ายเบี้ยประกัน และจ่ายเสียเปล่า หากครบระยะเวลาสิ้นสุด ก็จบกันไป
ดังนั้นระยะเวลาการคุ้มครอบจะสั้นกว่าประกันชีวิตมาก
+2 อีก 2 ประเภทเป็นธุรกิจที่ Supply Chain อุตสาหกรรม
  • บริษัทรับประกันภัยต่อ
มีลักษณะเหมือนข้อ 1 หรือ ไม่ก็ข้อ 2 ทุกประการ เพียงแต่จะไม่มีการหาลูกค้าเอง แต่จะรับลูกค้าต่อมาจากบริษัทประกันที่มีนายหน้า
( ทำไมต้องส่งต่อ ?) เป็นหนึ่งในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกัน ที่ผลักภาระของการรับผิดชอบที่เกินกว่าการควบคุมความเสี่ยงออกไป อาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เห็นแล้วว่ามีความเสี่ยงสูงในการเครม หรือลูกค้าที่เกรดไม่ดี ก็ตัดออกไปในลักษณะเหมาก้อนให้บริษัทอื่นมารับความเสี่ยงตรงนั้นต่อไป ส่วนฝั่งผู้รับประกันภัยต่อก็ได้ความสะดวกในการหาลูกค้า ไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า ถือว่า WIN WIN ทั้ง 2 ฝ่าย
ตัวอย่างบริษัทรับประกันภัยต่อ เช่น THRE
  • Broker ประกันภัย
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งตรงกันข้ามกับ บริษัทรับประกันภัยต่อคือ Broker ประกันภัย จะทำหน้าที่หาลูกค้า แต่ไม่รับคุ้มครองเอง รับค่านายหน้าอย่างเดียว โดยรูปแบบธุรกิจนี้กำลังมาแรงเป็นรูปแบบการ Transform ประกันภัยบางอย่างเป็นในรูปแบบ Digital สามารถทำประกันผ่าน Application หรืออินเตอร์เนตได้เลย ส่วนใหญ่จะเป็นประกัยภัยง่าย ๆ เช่น ประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น
2
ตัวอย่างโบรคเกอร์ประกันภัย เช่น TQR ASN
[รายได้ และการทำกำไรของบริษัทประกัน]
จากที่ผมเกริ่นไว้ในความแตกต่างหลัก ๆ ของประกันชีวิต และประกันวินาศภัยคือ “ระยะเวลา” คุ้มครอง เพราะระยะเวลาตรงนี้คือบอกถึงเราจะรับรู้ถึงเบี้ยประกันจ่ายที่จะเกิดขึ้นจากกรมธรรภ์นั้น ๆ
- หากเป็นประกันวินาศภัย 1-3 ปี หากหมดระยะเวลาคุ้มครองกำไรของบริษัทคือ เบี้ยประกัน - การเครม รับรู้กำไรที่แท้จริงได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ความยากมันอยู่ที่ประกันชีวิต ที่กว่าจะรู้ว่าจะต้องจ่ายสุทธิเท่าไหร่ก็ปาไปหลายสิบปีในบางเคส
การคำนวณเบี้ยประกัน และความคุ้มครองจึงใช้สถิติขั้นสูงเข้ามาคำนวณเหมือน Casino ซึ่งบ.ประกันภาพรวมต้องไม่แพ้ !!
