2 ก.ย. 2022 เวลา 03:49 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
ว่าด้วยเรื่องการสืบทอดบัลลังก์ของราชวงศ์ทาร์แกเรียน (part2)👑
สัญลักษณ์ของบ้านมังกร คือมังกรสามหัว นั่นคือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการพิชิตเจ็ดราชอาณาจักรของเอกอน วิเซเนีย และเรนิส เอกอนไม่ได้ยึดเจ็ดราชอาณาจักรเพียงลำพัง แต่วิเซเนียผู้เป็นพี่สาวและเรนิสผู้เป็นน้องสาวของเขาต่างเข้าร่วมทำศึกยึดดินแดนด้วยเหมือนกัน
วิเซเนีย เอกอน เรนิส
ณ ตอนนั้นก็มีการซุบซิบกันอย่างแผ่วเบาว่า หรือที่จริงแล้ววิเซเนียควรจะได้ครองบัลลังก์ วิเซเนียเป็นพี่สาว เป็นนักรบผู้เก่งกาจ และเป็นผู้ขี่มังกร แต่เสียงซุบซิบนั้นก็ได้เจือจางหายไปตามสายลม เพราะเอกอนได้แต่งงานกับทั้งพี่สาวและน้องสาวของตัวเอง และพวกเขาทั้งสามคนก็ปกครองบัลลังก์ "ร่วมกัน" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เมื่อเอกอนเดินทางออกจากคิงส์แลนดิ้ง เขาก็มักจะให้พี่สาวหรือไม่ก็น้องสาวปกครองและตัดสินใจแทนเขาได้เสมอ
การซุบซิบถึงตำแหน่งรัชทายาทเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเอนิส ทาร์แกเรียน ลูกคนแรกของเอกอนกับเรนิสได้ขึ้นครองบัลลังก์สืบต่อมาเป็นกษัตริย์คนที่สอง เอนิสนั้นมีบุตรคนแรกคือเจ้าหญิงเรนา ทาร์แกเรียน หญิงสาวผู้สง่างามและเป็นผู้ขี่มังกรตั้งแต่เด็ก และมีบุตรคนที่สองคือเจ้าชายเอกอน ทาร์แกเรียน ผู้อ่อนแอและเพิ่งได้ขี่มังกรครั้งแรกเมื่อเป็นวัยรุ่นแล้ว มีการซุบซิบอย่างแผ่วเบาอีกครั้งว่าเรนาอาจจะเหมาะสมกว่า
แต่ทั้งเจ้าหญิงเรนาและเจ้าชายเอกอนก็สยบความขัดแย้งเล็กๆ ครั้งนี้ด้วยการแต่งงานกันเองจึงเป็นที่รู้กันว่าเจ้าชายเอกอนจะได้ครองบัลลังก์สืบต่อไป
แต่เจ้าชายเอกอนก็ไม่ได้ครองบัลลังก์ เมื่อกษัตริย์เอนิสตาย เจ้าชายเมเกอร์ บุตรชายของเอกอนผู้พิชิตกับวิเซเนีย น้องชายของกษัตริย์เอนิส ได้ยึดบัลลังก์จากหลานชายที่อ่อนแอ และเริ่มต้นยุคสมัยที่เหี้ยมโหด จนเมื่อยุคสมัยอันโหดร้ายผ่านไป เจ้าชายเอกอนผู้เป็นทายาทอันแท้จริงก็ตายไปแล้ว ปัญหาเรื่องการสืบบัลลังก์จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง
เมเกอร์ไม่มีบุตร ดังนั้นการสืบบัลลังก์จึงย้อนกลับไปที่เจ้าหญิงเรนาและลูกสาวของนางที่เกิดกับเจ้าชายเอกอน กับเจ้าชายเจเฮริส น้องชายของเรนาและเอกอน (ผู้ซึ่งต่อมาจะได้เป็นกษัตริย์เฒ่า) เจ้าหญิงเรนาในตอนนั้นไม่ได้แสดงความทะเยอทะยานว่าต้องการบัลลังก์เหล็ก บัลลังก์จึงตกไปอยู่กับเจเฮริสแทน
จะเห็นได้ชัดว่าประเด็นเรื่องการสืบทอดบัลลังก์มีมาก่อนหน้านี้แล้วเพราะความไม่ชัดเจนในการสืบทอด แต่มันไม่เคยกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทาร์แกเรียนมักจะแต่งงานกันเองเพื่อยุติความขัดแย้ง ดังนั้นการแต่งงานกันเองภายในตระกูลจึงเป็นธรรมเนียมสำคัญที่พวกเขาใช้ทั้งเพื่อรักษาสายเลือดบริสุทธิ์ และยุติสงคราม
อีกประเด็นที่สร้างปัญหาก็คือเรื่องเพศ ตามความเชื่อของชาววารีเลีย มังกรนั้นไม่มีเพศ ทั้งหญิงและชายสามารถขี่มังกรเข้าสู่สนามรบได้อย่างเท่าเทียมกัน "the prince that was promised" คำทำนายเก่าแก่ที่เอ่ยถึงบุคคลที่จะมาขจัดฤดูหนาวที่โหดร้าย คำทำนายที่เชื่อกันว่าเอ่ยถึงบุคคลในตระกูลทาร์แกเรียน และคำทำนายนี้ไม่ระบุเพศ Prince ในภาษาวารีเลียไม่ได้หมายถึงบุรุษ
การเอาวัฒนธรรมของเจ็ดราชอาณาจักรมาสวมทับกับความเป็นมังกร มันเลยกลายเป็นความอิหลักอิเหลื่อที่เกิดขึ้น เพราะผู้หญิงทาร์แกเรียนเองก็เป็นมังกร และพวกเธอก็มีสิทธิเชื่อว่าพวกเธอสามารถครองบัลลังก์ได้
ทั้งนี้ ในโลกของเวสเทอรอส ยังมีอีกหนึ่งดินแดนที่ไม่เคยกีดกันสิทธิของสตรี นั่นก็คือดอร์น ดินแดนที่ไม่เคยถูกพิชิต เพราะดอร์นนั้นมีประวัติศาสตร์ที่แตกต่าง และมีสตรีที่มีบทบาทในการทำให้ดอร์นกลายเป็นดินแดนอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยถูกมังกรพิชิต การสืบทอดตำแหน่งของตระกูลมาร์เทลผู้ปกครองดอร์น จะสืบทอดผ่านบุตรคนโต โดยไม่สนใจเรื่องเพศ
จริงๆ ดอร์นกับตระกูลมาร์เทลนี่น่าสนใจมาก ยกให้เป็นตระกูลที่ชอบเป็นอันดับสองเลย ถ้ามีโอกาสจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับดอร์นและการทำสงครามกับมังกร แม้สุดท้ายจะมีการทำสัญญาสันติภาพต่อกัน ทำให้ทาร์แกเรียนสามารถเคลมได้ว่าดอร์นเป็นหนึ่งในดินแดนของพวกเขา แต่ทาร์แกเรียนไม่ได้มีสิทธิปกครองดอร์นอย่างแท้จริงในทางปฏิบัติ ดังที่เราจะสังเกตได้ว่าในงานสถาปนาเจ้าหญิงเรเนียร่าเป็นรัชทายาท ดอร์นไม่ได้เข้าร่วมการคุกเข่าสาบานตน และสมาชิกทุกคนในตระกูลมาร์เทลก็สามารถมียศเจ้าหญิงและเจ้าชายได้ทัดเทียมกับตระกูลทาร์แกเรียน
#HouseOfTheDragon #GameOfThrones #บ้านมังกร #FireAndBlood
โฆษณา