วิชาคณิตศาสตร์ที่สอนในโรงเรียน หากเป็นหลักสูตรช่วงประถมจะเป็นแบบคู่ปี หมายความว่าในหัวข้อหนึ่งๆจะเรียนซ้ำ 2 ปี เหตุผลเพราะเด็กๆไม่ได้สามารถจะเข้าใจคณิตศาสตร์ได้พร้อมกันทุกคน นักเรียนในห้องอายุเท่าๆกันก็จริง แต่ความพร้อมในแต่ละด้านต่างกัน
ยกตัวอย่าง ป.1 เรียนจำนวนนับ + - x ÷ เด็กบางคนจะได้แค่เรื่องนับเลขและบวกลบ ยังไม่เข้าใจเรื่องคูณหาร พอ ป.2 โรงเรียนจะสอนเรื่อง + - x ÷ อีกที และมีเรื่องใหม่เพิ่มขึ้นมา เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
พอเรียนชั้นสูงๆขึ้น หากมีเรื่องเก่าที่ไม่ยังเข้าใจ ก็จะยิ่งสะสมพอกพูนความไม่เข้าใจจนเป็นก้อนโต แกะไม่ออก จับต้นชนปลายไม่ถูก อีกทั้งเด็กที่เรียนเข้าใจแล้วก็จะพาลเบื่อที่ต้องเรียนซ้ำ
ชั้นมัธยมต้น คณิตศาสตร์จะยิ่งซับซ้อนและมีความเป็นนามธรรมมากขึ้น หากพื้นฐานเดิมไม่ดี บวกกับไม่มีจินตนาการ คณิตศาสตร์จึงกลายเป็นเรื่องที่เข้าไม่ถึง เจตคติในคณิตศาสตร์ของแต่ละคนจะเห็นได้ชัดในช่วง ม.ต้นนี้
ม.ปลายแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นคณิตศาสตร์ที่เด็กทั้งประเทศตั้งข้อสงสัยว่า “เรียนไปทำไม” 55555
หากคุณกำลังเรียนชั้น ม.ต้น แนะนำอย่างนี้ค่ะ
– ลงทุนไปเรียนกับติวเตอร์ เรียนแบบตัวต่อตัว (อย่าไปเรียน รร.กวดวิชา) หอบหนังสือคณิตของโรงเรียนไปด้วย ย้อนเรียนของเก่า นึกดูว่าเริ่มไม่เข้าใจตั้งแต่ตรงไหน
– หาติวเตอร์แบบที่เขาเข้าใจความไม่เข้าใจของเรา
– เรียนตัว:ต่อ ครั้งละ 2 ชม ค่าเรียนอาจจะค่อนข้างแพง จ่ายเป็นครั้งๆค่ะ อย่าเพิ่งจ่ายเป็นคอร์ส เผื่อเรากับติวเตอร์คนนี้จูนกันไม่ติด จะได้หาติวเตอร์คนใหม่
– เข้าใจเนื้อหาเดิมแล้ว ค่อยเรียนในหัวข้อที่อยู่ในหลักสูตรของโรงเรียน เพื่อเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อไปเรียนในห้องเรียน
– ถ้าหาติวเตอร์ไม่ได้ คอร์สออนไลน์ก็มีค่ะ มีให้ทดลองเรียน 1-2 ชม เลือกที่เหมาะกับเรา ติวเตอร์แต่ละคนมีสไตล์การสอนไม่เหมือนกัน ทดลองเรียนแล้วรู้สึกโอเค แต่เรียนๆแล้วไม่เก็ทก็มีเยอะ ทิ้งคอร์สกันเป็นเรื่องปกติ อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจด้วย
– สะสางความไม่เข้าใจเดิมก่อนค่ะ อย่าเพิ่งคิดไปไกล "ไม่สูงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน" ค่ะ
โฆษณา