ทีนี้ในเมื่อบริษัทประกันจะรับเงินของผู้ทำประกันมาก่อนแล้วหากไม่นำเงินไปทำอะไรเลย ก็จะเกิดค่าเสียโอกาสตรงนี้ ทำให้อีกช่องทางรายได้หนึ่งที่สำคัญคือ “การลงทุน”
ซึ่งความแตกต่างของการลงทุนคือประกันชีวิตจะเน้นการลงทุนเกี่ยวกับตราสารหนี้ พันธบัตร ค่อนข้างมาก เพราะระยะเวลาที่รับเงินมาค่อนข้างนาน จึงต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เป้าหมายชนะเงินเฟ้อในระยะยาวเพียงพอแล้ว
ส่วนบริษัทประกันวินาศภัย จะเน้นลงทุนในตราสารทุน หุ้นกู้หรือหุ้นขนาดใหญ่ มีทั้งส่วนที่ได้ Capital Gain และปันผล
สรุปรายได้บริษัทประกันหลัก ๆ มาจาก 2 ส่วน กำไรจากการขายประกัน และกำไรจากการลงทุน นั่นเอง
[สิ่งที่ไม่รู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมประกัน]
บริษัทประกันเป็นบริษัทต้น ๆ ที่มีความซับซ้อนด้านงบการเงินค่อนข้างสูง แต่มีรายได้หลายส่วนที่ไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน นั่นคือ...
รายได้จากเงินลงทุน และกำไรจากการขายเงินลงทุน
1
รายได้และกำไรในส่วนนี้มีความซับซ้อนของโครงสร้างเงินลงทุนที่บริษัทไปทำไว้ ในบางส่วนมีการบันทึกกำไรขาดทุนเมื่อขายเท่านั้น บางส่วนต้องมีการปรับมูลค่าทุกไตรมาส และบางส่วนรับเป็นเงินปันผล ทำให้การคาดการณ์กำไรกลุ่มนี้เป็นไปได้ยาก แต่ Guildline ภาพใหญ่ ๆ ก็พอมี เช่น บริษัทประกันชีวิต ให้ดูดอกเบี้ยและพันธบัตรรัฐบาล และประกันภัยให้ดู SET100 เป็นต้น
1
[เริ่มต้นพิจารณาบริษัทประกันอย่างไร ?]
  • 1.
    เป็นบริษัทประกันประเภทใด เพราะส่วนนี้จะมีผลต่อการพิจารณาภาพใหญ่ ๆ ของสภาวะเงินลงทุน
  • 2.
    ทิศทางภาพ Macro ของตลาดหุ้น และอัตราดอกเบี้ย
  • 3.
    พิจารณาการเติบโตของประกันภัยรับ
  • 4.
    อัตราการเครมประกัน หรือ Loss rate ว่ามีอัตราที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • 5.
    ** สำคัญ ** การให้บริการประกันภัยรูปแบบแปลก ๆ ที่อาจจะมาพร้อมความเสี่ยงที่สูง เช่นเคสของ เจอ จ่าย จบ ที่ทำให้บ.ประกันหลายแห่งล้มละลาย
เข้าสู่การวิเคราะห์ TIPH
ต้องขออภัยหลาย ๆ ท่านที่มีความรู้ในเรื่องบริษัทประกันดีอยู่แล้วนะครับ ที่ต้องทบทวนเรื่องพื้นฐานของอุตสาหกรรมนี้ก่อน
[โครงสร้างองค์กรของ TIPH]
จากที่รู้กัน TIPH ได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ จากบริษัทเดิม TIP โดยรูปแบบ Holding ได้ปลดล็อคศักยภาพในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น เช่นการรวมบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันภัยไว้ภายใต้บริษัทเดียวกัน หากเป็นบริษัทเดี่ยว ๆ จะทำไม่ได้ตามกฎหมายเกี่ยวกับบริษัทประกัน
โดยจาก Vision ของผู้บริการได้วาง model การลงทุนไว้ว่า
TiPH จะลงทุน 75% เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย
- ประกันวินาศภัย (รายได้หลัก)
- ประกันชีวิต (TIP Life) ปัจจุบันถือผ่าน TIP สัดส่วน 17%
- บริษัท Support ประกัน *** (มีพูดถึง Part สุดท้าย)
25% เป็นธุรกิจอื่น ๆ
- ตอนนี้มีวางแผนทำบริษัทปล่อยกู้อสังหาริมทรัพย์ *** (มีพูดถึง Part สุดท้าย)
