10 ก.ย. 2022 เวลา 09:14 • กีฬา
ถ้ากษัตริย์ หรือ พระราชินีของประเทศ สวรรคต จะมีการเลื่อน หรือยกเลิก ฟุตบอลลีกหรือไม่ แนวทางที่อังกฤษกับไทย ปฏิบัติต่างกันออกไป วิเคราะห์บอลจริงจังจะย้อนอดีตให้ฟังกัน
1
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ จะไม่มีการแข่งขัน เพื่อเป็นการถวายความเคารพต่อการสวรรคตของควีนเอลิซาเบ็ธ โดยทั้ง 20 สโมสรมีมติร่วมกัน ให้เลื่อนไปก่อน เพราะทุกกีฬาเขาก็เลื่อนหมด
3
คำถามคือในสัปดาห์หน้าจะยังแข่งได้ไหม? เรื่องนี้ซับซ้อนอยู่บ้าง เพราะตลอดวีกหน้าโดยเฉพาะในกรุงลอนดอน จะมีพิธีการเกี่ยวกับพิธีศพที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาไว้อาลัยอย่างล้นหลาม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องส่งกองกำลังดูแลฝูงชน เพื่อรักษาความปลอดภัย
ตามโปรแกรมแล้ว วีกหน้าจะมีเกมลงแข่งเพียบที่ลอนดอน เช่น สเปอร์ส เจอ เลสเตอร์ วันเสาร์เวลา 17.30 น. ตามด้วย เบรนท์ฟอร์ด เจอ อาร์เซน่อล วันอาทิตย์ 14.00 น. ตามด้วยซูเปอร์บิ๊กแมตช์ เชลซี เจอ ลิเวอร์พูล 16.30 น.
1
เกมใหญ่ระดับนี้ ก็ต้องมีตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างมากเพียงพอ เพื่อป้องกันเหตุอันตรายต่างๆ เท่ากับว่าในลอนดอนต้องใช้ตำรวจเยอะมาก ทั้งพิธีศพ ทั้งเกมฟุตบอล จึงมีการพูดคุยกันว่ารัฐบาลอาจต้องโอนย้ายกำลังตำรวจจากเมืองอื่นมาช่วยเป็นการเฉพาะกิจก่อน
1
จริงๆ ถ้าไม่คิดอะไรมาก และไม่เห็นว่ากีฬาเป็นสิ่งสำคัญ จะปล่อยให้หยุดลีกไปอีกก็ได้ แต่พรีเมียร์ลีก และภาครัฐบาลไม่ต้องการทำแบบนั้น
1
การเลื่อนหลายๆ แมตช์ ไม่ใช่เรื่องดี เพราะแปลว่าคุณต้องเอาโปรแกรมไปยัดในครึ่งฤดูกาลหลัง ทีมอย่าง สเปอร์ส, เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล ต้องลงเล่นในรายการยุโรปด้วย ปกติก็ต้องเตะทุกๆ 3 วันอยู่แล้ว ถ้าเอาไปยัดเพิ่มอีกจะใส่สล็อตตรงไหน นักเตะก็กรอบกันตายพอดี
1
ในมุมของประชาชนทั่วไป การเลื่อนโปรแกรมนั้น ก็มีแต่ความวุ่นวาย คนที่จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักมาแล้วล่ะ จะทำยังไง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล ร้านค้า ร้านอาหาร ไม่มีเกมแข่งก็ขาดรายได้
1
ที่อังกฤษนั้น แม้เหตุสวรรคตจะเป็นเรื่องใหญ่มากๆ แต่ชีวิตโดยปกติของสังคมก็ควรดำเนินต่อไปเช่นกัน ฟุตบอลคือวิถีชีวิตของประชาชน จะไปสั่งหยุด สั่งเลื่อนบ่อยๆ มันจะมีข้อเสียซะมากกว่า
5
สำหรับประเทศไทยของเรา ก็เคยเกิดเหตุคล้ายๆ กัน ตอนในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ในเดือนตุลาคมปี 2016
ความรู้สึกของคนอังกฤษที่มีต่อควีนเอลิซาเบ็ธในวันนี้ (ครองราชย์ 70 ปี 214 วัน) กับคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวันนั้น (ครองราชย์ 70 ปี 126 วัน) ก็คงไม่ได้ต่างกันมาก เพราะทั้งสองพระองค์ ครองราชย์มายาวนานมากกว่า 70 ปี
