12 ก.ย. 2022 เวลา 06:06 • หุ้น & เศรษฐกิจ
#ดัชนีมาม่าคืออะไร #ทำไมถึงชี้วัดความเป็นอยู่ของประชาชนได้
ดัชนีคือเครื่องมือที่ใช้เพื่อชี้วัดเรื่องต่าง ๆ มีรูปแบบและวิธีการใช้ที่หลากหลาย เช่น ดัชนีมวลกาย (BMI) จะสามารถชี้วัดน้ำหนักที่ควรจะเป็น หรือในตลาดหลักทรัพย์นั้นก็มีดัชนีที่ใช้ชี้วัดแนวโน้มของตลาดได้เช่นกัน อาทิ ดัชนี SET, ดัชนี NASDAQ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีดัชนีอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถนำมาใช้ชี้วัดได้หลากหลาย วันนี้ Bitkub Infinity มีดัชนีทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจมานำเสนอ ซึ่งก็คือ ดัชนีมาม่า (MAMA Index)
ดัชนีมาม่า (MAMA Index) คือ ดัชนีที่ใช้ชี้วัดแนวโน้มของเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไม่เป็นทางการ โดยใช้ทฤษฎีเรื่องสินค้าด้อยเป็นหลัก โดยมีหลักการสำคัญว่าเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำลง ความต้องการบริโภคสินค้าด้อยจะเติบโตขึ้น
1
ในทางเศรษฐศาสตร์มีการจำแนกสินค้าทั่วไป (Normal Goods) และสินค้าด้อย (Inferior Goods) ออกจากกัน โดยมีข้อแตกต่างที่บทบาทต่อผู้บริโภคคือ เมื่อผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น การบริโภคสินค้าทั่วไปจะมากขึ้นตาม แต่เมื่อรายได้ผู้บริโภคลดลง การบริโภคสินค้าด้อยจะเพิ่มขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยสินค้าด้อยนี้หมายถึงสินค้าที่สามารถทดแทนสินค้าทั่วไปได้ แต่ราคาต่ำกว่า ซึ่งคุณภาพก็จะด้อยกว่าเช่นกัน
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น แม้ว่าจะผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถัน แต่ก็ยังถือเป็นสินค้าด้อย ที่แม้จะราคาถูกกว่า แต่สารอาหารที่ได้รับก็น้อยกว่า จึงเป็นทางเลือกรองจากการบริโภคอาหารทั่วไป ซึ่งมาม่านั้นเป็นยี่ห้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าใหญ่ ผู้คนจึงเลือกเรียกดัชนีนี้ว่า ดัชนีมาม่า (MAMA Index) โดยมีการนำไปเผยแพร่อย่างแพร่หลายในช่วงเวลาหนึ่ง
ในครึ่งหลังของปี 2562 ยอดขายของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเติบโตขึ้นราว 11.6 % ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 อาจสามารถตีความได้ว่าผู้คนเลือกบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้นเนื่องจากเป็นสินค้าทางเลือกที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ในช่วงเศรษฐกิจแย่ลง ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็สัมพันธ์กับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งด้วย เพราะในช่วงนั้นเศรษฐกิจถดถอยลง แต่ยอดขายของมาม่านั้นกลับเติบโตขึ้น
ช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ เศรษฐกิจกำลังตกต่ำลง ความต้องการซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดขายของมาม่าก็เติบโตขึ้นจนสร้างรายได้มากกว่าเดิมถึง 9.84 % (เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน)
แม้ยอดขายจะเติบโต แต่ปัจจัยหลาย ๆ อย่างก็ส่งผลกระทบถึงกำไรของบริษัทอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น ราคาของวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และอื่น ๆ จนต้นทุนของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิของมาม่านั้นน้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 32.39 % (เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน)
ในอนาคตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกลไกของตลาดและต้นทุนที่สูงขึ้น
#BitkubInfinity
โฆษณา