จะเห็นได้ว่าถึงแม้ TIPH จะมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เป็น holding company แต่ก็ยังมีการลงทุนหลัก ๆ ในอุตสาหกรรมประกัน แต่ความน่าสนใจอยู่ไส้ในของธุรกิจประกันที่เขาต่อยอดนี่แหละครับ *** (มีพูดถึง Part สุดท้าย)
Cr. TIPH Oppday Q2/2022
[โครงสร้างรายได้ของ TIPH]
โครงสร้างรายได้ใน 2 ไตรมาสล่าสุด
  • TIPH มีรายได้หลัก ๆ มาจากประกันภัยกลุ่ม Non-Auto [เป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม]
  • สัดส่วนรายได้ non-auto รวมกันประมาณ 76%
หากพิจารณาสัดส่วนรายได้ย้อนหลัง
  • ประกันกลุ่ม Auto มีสัดส่วนที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมไปถึงประกันอัคคีภัย และประกันเบ็ดเตล็ด
  • กลุ่มที่มีสัดส่วนลดลงเป็นกลุ่มประกันอุบัติเหตุ
สาเหตุของการเติบโตในประกัน Auto มาจากการมีปัญหาของบริษัทประกันภัยหลายรายโดยเฉพาะ SMK ที่เป็นอันดับ 2 ในประกันหมวด Auto
[งบการเงิน]
1. เบี้ยประกันภัยรับ และเบี้ยประกันสุทธิที่ถือเป็นรายได้
การรับรู้รายได้ของบริษัทประกันภัย ค่อนข้างแตกต่างจากบริษัทปกติ
โดยรายได้หลัก ๆ ด้านประกันภัย จำเป็นต้องหักลบประกันภัยส่งต่อออกเสียก่อน โดยรายได้จริง ๆ จะเรียกว่า "เบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่ถือเป็นรายได้"
1
เบี้ยประกันภัยรับทั้งหมด - เบี้ยประกันภัยส่งต่อ - สำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ = เบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่ถือเป็นรายได้
สาเหตุในการส่งต่อเบี้ยประกันภัยนั้นเคยกล่าวไปข้างต้นเป็นการบริการจัดการความเสี่ยง รับประกันเฉพาะส่วนที่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้
  • จากกราฟ : รายได้ประกันภัยสุทธิมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • ข้อสังเกตุประกันภัยรับทั้งหมจะมี Seasonal ค่อนข้างชัดเจนคือ พีค Q4
2. หมวดรายได้อื่น ๆ
  • รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ
ในการส่งต่อประกันภัยนั้น ไม่ได้ส่งต่อฟรี ๆ แต่จะได้ค่านายหน้าคืนมาด้วย ซึ่งรายได้ส่วนนี้ก็จะเติบโตตามยอดประกันภัยที่บริษัทส่งต่อ
  • รายได้จากการลงทุน และกำไรจากการลงทุน
จะเห็นว่าคาดการณ์ได้ยากจริง ๆ กับรายได้และ กำไรจากส่วนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกำไรจาก 3 ส่วน
- กำไร (ขาดทุน) จากการขายเงินลงทุน
- ปันผลรับ รวมไปถึงดอกเบี้ยรับจากหุ้นกู้
- การปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน (TIPH ไม่ค่อยมีส่วนนี้)
สิ่งที่เราทำได้คือคาดเดาจากภาพรวม Portfolio ของบริษัท โดย TIPH มีสัดส่วนการลงทุนคร่าว ๆ คือ
SET100 ไม่เกิน 30%
Corporate born ไม่เกิน 60%
3. หมวดรายจ่าย
4
  • ค่าสินไหมทดแทน
ค่าสินไหมทดแทนเปรียบเหมือนค่าใช้จ่ายขั้นต้นของบริษัทประกัน โดยใช้หลักเดียวกับรายได้คือ TIPH จะรับผิดชอบค่าสินไหมเฉพาะในส่วนที่เป็นรายได้เท่านั้น ส่วนที่ส่งต่อไปจะได้รับค่าสินไหมคืนจากบริษัทที่เราส่งต่อประกันไป
ค่าสินไหมทดแทนสุทธิ = ค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด - ค่าสินไหมทดแทนรับคืน