6
แต่วิธีจัดการของฟุตบอลไทย แตกต่างกับฟุตบอลอังกฤษแบบคนละทิศทาง
ที่อังกฤษจะพยายามเลื่อนเกมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ที่ไทยใช้วิธี "จบลีกมันตรงนั้นเลย" ไม่ต้องมีการแข่งขันกันอีกแล้ว
3
ในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคตวันที่ 13 ตุลาคม 2016 จากนั้นหนึ่งวัน วันที่ 14 ตุลาคม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ประกาศ "ยุติลีก" โดยให้เหตุผลว่า
"เพื่อเป็นการถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ สมาคมฯ ขอยุติการแข่งขันฟุตบอล ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคม ประจำฤดูกาล 2559 ที่เหลือทุกรายการ"
1
แปลว่า T1 T2 T3 บอลถ้วยใดๆ ตารางคะแนนอยู่ตรงไหน จบตรงนั้นเลย
เมื่อพล.ต.อ.สมยศออกแถลงการณ์ปั๊บ วันรุ่งขึ้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ สวนกลับไปว่า การแข่งขันฟุตบอลที่มีโปรแกรมของมันอยู่แล้ว ให้แข่งต่อไปได้ คือคุณจะไปจบลีกมันดื้อๆ ทำไมเล่า
การตัดสินใจตัดจบลีกแบบนั้นของสมาคมสร้างผลกระทบหลายอย่างมากๆ เช่น
1- การลุ้นแชมป์จบทันที ตอนนั้นเหลือเกมอีก 3 นัด เมืองทองเป็นจ่าฝูง นำแบงค็อก ยูไนเต็ดอยู่ 5 แต้ม ทางทฤษฎีแบงค็อกก็ยังมีโอกาสแซงได้แชมป์ แต่พอตัดจบปั๊บ เมืองทองได้แชมป์ไปเลย
1
2- การลุ้นตกชั้นจบทันที (ไทยลีกมี 18 ทีม อันดับ 16, 17, 18 จะตกชั้น) ทีมที่ร่วงไปแล้วแน่ๆ คือบีบีซียู มี 13 แต้ม แต่การแข่งขันของอันดับอื่นๆ ที่เหลืออีก 3 นัด ยังออกได้ทุกหน้า
อันดับ 11 : 35 แต้ม นครราชสีมา 35 แต้ม
อันดับ 12 : 34 แต้ม พัทยา
อันดับ 13 : 33 แต้ม ศรีสะเกษ
อันดับ 14 : 31 แต้ม ราชนาวี (ลูกได้เสีย -16)
อันดับ 15 : 31 แต้ม ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ (ลูกได้เสีย -26)
อันดับ 16 : 30 แต้ม อาร์มี่ ยูไนเต็ด (ลูกได้เสีย -12)
อันดับ 17 : 30 แต้ม ชัยนาท ฮอร์นบิล (ลูกได้เสีย -15)
จะเห็นได้ว่าแต้มมันเบียดกันซะขนาดนี้ สองทีมอย่างอาร์มี่ กับ ชัยนาท แม้จะอยู่โซนสีแดง แต่ลูกได้เสียก็ดีกว่าหลายทีม ดังนั้น 3 นัดที่เหลือมันพลิกได้ตลอดอยู่แล้ว
3- บอลเอฟเอคัพ ตอนนั้นยังไม่แข่งรอบรอง มี 4 ทีมคือ สุโขทัย, ชัยนาท, ราชบุรี และ ชลบุรี บทสรุปคือให้ทั้ง 4 ทีมครองแชมป์ร่วมไปเลย
4- บอลลีกคัพ ตอนนั้นยังไม่แข่งรอบชิง มี 2 ทีม คือเมืองทอง กับ บุรีรัมย์ บทสรุปก็ให้ครองแชมป์ร่วมไปเลย
เมื่อยุติลีกแบบนี้ ย่อมมีการทักท้วงจากผู้เสียผลประโยชน์ ทำให้วันที่ 17 ตุลาคม พล.ต.อ.สมยศ เชิญ 18 สโมสรทำการโหวต ด้วยการทำการโหวต 2 ข้อสำคัญ
ข้อแรกคือ จะยุติลีกไปเลยดีไหม