  • จากกราฟมีจุดที่น่าพิจารณาคือ สินไหมสุทธิพุ่งสูงมาก ๆ ในช่วงโควิด
ซึ่งนับเป็น One time Event ที่เกิดขึ้น โดยใน Q3/2022 สถานการณ์ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว
4. Loss Ratio
ใช้ Concept เดียวกับ GPM เลย เพียงแต่คิดเป็นส่วนกลับของ GPM เป็นค่าที่บอกถึงอัตราการจ่ายเบี้ยประกันภัยรับต่อเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ
Loss Ratio = สินไหมทดแทนสุทธิ / เบี้ยประกันรับสุทธิ
ภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกับสินไหมทดแทนสุทธิ โดยปกติ Loss Ratio ก่อนโควิดจะอยู่ในช่วง 45-60% เท่านั้น
5. หมวดรายจ่ายอื่น ๆ
  • ค่าใข้จ่ายบำเหน็จ
พูดง่าย ๆ คือค่านายหน้าประกันภัย
  • ค่าใช้จ่ายประกันภัยอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
เปรียบเหมือน SG&A
ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็เติบโตตามเบี้ยประกันภัยรับที่เติบโต แต่ภาพในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนไป โดยการมาของประกันภัยดิจิตอล อาจจะทำให้บริษัทประหยัดค่านายหน้าและค่าการจัดการมากขึ้น
6. กำไรจากการดำเนินธุรกิจประกันกำไรสุทธิ
ผมได้ลองเปรียบเทียบกำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิ
  • ทิศทางของกำไรมีการเติบโต (หากมองข้างช่วงโควิดไป)
(โดยกำไรจากการดำเนินธุรกิจผมได้ตัดกำไรจากเงินลงทุนออกไป)
7. สรุปงบการเงิน
ทิศทางของรายได้ และกำไรมีแนวโน้มที่ดี ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด ที่เป็น One time Event ค่อนข้างมาก
[อัพเดตปัจจัยเร่ง และโอกาสในการเติบโต]
  • UPDATE สถานการณ์ปัจจุบัน
  • 1.
    การควบรวมเป็น Holding Company ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการลงทุนของบริษัท ในตอนนี้บริษัทได้มองหาโอกาสในการเข้าซื้อบริษัทประกันภัยที่ประสบปัญหาอยู่
  • 2.
    ค่าใช้จ่ายด้านโควิดเหลืออยู่ไม่มากแล้ว คาดการณ์น่าจะประมาณ 50-60 ล้านบาท
  • Project ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต
  • 1.
    การเข้าซื้อบริษัทที่ Support ด้านประกันภัย
AMITY --> ทำธุรกิจโบรคเกอร์ประกันภัย
DP Survey --> Insurance Support
** เอราวัลประกันภัย --> มีแผนทำ digital insurance
** InsurVerse --> พัฒนา Application สำหรับให้บริการประกันในรูปแบบ digital insurance มีแผน Launch Q4
1
M&A บริษัทมีที่มีเงิน สัดส่วนการถือ 31% ลงทุนร่วมกับธนาคารออมสิน และบางจาก ให้บริการเงินกู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้าปล่อยกู้ 10,000 ล้านบาทผ่านธนาคารออมสิน
แถม Oppday Q2/2022 Highlight
1.
- เบี้ยประกันเติบโต 8.58% YoY รายได้เติบโต 9.36%
- SG&A ลดลง 4.8%
- ไม่มีเจอจ่ายจบ แต่มีพรบ.ออกมาขยายความคุ้มครองด้านประกันภัยโควิดค่ารักษาพยาบาล ทั้ง Hospitel Home Isolation ทำให้มีค่าใช้จ่ายสินไหมเพิ่มขึ้นมา 67.25% YoY
- หากไม่รวมค่าสินไหมโควิด ค่าเบี้ยเพิ่ม 4.8%
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
2.