ข้อสองคือ ฤดูกาลหน้า เพิ่มทีมจาก 18 ทีมเป็น 20 ทีมดีหรือไม่ (ซึ่งจะทำให้อาร์มี่ และ ชัยนาท ไม่ตกชั้น)
2
ผลการโหวตข้อแรก มี 17 ทีมโหวตให้ตัดจบลีกไปเลย โดยมีเพียงสโมสรเดียวที่ยืนหยัดว่าให้แข่งต่อ คือชลบุรี เอฟซี โดยให้เหตุผลว่า "ฟุตบอลลีก 34 นัด เปรียบเสมือน 90 นาทีในสนาม หากเวลายังไม่หมด ก็ควรให้พวกเขาได้สู้ต่อจนวินาทีสุดท้าย"
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมชัยนาท กับอาร์มี่ ถึงไปโหวตให้ตัดจบลีก ทั้งๆที่ตัวเองจะตกชั้น คำตอบคือพวกเขาไปหวังว่า ลีกจะเพิ่มเป็น 20 ทีม แปลว่าต่อให้ตัวเองอยู่โซนสีแดงก็ยังรอดตกชั้น
2
เมื่อผลโหวตออกมาเป็นแบบนั้น อาร์มี่ กับ ชัยนาท ก็เลยตกชั้นไปเลย ทั้งๆที่ ยังแข่งไม่ครบ 34 นัด ก็ถือเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือเปล่า คือให้โหวตกันแบบนี้ คนที่มี Conflict of Interest ก็ต้องโหวตให้ตัดจบสิ (แต่จริงๆ ชัยนาท กับ อาร์มี่ ก็น่าจะโหวตให้แข่งต่อนะ)
ณ เวลานั้น แฟนบอลไทยหลายคนยังเห็นด้วยกับชลบุรี ว่าควรจะแข่งต่อสิ เกมฟุตบอลของเราต้องดำเนินต่อไป ไม่ใช่จะปิดๆ เปิดๆ กันง่ายๆ นี่ยังไม่นับประเด็นกับผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่เกมการแข่งหายไปดื้อๆ อีก
จริงๆ ก็เข้าใจความยากในมุมของสมาคม คือบรรยากาศตอนในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต บ้านเมืองนั้นโศกสลด ทีวีถูกสั่งให้ย้อมสีเป็นขาวดำ (แล้วจะถ่ายทอดสดฟุตบอลกันยังไง) กิจกรรมรื่นเริงก็มีไม่ได้ และคนต้องใส่เสื้อดำกันทั้งประเทศ แล้วคุณมาเชียร์บอลจะใส่เสื้อดำทั้งสแตนด์ได้หรอ
1
และที่สำคัญไม่มีใครในประเทศที่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ว่าต้องจัดการยังไง ดังนั้นการตัดจบไปก่อนตามกระแสสังคมก็ดูจะเพลย์เซฟที่สุดแล้ว ตอนนั้น พล.ต.อ.สมยศ ประสบการณ์ก็ยังไม่มี ยังทำงานเป็นนายกสมาคมไม่ถึง 1 ปีเลย
ผู้บริหารของสมาคมฯ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นนี้ ว่า ถ้าเรามองย้อนกลับไปจากวันนี้ ก็อาจรู้สึกว่าทำไมสมาคมคิดเลือกทำอย่างนั้น แต่บรรยากาศของไทยในวันที่รัชกาลที่ 9 สวรรคต มันไม่ง่ายที่จะแข่งขันต่อ
หลายๆ สโมสร แจ้งว่าขอไม่แข่งขันต่อแล้ว ขณะที่สปอนเซอร์หลายเจ้า โทรมาบอกว่าถ้าแข่งต่อ ก็ขอเอาชื่อสปอนเซอร์ออกไป และอาจพิจารณาถึงการต่อสัญญาในอนาคตด้วย (ทางสมาคมฯ ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร แต่เข้าใจได้ว่า สปอนเซอร์คงไม่อยากให้สินค้าตัวเองมีภาพลักษณ์ว่าสนับสนุนกิจกรรมสันทนาการ ทั้งๆที่อยู่ในช่วงไว้ทุกข์)
บวกกับ พื้นฐานของความเป็นข้าราชการตำรวจ ของพล.ต.อ.สมยศ ที่ถวายการรับใช้ราชวงศ์มาตลอดการทำงาน ทำให้มองว่า ฟุตบอลที่เป็นเหมือนกิจกรรมมโหรสพ ก็ไม่ควรจะมาแข่งขันอะไรกันตอนนี้