- ผลตอบแทนการลงทุนลดลง 27.56% จากสภาวะตลาด
- ค่าสินไหมทดแทน 3813 ลบ. เพิ่มขึ้น 67.25% (เป็นมาจากโควิดทั้งหมด)
- กรมธรรม์โควิดฉบับสุดท้ายสิ้นสุดเดือน 6 และไม่มีอีกแล้ว
- เหลือเฉพระกรมธรรม์โควิดโคม่า ซึ่งมีการเครมน้อยมาก
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
3.
- อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยเติบโต ประมาณ 5% ต่อปีในช่วง 2018-2021
- TIP เติบโตเฉลี่ย double digit
- โดยเฉพาะในช่วง 2H65 ที่เติบโต 8% (หากไม่รวมประกันโควิดเติบโต 15%) ในขณะที่ตลาดเติบโต 2% เนื่องมาจากบ.ประกันหลายบ.ปิดตัวลง และหลาย ๆ บ.เริ่มขาดความน่าเชื่อถือ
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
4.
กำไรจากธุรกิจประกันภัย ถดถอยช่วง 2021-2022(1H) เนื่องมาจากการจ่ายค่าสินไหมโควิด
- หาก Normalize กำไรใหม่ เอาโควิดออก กำไรเติบโตมาตลอด 2019-2022
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
5.
ลักษณะเบี้ยประกันภัยรับจะเป็น Seasonal Q4 > Q1 > Q2 > Q3
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
6.
- การขยาย Holding --> การลงทุน 75% อยู่ในธุรกิจประกัน และอีก 25% ขยายไปยังธุรกิจอื่น ๆ
- หลังจากการก่อนตั้ง Holding ได้ทำตั้งบ.ขึ้นมา 3 บริษัท
1. TIP IB ( Insurance Business)
2. TIP ISB ( Support Business)
- เข้าไป m&a ในบริษัทที่เกี่ยวเนื่องเช่น บ.โบรคเกอร์ประกันภัย (Amity) , บริษัทสนับสนุนธุรกิจประกัน (DP Survey)
3. TIPX ใช้เพื่อลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ เช่น Erawan Insurance ที่มีแผนจะปรับให้เป็น Online Insurance 100%
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
7.
M&A deal #1 DP Survey Financial
- เข้าไปปรับปรุงโครงสร้าง
- รายได้เติบโต 31% กำไรเติบโต 1000%
M&A deal #2 Amity
- 1H65 เบี้ยประกันภัยรับเติบโต 86%, กำไรเติบโต 433%
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
8.
M&A บ.มีที่มีเงิน
TIPH 31%
ออมสิน 49%
บางจาก 20%
- Non bank business
- เป้าปล่อยกู้ 10,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน
1
ลงทุนบ. InsurVerse
- Digital Insurance
- ซื้อประกันผ่านแอป InsurVerse เน้นกลุ่ม Digital Native
- Product Personalize Insurance
Platform ตอนนี้กำลังพัฒนาคาดการณ์ว่าพร้อมเปิดใน Q4/65
Cr. Oppday TIPH Q2/2022
9.
Q&A
11.1 เบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นจากอะไร ?
- เติบโตจากจำนวนกรมธรรภ์ที่เพิ่มขึ้น
- สาเหตุมาจากการเกิดปัญหาของบ.ประกันภัย 5 ราย
- แต่ยังยึดเรื่องการไม่แข่งเรื่องราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า
11.2 ผลิตภัณฑ์ใดมาแทนผลิตภัณฑ์โควิดที่กำลังจะหมดอายุ
- คนเริ่มตระหนักในการทำประกันมากขึ้น เราก็จะสร้างผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้
- ออกผลิตภัณฑ์ กลุ่ม Cyber Insurance
ทั้งนี้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลจากข้อเท็จจริง ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายหุ้น การลงทุนมีความเสี่ยงควรพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านให้พร้อมเสียก่อนลงทุน
หากมีข้อผิดพลาดประการใด สามารถเสนอแนะ ได้เลยนะครับ
VI มือใหม่
Controlling your time is the highest dividend money pays
Morgan Housel
โฆษณา