เรื่องนี้ มุมของสมาคมฯ ก็มีเหตุผล บรรยากาศเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ในวันนั้น ถ้าใครสวนกระแสสังคมขึ้นมา แล้วถูกมองว่าไม่จงรักภักดี อาจจะโดนประณามและโจมตีได้
ดังนั้นถ้าคิดเร็วๆ การยุติลีกในประเทศ ก็อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนบอลทีมชาติที่ต้องเกี่ยวพันกับ AFC อันนี้ก็ต้องแข่งต่อไป แล้วใส่ปลอกแขนสีดำเอา
1
ในรูปหลักที่ผมโพสต์เป็นเกม U-19 ที่ไทยเจอกับซาอุฯ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2016 คือ AFC เขาจะไม่ยอมให้เลื่อนจากเหตุสวรรคต ดังนั้นก็ต้องแข่งกันไป
1
สำหรับการตัดสินให้ตัดจบลีกไทย ถามว่าถูกต้องที่สุดไหม ก็ตอบได้ยาก เพราะทีมฟุตบอลเขาลงทุนกันเป็นร้อยล้าน แต่โดนสั่งให้ตกชั้นไปเลยทั้งๆ ที่ยังแข่งไม่ครบ มันก็น่าเจ็บใจอยู่
ปัญหาของเรื่องนี้ คือการตัดสินใจที่รวดเร็วมากๆ ของสมาคมฯ คือในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตปั๊บ ก็สั่งปิดลีกทันทีภายใน 24 ชั่วโมงตามกระแสสังคม โดยไม่ได้ทบทวนข้อดีข้อเสียก่อนเลย ว่ามันมีอิมแพ็กต์อะไรตามมาบ้าง คือจริงๆ มันรอดูท่าทีก่อนก็ได้ ไม่ต้องด่วนตัดสินใจขนาดนั้น รัฐบาลไม่ได้บังคับให้ห้ามแข่งด้วยซ้ำ
ตอนที่ข่าวนี้หลุดออกไป ที่อังกฤษ ก็ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมไทยตัดสินใจแบบนั้น หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน พาดหัวข่าวว่า
6
"Thai football fans frustrated as season cut short after king's death" (แฟนฟุตบอลไทยผิดหวังที่ฤดูกาลโดนตัดจบหลังจากการสวรรคตของกษัตริย์)
3
ในบทความของเดอะ การ์เดี้ยน อ้างอิงความเห็นของแฟนบอลไทยท่านหนึ่ง ระบุว่า "ทุกคนควรใจเย็นๆ ก่อน รอให้สังคมรู้สึกดีขึ้น จากนั้นค่อยทำการตัดสินใจ"
คือที่อังกฤษสงสัย เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันกับควีนเอลิซาเบ็ธ พวกเขาคงเลื่อนเกมลีกบ้าง แต่ก็คงไม่ถึงขนาดตัดจบแบบนี้แน่ๆ เพราะ Life มันต้อง goes on สิ มันเป็นวิธีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนกัน
3
จากเคส "ตัดจบ" ของฟุตบอลไทยลีก ในปี 2016 จริงๆ ก็เป็นกรณีศึกษาให้กับวงการกีฬาไทยได้เหมือนกันว่า การตัดสินใจใดๆ ที่มีผลกระทบต่อหลายด้าน ต้องใช้เวลาพิจารณาสักหน่อย ก่อนจะฟันธงฉับลงไป อย่าหลงใหลไปกับอารมณ์ ถ้าผ่านไปสัก 1 วีก 2 วีก หรือ 1 เดือน แล้วยังเห็นว่า ควรจะตัดจบจริงๆ ค่อยทำตอนนั้นก็ได้
2
การบาลานซ์ระหว่างความเสียใจของการสวรรคตของกษัตริย์ กับวิถีชีวิตของประชาชนที่ต้องเดินต่อไป เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่คนที่มีอำนาจตัดสินใจก็ต้องรักษาสมดุลให้ดี เพื่อให้ทุกอย่างมันก้าวไปข้างหน้าได้โดยปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
2
โฆษณา